มิต้องบอกก็รู้ ในบ้านนี้ผู้ใดเป็นใหญ่

หลินฮันกลับมายังตระกูลหลินก็ตกตะลึงในทันที คฤหาสน์หลังใหญ่ตกแต่งด้วยผ้าสีแดงทั้งหมด บ่าวรับใช้วิ่งกันจ้าละหวั่นทั้งบนดินและบนฟ้า เมื่อเดินเข้ามาภายในก็ได้เห็นมารดาของตนหนิงฮวาพร้อมกับท่านยายเจิ้นซวง ที่กำลังสั่งบ่าวไพร่จัดแจงสถานที่ ส่วนคนอื่นๆมิเห็นแม้แต่เงา

“ท่านแม่ขอรับ ท่านยายขอรับ” หลินฮันกล่าวเรียก

“มาแล้วรึลูกฮัน แม่กับท่ายยายของเจ้ากำลังจัดสถานที่ให้พร้อมสำหรับงานแต่งของเจ้า เจ้าพอใจหรือไม่” หนิงฮวากล่าวขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม

“เร็วขนาดนี้เลยหรือขอรับท่านแม่” หลินฮันกล่าว

เมื่อได้ยินคำกล่าวของบุตรชาย รอยยิ้มของหนิงฮวาหุบลงทันใด “เจ้าจักให้ข้าตายก่อนได้อุ้มหลานรึ มิต้องกล่าววาจาอันใดให้มากความอีก แม่ไปดูฤกษ์ยามกับโหรหลวงในวังมาแล้ว อีก 2 วันฤกษ์ยามดีสุด แถมยังไปบอกกล่าวกับท่านหยางหลงเอาไว้แล้ว เจ้าเตรียมตัวดีๆเถิด” หนิงฮวากล่าว

หลินฮันถึงกับพูดอันใดมิออก รวดเร็วขนาดนี้เลยรึ “แล้วคนอื่นๆละขอรับ”

“แม่ของเจ้าบอกให้ไปล่าสัตว์อสูรกันนะสิ เลยขนกันไปเสียหมด ป่านนี้สัตว์อสูรแถวนี้คงหมดสิ้นป่าไปหมดแล้ว” เจิ้นซวงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

“เช่นนั้นข้าไปร้านค้าตระกูลหลินก่อนนะขอรับ” หลินฮันกล่าวจบแล้วจึงเดินออกไป

เมื่อมาถึงยังร้านค้าตระกูลหลินก็มิได้แตกต่างจากบ้านตระกูลหลินเท่าใดนัก ทุกอย่างล้วนเป็นสีแดงจนหมดสิ้น มิเว้นแม้แต่ใบหน้าของข้ารับใช้ พวกมันถึงขนาดทาสีแดงทั่วทั้งตัว มองดูแล้วละม้ายคล้ายกับข้ารับใช้แห่งเทพที่หลินฮันมอบให้กับหลินปินก็มิปาน

“ยินดีด้วยขอรับนายน้อย ท่านมิเตรียมตัวไปสู่ขอเจ้าสาวหรือขอรับ” หวังเทาที่รับหน้าที่ดูแลร้านกล่าวออกมาด้วยความยิ้มแย้ม

“ข้ามาหาท่านมิได้หรือขอรับท่านปู่” หลินฮันกล่าวด้วยใบหน้าอันน้อยใจ

“ฮ่าฮ่าฮ่า ได้อยู่แล้วขอรับ นายท่านก็อยู่ด้านในเช่นกัน เราเข้าไปด้านในกันเถิด” หวังเทากล่าว เมื่อเดินเข้ามายังด้านในร้านก็ได้พบกับผู้คนมากมายที่ต่อแถวกันซื้อของกันจ้าละหวั่น

“ยินดีด้วยท่านเจ้าขุนเขาหลิน สิ่งนี้เป็นสุราชั้นยอดที่ตระกูลข้าบ่มมานานถึง 1000ปี ขอท่านเจ้าขุนเขารับไว้ด้วย”

“ยินดีด้วยท่านประมุขหลิน……….! ” ผู้คนทั้งหลายที่ได้เห็นหลินฮันต่างแสดงความยินดีกันอย่างถ้วนหน้า บางคนถือโอกาสมอบของให้หลินฮันเพื่อประจบประแจงทันที ทันใดนั้นเอง

“ท่านเจ้าขุนเขาหลิน หากท่านต้องการแม่นางหยางจื่อไปครอบครอง ท่านต้องเอาชนะข้าเสียก่อน”

“พูดจาใหญ่โตนัก เจ้าหมาตัวไหนร้องห่มร้องไห้กับข้าเมื่อครู่” เสียงบุรุษสองคนดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำให้เสียงอวยพรของผู้คนเงียบลงทันใด ร่างของลั่วจวินและฟงสืออี้ปรากฎขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ทราบข่าวการแต่งงานของหลินฮันและหยางจื่อ ผู้คนสำนักสราณรมย์และสำนักโลหิตต่างรีบเร่งเดินทางมาทันที

ในมือของลั่วจวินถือเหล้าขวดใหญ่พร้อมกับเดินเข้ามาหาหลินฮันอย่างรวดเร็ว “หากแน่จริงก็จงมาปะทะจอกสุรากับข้า มิเช่นนั้นจงยกแม่นางหยางจื่อให้ข้าแทน” ลั่วจวินกล่าวขึ้นมาด้วยวาจาใหญ่โต

“คำก็ยกให้เจ้า สองคำก็ยกให้เจ้า เจ้าเห็นท่านหลินฮันเป็นบิดาของแม่นางหยางจื่อรึ” ฟงสืออี้กล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ใยเจ้าชอบกล่าววาจาขัดข้านัก เจ้ายักษ์ไร้สมอง” ลั่วจวินกล่าวกับฟงสืออี้

“แล้วเจ้าจักทำอันใดข้า ไอ้หัวหงอกจอมกะล่อน” ฟงสืออี้กล่าวกับลั่วจวิน ทั้งคู่เถียงกันไปมาจนทำให้ผู้คนที่มองอยู่โดยรอบส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน หลินฮันส่ายหัวแล้วเดินขึ้นไปชั้นบนโดยมิได้สนใจคนทั้งสองแม้แต่น้อย

เมื่อเดินขึ้นมาก็ได้พบกับโต๊ะตัวใหญ่ ผู้คนสำนักเทพกระบี่ สำนักสราณรมย์ สำนักโลหิตต่างดื่มกินกันอย่างสนุกสนานแต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้น หลินเทียนและหนิงอันก็นั่งอยู่ในวงนั้นด้วย

“เจ้ามาแล้วรึลูกฮัน มาๆยกสุราให้กับพ่อตาของเจ้า” หลินเทียนกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ท่านพ่อกับท่านตามิได้ไปล่าสัตว์อสูรหรือขอรับ” หลินฮันกล่าวถาม

“พอแม่ของเจ้าบอก พ่อก็ไปใช้หลินต่งต่อนะสิ เป็นถึงจักรพรรดิแล้วเรื่องแค่นี้คงมิคณามือดอกกระมัง มาๆเลิกถามให้มากความ” หลินเทียนกล่าวด้วยอามารมึนเมาสุรา ผู้คนทั้งหลายจึงร่ำสุรากันที่ร้านค้าตระกูลหลินกันจนดึกดื่น หลังจากนั้นสภาพของหลินเทียนและหนิงอันดูมิได้แม้แต่น้อย หลินฮันจึงต้องใช้แบกทั้งสองคนกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลหลินอย่างจำใจ จนเป็นที่เล่าลือของผู้คนที่พบเห็น

“ท่านเจ้าขุนเขาหลินชมชอบเรือนร่างบุรุษ เมื่อคืนข้าเห็นแบกร่างชาย 2 คนกลับคฤหาสน์ตระกูลหลินด้วย”

“เป็นเช่นนั้นจริงรึ หรือว่าว่าเจ้าสาวจักเป็นบุรุษมิใช่สตรี”

“ข้ามิคิดเลย ว่าเจ้าขุนเขาหลินจักเป็นชายผู้เหนือชายเช่นนี้”

“อร้ายย คืนนี้เจ้ต้องไปยืนตระกูลหลินซะแล้วซิ ล่ำๆอย่างเจ้ ท่านหลินฮันอาจจะชอบก็ได้” เสียงเล่าลืออันแปลกประหลาดดังกระฉ่อนไปทั่วเมืองหลวง

เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อหนิงฮวาได้ยินข่าวนั้น คฤหาสน์ตระกูลหลินถึงกับสั่นสะเทือนไปพักใหญ่ หลินเทียน นั่งอยู่เบื้องหน้าหนิงฮวาราวกับเด็กน้อยรอรับโทษ ส่วนหลินฮันนั้นมิเห็นเงาแม้แต่น้อย

“ข้าบอกให้ท่านไปจับสัตว์อสูรมามิใช่รึ ใยจึงเมามายสุราจนเกิดข่าวลือเช่นนั้นได้” หนิงฮวากล่าวกับหลินเทียน

“มิต้องยิ้มเลย เจ้าก็เหมือนกันตาแก่” เจิ้นซวงที่อยู่มิไกลกล่าวกับหนิงอันเช่นเดียวกัน

มิต้องบอกก็รู้ ในบ้านนี้ผู้ใดเป็นใหญ่...

ตอนก่อน

จบบทที่ มิต้องบอกก็รู้ ในบ้านนี้ผู้ใดเป็นใหญ่

ตอนถัดไป