เวลาผันผ่าน

เช้าวันต่อมาหลินฮันตื่นขึ้นมาหอมหยางจื่อและหลินเจิ้งถิงแล้วเดินออกไปนอกห้อง ขณะนั้นเอง ถังอี้ซินได้นำเครื่องมือทำการเกษตรมาจำนวนมาก ระดับสูงที่สุดของเครื่องมือเหล่านี้คือจอบระดับหลอมรวม ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องมือการเกษตรที่มีระดับสูงที่สุดแล้ว มันสามารถขุดลอกดินได้อย่างรวดเร็วโดยมิเปลืองแรงผู้ใช้งานแม้แต่น้อย แต่ระดับเพียงเท่านี้หลินฮันมิได้สนใจแม้แต่น้อย

หลินฮันเรียกเตาหลอมจักรวาลออกมา แล้วนำเครื่องมือการเกษตรเหล่านั้นลงไปในเตาหลอมทั้งหมดแล้วนำแร่เหล็กหายากบางชนิด เช่น แร่เหล็กพันปี ใส่เข้าไปด้วยเช่นกัน

“หลอมกลั่น!!”

ครึงๆ!!

เสียงสั่นสะเทือนของเตาหลอมจักรวาลดังขึ้นมาโดยพลัน จะออกมาเป็นคูโบต้ารึเปล่านะ หรือว่าจะออกมาเป็น.....

ติ่ง [ท่านได้รับจอบขุดดินระดับราชันจักรพรรดิ สามารถขุนโค่นภูเขาได้อย่างง่ายดายเพียงออกแรงเบาๆ]

จอบสีทองเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นบนมือของหลินฮัน หลินฮันเดินไปยังบริเวณลานกว้างแล้วเหวี่ยงจอบลงพื้นดินไปคราหนึ่ง ลานกว้างนั้นกลายเป็นหลุมกว้างดั่งทะเลสาบในทันใด

“หึม ไม่เลวเลยนี่หว่า หรือว่าจะทำสระน้ำไว้ให้ถิงถิงน้อยเล่นน้ำก่อนดีนะ” หลินฮันพึมพำ

“ท่านพี่ทำอันใดอยู่รึเจ้าคะ น่าสนุกจัง” หลินปินเดินเข้ามาโดยมีหยวนตามติดอยู่ด้านหลังกล่าวขึ้นมา

“ที่ทดสอบพลังจอบเล่มนี้อยู่นะ เจ้ามีอันใดรึ” หลินฮันกล่าว

“ท่านแม่ให้มาเรียกท่านพี่นะเจ้าคะ ว่าแต่ว่าข้าขอลองเล่นดูได้หรือไม่เจ้าคะ” หลินปินกล่าวออกมา

“ได้สิ แต่เจ้าอย่าออกแรงมากนัก เดี๋ยวบ้านเราจักกลายเป็นหลุมเสียหมด” หลินฮันกล่าวจบก็ยื่นจอบให้กับหลินปินแล้วเดินเข้าไปยังคฤหาสน์ทันที

“เย่หยวน เจ้าว่าท่านพี่กล่าวเกินจริงไปหรือไม่ จอบอันใดจักมีพลังขุดขนานนั้นกัน” หลินปินกล่าวพร้อมกับจับจอบสีทองขึ้นมา สับลงบนพื้นโดยมิได้ตั้งใจ

บึม!

ผืนดินสั่นสะเทือน บริเวณที่หลินปินและเย่หยวนยืนอยู่กลายเป็นหลุมกว้างราวกับถูกระเบิดนับพันลูก

“เอ่อ ข้าว่าเจ้าเอาไปคืนนายท่านดีกว่า” เย่หยวนกล่าวออกมา

หลินปินถึงกับพูดมิออก พลังทำลายล้างเช่นนี้แม้แต่ผู้ฝึกยุทธระดับจักรพรรดิโดนเข้าไป มีหวังได้ไปเที่ยวสวรรค์แถมนรกเป็นแน่

หลินฮันเดินไปไม่นานก็ได้พบกับเหล่าทหารหลวงทั้งหลาย กำลังขนพืชสมุนไพรเข้ามาอย่างขยันขันแข็ง ทุกชนิดล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่อยู่ในรายชื่อที่หลินฮันมอบให้กับหลินต่ง ไอ้โล้นและหลงซินซินทั้งสิ้น

“ลูกฮัน สมุนไพรพวกนี้เป็นเจ้าสั่งมารึ” หนิงฮวากล่าวถามด้วยความสงสัย หลินเทียนที่มองดูสมุนไพรเหล่านั้นก็สงสัยเช่นเดียวกัน แต่ละชนิดมิคุ้นตาแม้แต่น้อย แถมบางชนิดยังเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์ก็มี

“ใช่แล้วขอรับ ข้าจักหลอมเม็ดยาชนิดหนึ่งขึ้นมา ชื่อว่าเม็ดยาทะลวงพลังขั้นสูง จำเป็นต้องใช้สมุนไพรสดจำนวนมาก อีกทั้งยังต้องมีอายุชนิดละหมื่นปีขึ้นไป” หลินฮันกล่าว

“เม็ดยาทะลวงพลังขั้นสูงรึ เช่นนั้นพ่อก็สามารถทะลวงพลังเพิ่มอีกได้แล้วสิ” หลินเทียนกล่าวขึ้นมาด้วยความดีใจ

“แต่ว่าสมุนไพรเหล่านี้ล้วนเป็นต้นอ่อน บางอย่างยังเป็นเมล็ดอยู่เลย พวกเรามิสิ้นใจตายไปก่อนรึ” หนิงฮวากล่าวขึ้นมา หลินเทียนที่กำลังยกยิ้มพลันแข็งค้างทันใด มะมะหมื่นปี

“ลูกมีวิธีขอรับท่านแม่ เดี๋ยวรอพี่ต่งมาลูกจะขอที่ดินปลูกสมุนไพรสักแปลงสองแปลง อยู่ว่างๆเช่นนี้ ได้ยืดเส้นยืดสายบ้างก็ดีเช่นกัน” หลินฮันกล่าว ทำเอาหนิงฮวาและหลินเทียนแปลกใจมิน้อย

ผ่านไปหลายวัน ที่ดินรถร้างทางทิศตะวันตกของเมืองหลวงพลันปรากฎต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นมาปกคลุมอย่างรวดเร็ว ด้วยพลังของหยาดเหงื่อแห่งเทพผู้สร้างสรรพสิ่งที่หลินฮันสุ่มได้จากระบบในครานั้น ทำให้การเพาะปลูกสมุนไพรง่ายดายยิ่งนัก ผ่านไปไม่ถึง 7 วัน สมุนไพรที่เคยเป็นต้นอ่อนและเมล็ดเหล่านั้น กลายเป็นสมุนไพรอายุมากกว่าสิบปีอย่างรวดเร็ว

หยางจื่อที่ร่างกายแข็งแรงดีแล้วอุ้มถิงถิงน้อยมาหาหลินฮันที่กำลังวุ่นอยู่กับการดูแลสมุนไพร นางมิทราบเพราะเหตุใด หลินฮันจึงจริงจังกับการปลูกสมุนไพรพวกนี้นัก แถมสมุนไพรพวกนี้ยังเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่ง

“กลับไปกินข้าวได้แล้วนะ ท่านเห็นสมุนไพรพวกนี้ดีกว่าลูกเมียหรืออย่างไร” หยางจื่อกล่าวออกมาด้วยความมิพอใจ

“ข้าก็กำลังจักกลับไปแล้ว ใยเจ้าต้องออกมาตากแดดตากลมเช่นนี้ด้วยเล่า” หลินฮันกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปโอบกอดหยางจื่อ ทั้งสามพ่อแม่ลูกจึงเดินกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลหลินด้วยกัน

เวลาผันผ่านไป 4 ปีอย่างรวดเร็ว หลินฮันและหยางจื่อได้กลับมาอาศัยอยู่ที่ขุนเขาเดียวดายเช่นเดิม หลินฮันตื่นขึ้นมายามเช้าตรู่ ค่อยๆเดินย่องออกจากห้องนอนในตำหนักหลักอย่างแผ่วเบา ทันใดนั้นเอง

“ท่านพ่อจักไปสวนสมุนไพรใช่หรือไม่ ข้าไปด้วยนะเจ้าคะ” เสียงของดรุณีน้อยดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นางดีดตัวออกมาจากเตียงโดยพลัน

“ถิงถิงน้อยมินอนต่ออีกสักหน่อยรึ” หลินฮันกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“ข้ามิง่วงนอนแล้ว ข้าอยากไปกับท่านพ่อ” หลินเจิ้งถิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันใสแจ่ว

“เช่นนั้นต้องไปอาบน้ำกันก่อน เดี๋ยวแม่เจ้าจักดุเอานะ” หลินฮันกล่าว

“เย้ ท่านพ่อรอข้าก่อนนะ ห้ามแอบไปคนเดียวเด็ดขาด” เด็กน้อยกล่าวออกมาด้วยความดีใจแล้วรีบลุกออกจากเตียงโดยพลัน

หลินเจิ้งถิงปีนี้อายุ 4 ขวบ ใบหน้าของนางงดงาม ริมฝีปากจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตน่าเอ็นดู ทำให้ผู้คนที่พบเห็นต่างรักใคร่ โดยเฉพาะเหล่าปู่ย่าตายายทั้งหลายมิว่าหลานต้องการสิ่งใด มินานของสิ่งนั้นย่อมมาถึงมืออย่างรวดเร็ว แถมพลังฝึกตนของนางยังเข้าสู่ระดับก่อเกิดแล้วอีกด้วย

ไม่นานบนท้องถนนในเมืองหลวงพลันปรากฏร่างของ หลินฮัน หยางจื่อและถิงถิงน้อย ทั้งสามคนสวมหมวกฟางดั่งชาวนาก็มิปาน บนไหล่ของหลินฮันมีจอบสีทองเล่มหนึ่งพาดอยู่ ทั้งสามเดินจูงมือไปตามถนนที่คับคั่งไปด้วยผู้คนและร้านค้าจำนวนมาก

ตอนก่อน

จบบทที่ เวลาผันผ่าน

ตอนถัดไป