ฟื้นคืนพลัง

ติ่ง! [ท่านต้องการสุ่มเลยหรือไม่?]

“สุ่ม เดี๋ยวๆๆๆ คาถาฟ้าบัญชาสวรรค์”

.

พรึบ!

.

ติ่ง [ท่านได้รับทักษะระดับตำนาน ลงทัณฑ์มวลหมู่เทพ เป็นวิชาดาบที่ใช้โจมตีเป็นวงกว้าง เพิ่มความเสียหายแก่ศัตรู 100%]

“สุดยอดไปเลย แรงกว่าเคล็ดดาบประกายแสงอีกสินะ ไอ้พวกเทพทั้งหลาย เอ็งล้างตูดรอพี่ก่อนเถอะ เฮ้ย!! ล้างคอไว้รอพี่ก่อนเถอะ”

ติ่ง! [ท่านมีโบนัสการสุ่มอีก 2 ครั้ง ต้องการสุ่มต่อหรือไม่]

“สุ่มไปเลย”

.

.

ติ่ง! [ท่านได้รับแหวนบริวารแห่งเทพ วานรขนทองคำ Lv1 EXP 0/100 เมื่อสวมใส่แหวนทำให้สามารถเรียกใช้งานวานรขนทองคำได้ไม่จำกัดเวลา วานรขนทองคำเพิ่มระดับได้จากการสังหารศัตรู รวมถึงส่งมอบ EXP ที่ได้รับให้กับผู้ใช้งานครึ่งหนึ่ง]

.

ติ่ง! [ท่านได้รับยุทธภัณฑ์ระดับตำนาน อาภรณ์แห่งราชัน ความคงทน:1000/1000 สามารถป้องกันการโจมตีที่มีระดับมากกว่าผู้ใช้งานทุกระดับ จนกว่าความคงทนจะหมดไป หมายเหตุ:ไม่สามรถซ่อมแซมได้]

“แจ่มโคตร ให้มันได้อย่างนี้สิวะระบบน้องรัก” หลินฮันกล่าวออกมาด้วยความดีใจ

“สำเร็จแล้วรึ” หยางจื่อกล่าวออกมาเมื่อได้ยินคำกล่าวของหลินฮัน

“ใช่ สำเร็จแล้ว” หลินฮันกล่าวจบลำแสงสีทองพุ่งออกมาจากเตาหลอมจักรวาล บนฝ่ามือของหลินฮันปรากฏเม็ดยาสีทองสิบเม็ด ส่องแสงประกายเจิดจ้าไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว

“นะนะนี่มัน” หยางจื่อที่ได้เห็นการส่องแสงสว่างของเม็ดยาถึงกับพูดมิออก ตลอด 5 ปีที่ผ่านมานางเคยเห็นหลินฮันหลอมเม็ดยาอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็มิได้มีครั้งใดที่เม็ดยาส่องแสงสีทองเจิดจ้าเช่นนี้เลยสักครั้ง

“เม็ดยาทะลวงพลังขึ้นสูงนี้ ทำให้ผู้ที่มีระดับต่ำกว่าเหนือเทวะเลือนระดับได้ทันที แต่น่าเสียดายนักที่มีเพียง 10 เม็ด เห็นทีคงมิพอแบ่งให้กับทุกคนเสียแล้ว” หลินฮันกล่าวออกมา

“น่าเสียดายอันใดกัน หลอมกลั่นสำเร็จก็ดีแล้วมิใช่หรือ ยามนี้ข้าพวกเขาทุกคนล้วนใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข มิได้มีเหตุการณ์อันใดเกิดขึ้นเสียหน่อย” หยางจื่อกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

“จริงสินะ ข้าคงคิดมากเกินไป พวกเราไปหาถิงเอ๋อกันเถิด” หลินฮันกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลินฮันและหยางจื่อจากไปอย่างรวดเร็ว เหลือทิ้งไว้เพียงข้ารับใช้ที่ยืนนิ่งมิไหวติงเท่านั้น ยามนี้พวกมันล้วนแล้วแต่ตกตะลึงจนลืมหายใจ

“เม็ดยาสีทองนั้นทรงอำนาจยิ่งนัก สมแล้วที่นายท่านหลินฮันหลอมกลั่นด้วยตนเอง”

“ข้าจักมิมีทางทรยศตระกุลหลินเด็ดขาด”

“ใช่ ข้าก็เช่นกัน”

“เอ่อ ว่าแต่ว่าพวกเราต้องอยู่เฝ้าที่นี่อีกหรือไม่”

“เจ้าอยู่ให้ผีหลอกคนเดียวเถอะ ข้าจะกลับแล้ว ไปละ...”

“รอข้าด้วย ข้ากลัวผี....”

หลังจากหลินฮันและหยางจื่อรับถิงถิงมาจากร้านค้าตระกูลหลิน ทั้งสามจึงเดินทางกลับไปยังสำนักเทพกระบี่ในเวลาต่อมา แม่หนูน้อยได้บอกกล่าวเรื่องที่ตนเองนำน้ำชาที่ผสมเม็ดยาช้างสารผงาดให้กับหลินเทียนดื่มเพราะเข้าใจว่าเป็นยาเพิ่มพลัง ด้วยใบหน้าภาคภูมิใจ แถมยังบอกอีกว่าคราวหลังจะทำให้หลินฮันดื่มบ้าง

พอหลินฮันและหยางจื่อได้ยินถึงกับกล่าวอันใดมิออก หากใช้เม็ดยานั้นกับหลินฮันเกรงว่าขุนเขาเดียวดายคงได้ถล่มเหลือเพียงชื่อเท่านั้น

เวลาเกือบ 5 ปีอย่างรวดเร็ว ดรุณีน้อยนางหนึ่งที่มีใบหน้างดงามยิ่ง กำลังนั่งชมผีเสื้อที่บินอยู่บนอากาศด้วยความตั้งใจ ข้างกายของนางมีเด็กชายอายุราวๆ 4 ขวบ นั่งอยู่บนหลังของวานรขนทองคำตัวใหญ่ด้วยความสนุกสนาน

“ท่านพี่ถิงถิง เราไปเล่นซ่อนแอบกันเถอะ” เด็กชายกล่าวขึ้นมา

“อาเหวินเจ้าเงียบๆสักครู่ได้หรือไม่ ผีเสื้อบินหนีไปหมดแล้ว” ถิงถิงกล่าวขึ้นมาด้วยความมิพอใจ

“ข้าขอโทษ ข้ามิได้ตั้งใจ พี่ถิงถิงอย่าโกรธข้าเลยนะขอรับ” เด็กชายกล่าวขึ้นมาอย่างร้อนรน เด็กชายผู้นี้มีนามว่า หลินเหวินตี้ เป็นองค์ชายของอาณาจักรรุ่งอรุณ บุตรชายของจักรพรรดิหลินต่ง

“ข้าไปหาท่านพ่อในตำหนักดีกว่า เจ้าอยู่กับจินจินไปก็แล้วกัน” ถิงถิงกล่าวจบก็เดินจากไปทันที ส่วนจินจินก็คือนามของบริวารแห่งเทพ วานรขนทองคำ ที่หลินฮันได้มอบเป็นของขวัญวันเกิดให้กับถิงถิงเมื่อหลายปีที่แล้ว

“ท่านพี่ถิงถิงรอข้าด้วย” หลินเหวินตี้กล่าวพร้อมกับวิ่งตามก้นถิงถิงอย่างรวดเร็ว

วันนี้นั้นเป็นวันที่ทุกคนมารวมตัวกันบนขุนเขาเดียวดายกันอย่างพร้อมหน้า เพราะอีกไม่กี่ชั่วยามพลังปราณของหลินฮันที่เหือดหายไปจะฟื้นกลับมา เหล่าบุรุษล้วนพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่ในห้องโถง ส่วนสตรีนั้นกำลังลงมือทำอาหารด้วยตนเองกันอย่างตั้งใจในห้องครัว คงเป็นเพราะมิได้มีโอกาสพบหน้ากันอย่างพร้อมเพรียงเช่นนี้เท่าใดนัก จึงทำให้อาหารในมื้อนี้น่ารับประทานเป็นพิเศษ ทันใดนั้นเองเสียงสะอื้นของเด็กชายดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ฮือฮือ...พระบิดาขอรับ พี่ถิงถิงโกรธข้า” หลินเหวินตี้วิ่งเข้ามาภายในห้องโถงพร้อมกับร้องไห้เสียงดัง

