บอกเล่า
ขณะที่ทัณฑ์สวรรค์กำลังจะโจมตีหลินฮันที่อยู่ในตำหนักนั้น
.
ติ่ง! [สมญานามวีรบุรุษผู้กอบกู้แดนมนุษย์แสดงผล ท่านจะไม่ได้รับความเสียหายจากทัณฑ์สวรรค์ที่เทพผู้สร้างสรรพสิ่งกำหนดขึ้น]
.
ทัณฑ์สวรรค์ที่ฟาดลงมาเป็นเส้นตรง เริ่มเกิดการเบี่ยงเบนออกไปด้านข้างอย่างน่าประหลาด แตกกระจายออกริ้วๆไปยังบริเวณโดยรอบอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นทัณฑ์สวรรค์สายหนึ่งพุ่งเข้าสู่ร่างกายหลินต่งโดยมิให้ตั้งตัวแม้แต่น้อย หลินฮันเห็นดังนั้นจึงรีบเร่งเข้าไปดึงตัวหลินเหวินตี้และผู้คนที่อยู่รอบข้างหลินต่งออกมาทันใด
“ย๊ากกก” หลินต่งร้องคำรามออกมาเสียงดัง รอบๆตัวพลันปรากฎประกายสายฟ้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของหลินต่งกลายเป็นสีเงินทั้งสองข้าง พลังของหลินต่งที่พึ่งเลื่อนระดับเข้าสู่ระดับเทวะขั้น 1 ได้ไม่นานกลับพุ่งสูงขึ้นไปอีก จนไปหยุดอยู่ในระดับเจ้าเทวะขั้น 1 จึงสงบลง สติของหลินต่งก็มืดดับไปโดยสมบูรณ์
“องค์จักรพรรดิ พระบิดา” ชิงเหยี่ยนและหลินเหวินตี้ร้องตะโกนพร้อมกับวิ่งเข้าหาร่างของหลินต่งโดยพลัน
“มิต้องเป็นห่วง พี่ต่งมิได้เป็นอันใด” หลินฮันกล่าว
ยามนี้ตำหนักต่างๆพังทลายมิเหลือชิ้นดี ยอดขุนเขาเดียวดายกลายเป็นภูเขาหัวโล้นไปโดยปริยาย แต่นับว่าโชคดียิ่งนักที่มิมีผู้ได้ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย หลินฮันมองค่าสถานะของหลินต่งทันที
หลินต่ง
พรสวรรค์: 4 ดาว
พลังบ่มเพาะ: เจ้าเทวะขั้น 1
สายเลือด: เทพอัสนีผลาญฟ้า (การตื่น 50%)
“เป็นเช่นนี้เอง เทพอัสนีต้องใช้สายฟ้าเป็นตัวกระตุ้นสายเลือดสินะ” หลินฮันกล่าวขึ้นมา
“เทพอัสนีอันใดรึ” หยางจื่อกล่าวถามด้วยความสงสัย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นสิ่งที่เกินกว่าความเข้าใจของนางอย่างสิ้นเชิง ซึ่งคนอื่นๆเองก็รอฟังคำกล่าวของหลินฮันเช่นกัน
“ไหนๆทุกคนก็ได้เห็นการตื่นของสายเลือดแห่งเทพอัสนีของพี่ต่งแล้ว ข้าก็จักเล่าบางอย่างให้ฟังก็แล้วกัน”
“ความจริงแล้วบนโลกมนุษย์ของพวกเรา มีเหล่าสายเลือดแห่งเทพปะปนอยู่กับมนุษย์ธรรมดา ข้าเองก็มิรู้เช่นกันกว่าเป็นเพราะเหตุใดถึงได้เป็นเช่นนั้น” หลินฮันกล่าว
“หมายความว่าอาต่งเป็นเทพอัสนีเช่นนั้นรึ” หลินเทียนกล่าวขึ้นมา
“ใช่ขอรับท่านพ่อ พี่ต่งมีสายเลือดเทพอัสนีผลาญฟ้า” หลินฮันกล่าว
“นะนี่มัน มิน่าเล่าศิษย์พี่จึงชื่นชอบวิชาเกี่ยวกับสายฟ้านัก” หลงซินซินกล่าวขึ้นมาโดยพลัน
“เจ้าเองก็มีสายเลือดเทพแห่งน้ำแข็ง อี้ซินมีสายเลือดเทพแห่งการสรรค์สร้าง เย่หยวนมีสายเลือดของเทพแห่งแสง ฟงสืออี้มีสายเลือดของเทพแห่งปฐพี ลั่วจวินมีสายเลือดของเทพแห่งวารี ส่วนข้ามีสายเลือดแห่งเทพบรรพกาล” หลินฮันกล่าวขึ้นมา
ผู้คนที่ได้ยินดังนั้นพลันตกตะลึงในทันใด มีมากมายขนาดนั้นเลยรึ อีกทั้งยังอยู่ในขุนเขาเดียวดายเกินกว่าครึ่ง นับว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อยิ่งนัก
“ท่านพ่อ ข้าละเจ้าคะ ใช่ๆข้าด้วยขอรับ” ถิงถิงและเหวินตี้กล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าอันรอคอย
“ถิงถิงก็เป็นเทพบรรพกาลตัวน้อยเหมือนพ่ออย่างไรเล่า ส่วนเหวินตี้ก็เป็นเทพอัสนีดั่งบิกาของเจ้า” หลินฮันกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม หลินฮันมิได้บอกกล่าวออกไปถึงสายเลือดแห่งเทพอีกอย่างหนึ่งของถิงถิงแม้แต่น้อย
“เช่นนั้นการจะปลุกสายเลือดต้องใช้สิ่งกระตุ้นดั่งเช่นศิษย์พี่ใช่หรือไม่เจ้าคะ” หลงซินซินกล่าวขึ้นมา นางนึกถึงยามที่เข้าไปในอารยธรรมโบราณในครานั้น อยู่ดีๆพลังของนางก็พุ่งพรวดขึ้นมา เมื่อได้รู้ความจริงเกี่ยวกับฟ่านปิงปิง มารดาของนาง
“อาจจะเป็นเช่นนั้น เท่าที่ข้าดูยามนี้ พลังของเจ้าเองก็เริ่มตื่นขึ้นมาแล้ว 1 ใน 10 ส่วน เหมือนดั่งเช่นเย่หยวน ถังอี้ซิน ฟงสืออี้และลั่วจวิน ส่วนพี่ต่งที่ได้หลอมรวมเข้ากับเสี่ยวของทัณฑ์สวรรค์เมื่อครู่ พลังได้ตื่นขึ้นมาแล้ว 5 ใน 10 ส่วน ” หลินฮันกล่าว
“แล้วท่านพ่อละเจ้าคะ” ถิงถิงกล่าวถาม คนอื่นๆเองก็รอฟังคำตอบของหลินฮันเช่นกัน
“ข้าได้พบกับเศษเสี้ยวดวงจิตของเทพแห่งบรรพกาลในอารยธรรมโบราณ สายเลือดจึงได้ตื่นขึ้นมาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว” หลินฮันกล่าว
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็พลันเข้าใจหลายๆอย่าง มิน่าเจ้าขุนเขาเดียวดายจึงเก่งกาจไปเสียทุกสิ่ง นี่อาจจะเป็นความสามารถของเทพแห่งบรรพกาลก็เป็นได้
“ในเมื่อตำหนักพังยับเยินเช่นนี้ พวกเราไปคฤหาสน์ตระกูลหลินก็แล้วกัน” หลินเทียนกล่าวขึ้นมา
“ขอรับ พวกท่านเดินทางไปก่อน ข้ายังมีธุระต้องจัดการสักครู่” หลินฮันกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว
“ไม่เอานะ ถิงถิงจะไปพร้อมกับท่านพ่อ” แม่หนูน้อยกล่าวขึ้นมาทันใด
“ท่านพ่อของเจ้ามีเรื่องสำคัญต้องทำ ถิงถิงไปตลาดกับแม่ก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวท่านพ่อก็ตามมาแล้ว” หยางจื่อกล่าว
“นั่นสิไปเดินตลาดกับย่าดีหรือไม่ เรามิได้ไปซื้อของให้ถิงถิงนานแล้ว” หนิงฮวากล่าวขึ้นมาด้วยอีกคน ถิงถิงที่ได้ยินดังนั้นจึงยอมไปโดยง่าย
เมื่อทุกคนไปกันหมดแล้ว หลินฮันจึงถอนหายใจออกมาเสียงดัง “ยามนี้พลังของข้าฟื้นกลับคืนมาแล้ว ในที่สุดข้าก็จักช่วยเจ้าได้เสียที...หลินหง”
หลินฮันนำก้อนหินสีเขียวออกมาจากแหวนมิติ พร้อมกับถ่ายเทพลังปราณระดับเจ้าเทวะขั้น 9 เข้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานมรกตหวนชีวีที่ที่อยู่บนฝ่ามือหลินฮันค่อยๆลอยขึ้นสู่อากาศพร้อมกับปลดปล่อยพลังแห่งชีวิตออกมาอย่างมิขาดสาย
ยอดขุนเขาเดียวดายที่เมื่อครู่กลายเป็นภูเขาหัวโล้นเพราะทัณฑ์สวรรค์ ยามนี้กลับมีพืชพรรณนานาชนิดขึ้นทั่วบริเวณ มีเสียงนกกระจิบร้องดัง พร้อมด้วยเสียงกระแตไต่ไม้ ทำให้เกิดบรรยากาศแห่งความร่มเย็นยิ่งนัก
หลินฮันหยิบก้อนผลึกสีแดงเข้มขึ้นมา ทันใดนั้นพลังแห่งขีวิตที่กระจายไปทั่วขุนเขาเดียวดายพลันพุ่งเข้าสู่ผลึกสีแดงเข้มก้อนนั้นอย่างบ้าคลั่ง พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือน ท้องฟ้าปรากฏหมู่เมฆสีดำกลุ่มใหญ่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สายฝนเริ่มโปรยปรายดั่งฤดูน้ำหลากก็มิปาน ไม่นานก้อนผลึกสีแดงในมือหลินฮันพลันส่องแสงสีแดงสว่างเจิดจ้า ค่อยๆเกิดรอยแตกร้าวออกทีละน้อยