หลินเจิ้งถิง

วันเวลาล่วงเลยมา 6 เดือน ณ คฤหาสน์ตระกูลหลินยามค่ำคืน หลินฮันเดินวกไปวนมาอย่างร้อนใจ บ่าวรับใช้วิ่งกันจ้าละหวั่น ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเหนืออาณาจักรรุ่งอรุณพลันส่องแสงสว่างเจิดจ้าราวกับยามกลางวัน ดวงจันทร์กลมโตส่องแสงสีแดงราวกับพระอาทิตย์ เสียงฟ้าร้องโครมครามดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงฟ้าผ่าอย่างรุนแรงหลายระลอก ทำให้ผู้คนที่ได้พบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ตกตะลึง บางคนคุกเข่ากราบไหว้ราวกับเกรงกลัวว่าโลกนี้จักถึงคราวดับสูญ แต่เพียงเสี้ยวอึดใจทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติดังเดิม

“อุแว้ อุแว้....” เสียงทารกร้องดังขึ้นมา ทำให้หลินฮันที่มองดูท้องฟ้าที่เกิดเหตุการณ์ประหลาดเมื่อครู่ได้สติ

“ได้ลูกสาวเจ้าค่ะ” เสียงสตรีชราดังขึ้นมาโดนพลัน

“ยินดีด้วยขอรับนายท่าน”

“ยินดีด้วยเจ้าคะ ท่านอาจารย์”

“ยินดีด้วยท่านเจ้าขุนเขาหลิน” ผู้คนทั้งหลายที่มารวมตัวกันต่างแสดงความยินดีออกมาถ้วนหน้า หลินฮันได้ยินดั้งนั้นก็ยิ้มกว้างออกมาโดยมิรู้ตัว รีบเร่งเข้าไปภายในห้องทำคลอดโดยพลัน

“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” หลินฮันกล่าวถามหยางจื่อด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน พร้อมกับมองทารกน้อยในอ้อมอกของนาง

“ข้ามิได้เป็นอันใด ลูกของเราท่านชอบหรือไม่” หยางจื่อกล่าวออกมาด้วยท่าทางหวั่นใจ เพราะหลินฮันนั้นเคยกล่าวลอยๆว่าอยากได้บุตรชาย แต่นางกลับคลอดบุตรีจึงทำให้นางเกิดความคิดในใจว่า หลินฮันจักมิชอบบุตรสาวคนนี้เสียแล้ว

หลินฮันที่ได้ฟังคำกล่าวของหยางจื่อพลันอยากตบปากตนเองสักหมื่นหน ตนมิน่ากล่าววาจาเช่นนั้นออกไปแม้แต่น้อย ถึงแม้จักกล่าวด้วยความมิตั้งใจก็ตาม

“ลูกสาวเราน่ารักน่าชังถึงเพียงนี้ หากมิชอบข้าก็คงจักเป็นมารร้ายผู้ไร้หัวใจกระมัง” หลินฮันกล่าวขึ้นพร้อมกับอุ้มทารกน้อยขึ้นมาในอ้อมแขนตนเองแล้ว หยางจื่อเห็นดังนั้นจึงยิ้มออกมาโดยพลัน ไม่นาน หนิงฮวา หลินเทียน หยางหลง และเหล่าผู้คนทั้งหลายก็เดินเข้ามา

“หลานของข้าอยู่ที่ใด ขอข้าดูชมหน่อย” หนิงฮวากล่าวขึ้นมาทันทีที่เดินเข้ามา

“ข้าต่างหากที่ต้องอุ้มหลานก่อน” เจ้าสำนักหยางหลงกล่าวขึ้นมาโดยพลัน ทั้งสองกล่าววาจาโต้เถียงกันราวกับเด็กน้อยแย่งขนม

“เพียงอุ้มหลานพวกเจ้าก็ถึงกับขึ้นเสียงใส่กันเลยรึ” หลินเทียนกล่าวจบก็เดินไปเบื้องหน้าหลินฮันพร้อมกับยื่นมือไปรับทารกน้อยอย่างหน้าตาเฉย ทำเอาหนิงฮวาและหยางหลงมองตาเขียว

“หลานปู่ น่ารักน่าชังยิ่งนัก ปู่จักเรียกเจ้าว่าแมวน้อยหลินหม่าว ดีหรือไม่” หลินเทียนกล่าวออกมา

“หลินมงหลินหม่าวอันใดกัน ท่านนี่ตั้งชื่อมิสร้างสรรค์แม้แต่น้อย” หนิงฮวากล่าวพร้อมกับเข้าไปอุ้มทารกน้อยขึ้นมาอุ้มโดยพลัน แล้วกล่าวขึ้นมาว่า “น่ารักน่าชังปานนี้ ชื่อว่าเจิ้งถิงดีหรือไม่”

“เป็นชื่อที่ดียิ่งนัก ดีกว่ากระบี่พิฆาตฟ้าที่ข้าคิดไว้หลายเท่านัก” หยางหลงกล่าวออกมา ทำเอาผู้คนที่ได้ยินอดกลั่นหัวเราะมิได้ มีที่ไหนกันผู้คนชื่อกระบี่พิฆาตฟ้า

ผลัดเปลี่ยนกันอุ้มหลานอยู่มินาน ทุกคนก็ได้กลับไปพักผ่อน

“ถิงถิงน้อยลูกพ่อ เจ้าช่างงดงามเหมือนท่านแม่ของเจ้านัก” หลินฮันที่กำลังส่งบุตรสาวให้กับหยางจื่อกล่าวขึ้นมา

“คนบ้า” หยางจื่อกล่าวขึ้นมาด้วยความเขินอาย

“เจ้ากับลูกพักผ่อนเถิด ข้าจักออกไปทำธุระสักประเดี๋ยว” หลินฮันกล่าวขึ้นมาหลังจากนั้นไม่นาน

“ทำธุระอันใดกันเจ้าคะ ดึกดื่นเช่นนี้” หยางจื่อกล่าวถาม

“ข้าจักไปหาพี่ต่ง ไอ้โล้น ซินซินกับอี้ซินสักประเดี๋ยวนะ ครู่เดียวก็กลับมาแล้ว” หลินฮันกล่าวจบก็เดินออกมาจากห้องโดยพลัน ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่หายไป ปรากฎความเคร่งขรึมขึ้นมาแทนอย่างรวดเร็ว เมื่อครู่หลังจากที่ทุกคนกลับไป หลินฮันได้เปิดค่าสถานะของบุตรสาวตนเองขึ้นมาดู

หลินเจิ้งถิง

พรสวรรค์: 5 ดาว

พลังบ่มเพาะ: -

สายเลือด: เทพแห่งบรรพกาล(หลับไหล), เทพดาราล้างสวรรค์(หลับไหล)

หลินฮันมิเข้าใจแม้แต่น้อย สายเลือดเทพแห่งบรรพกาลยังพอเข้าใจว่าสืบทอดมาจากตนเอง แต่เทพดาราล้างสวรรค์นั้นมาจากที่ใดกันแน่ เพราะว่าหยางจื่อมิได้มีสายเลือดพิเศษอันใดเลยแม้แต่น้อย หรือว่าบุตรสาวตนเองจักเป็นผู้ได้รับเลือกจากเทพดาราล้างสวรรค์อันใดนั่นเหมือนกับเหล่าสายเลือดเทพคนอื่น โชคชะตากำลังเล่นตลกอันใดกัน

หลินฮันร้อนใจเป็นอย่างมาก บุตรสาวตนเองมิควรเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้แม้แต่น้อย เวลานี้หลินฮันคิดเพียงต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้จะมิสามารถใช้พลังปราณได้ก็ตาม ไม่นานหลินฮันก็เดินมาถึงห้องโถงหลัก ซึ่งคนทั้งสี่กำลังยืนรออยู่แล้ว

“นายท่านเรียกพวกเรามาด้วยเหตุอันใดหรือขอรับ” หลินต่งที่เห็นใบหน้าอันเคร่งขรึมของหลินฮันกล่าวขึ้นมาทันที

หลินฮันหยิมม้วนกระดาษปึกใหญ่ขึ้นมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นให้กับหลินต่ง ไอ้โล้นและหลงซินซิน เมื่อทั้งสามคนมองดูก็ได้พบกับรายชื่อสมุนไพรจำนวนมากกว่าหมื่นชนิด

“ยามนี้พวกเจ้าล้วนแล้วแต่เป็นผู้ครองอาณาจักร รายชื่อสมุนไพรที่ข้ามอบให้ ข้าต้องการโดยเร็ว มิต้องสนใจว่าพวกมันอายุเท่าใด ขอเพียงอย่างให้เหี่ยวเฉาตายก่อนจักมาถึงมือข้าก็พอ” หลินฮันกล่าว

“ท่านอาจารย์จักหลอมเม็ดยาอันใดหรือเจ้าคะ” หลงซินซินกล่าวถามด้วยความสงสัย สมุนไพรมากหว่าหมื่นชนิดเช่นนี้ เกรงว่าคงมิใช้เม็ดยาทะลวงพลังขั้นกลางเป็นแน่

“เมื่อใดที่พวกเจ้ารวบรวมสมุนไพรมาได้ก็จักรู้เอง จำไว้ให้ขึ้นใจ ห้ามทำให้สมุนไพรเหล่านั้นเหี่ยวเฉาตายเป็นอันขาด หรือชนิดใดมิมีต้นเป็น ขอเพียงมีเมล็ดพันธุ์ก็ได้เช่นกัน” หลินฮันกล่าว

“ขอรับนายท่าน เจ้าค่ะท่านอาจารย์” ทั้งสามตอบรับ

“ส่วนเจ้า จงไปจัดเตรียมเครื่องมือการเกษตรมาให้ข้ามากๆหน่อย ยิ่งมีระดับสูงเท่าใดก็ยิ่งดีเท่านั้น” หลินฮันกล่าวกับถังอี้ซิน

“เจ้าค่ะท่านอาจารย์” ถังอี้ซินตอบรับ นางได้ยินเช่นนั้นก็แปลกใจยิ่งนัก หรือว่าท่านอาจารย์จักปลูกสมุนไพรเช่นนั้นรึ แต่ก็มิได้ถามอันใดออกไปให้มากความ

หลินฮันเดินกลับมายังห้องก็ได้พบว่าหยางจื่อและถิงถิงน้อยหลับใหลไปแล้ว หลินฮันเดินเข้าไปหอมแก้มทั้งสองด้วยความอ่อนโยน “โชคชะตารึ ข้าจักกำหนดมันให้ดูเอง”

ตอนก่อน

จบบทที่ หลินเจิ้งถิง

ตอนถัดไป