“เจ้าไปทำอันใด พี่ถิงถิงของเจ้าจึงได้โกรธ” หลินต่งกล่าวพร้อมกับอุ้มหลินเหวินตี้มานั่งบนตักตนเอง

“ก็อาเหวินน้อยพูดเสียงดังจนผีเสื้อบินหนีไปหมดเลยเจ้าคะ” ถิงถิงที่ยืนอยู่ข้างๆหลินฮันกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ข้ามิได้ตั้งใจนะขอรับ” หลินเหวินตี้กล่าวออกมาด้วยเสียงสะอื้น

“เอาละๆ เลิกร้องได้แล้ว ข้าไม่โกรธเจ้าแล้วก็ได้” ถิงถิงกล่าวขึ้นมา

“จริงนะขอรับ เช่นนั้นพี่ถิงถิงจะแต่งงานกับข้าใช่หรือไม่” หลินเหวินตี้กล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำเอาหลินฮันที่ได้ยินคำกล่าวของหลินเหวินตี้จ้องมองหลินต่งตาเขียว

“นี่เจ้าคิดจักให้บุตรชายเจ้าแต่งงานกับถิงถิงน้อยของข้างั้นรึ ไม่มีทาง!!!” หลินฮันคิดในใจ

“เอ่อ เด็กๆเพียงกล่าวหยอกล้อกันเล่นเท่านั้นขอรับ” หลินต่งกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นดวงตาอันเขียวปี๋ของหลินฮัน

“ข้ามิได้พูดเล่นๆนะขอรับ ข้าจะแต่งงานกับพี่ถิงถิง” หลินเหวินตี้กล่าวขึ้นมา

“จะเจ้า” หลินต่งถึงกับกล่าวอันใดมิออก หวังว่านายท่านคงมิถลกหนักข้าในยามนี้กระมัง

ทันใดนั้นเอง พื้นดินพลันสั่นสะเทือน จานชามที่ตั้งอยู่บนโต๊ะตกลงพื้นอย่างรวดเร็ว

“ย๊ากกกกก” หลินฮันคำรามออกมาเสียงดัง พลังปราณในร่างๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากระดับพื้นฐานทะยานเข้าสู่ระดับก่อเกิด พุ่งขึ้นเรื่อยๆโดยมิมีทีท่าว่าจะหยุดลงแม้แต่น้อย จนในที่สุดพลังของหลินฮันก็ไปหยุดอยู่ที่เจ้าเทวะขั้น 9

ทันใดนั้นเองท้องฟ้าพลันร้องคำรามออกมาเสียงดัง สายฟ้าสีทองสายหนึ่งตั้งท่าว่าจะฟาดลงมาใส่ร่างของหลินฮันอย่างรวดเร็ว หลินฮันห็นดังนั้นพลันตั้งท่าจะทะยานร่างออกไปให้ไกลจากขุนเขาเดียวดาย แต่ยังมิทันจะได้ขยับตัว

“เปรี้ยง!!!!”

สายฟ้าสีทองสายหนึ่งพุ่งลงมาจากฟากฟ้าอย่างรวดเร็ว ด้วยพลังอำนาจของทัณฑ์สวรรค์ เทพเเห่งความตายที่มีพลังเหนือเทวะขั้น 9 ยังมิอาจรับพลังของมันได้ หากเป็นเช่นนี้มีหวังทุกคนที่อยู่บริเวณนี้ต้องหลงเหลือเพียงชื่อกันหมดเป็นเเน่....

ตอนก่อน

จบบทที่ ฟื้นคืนพลัง

ตอนถัดไป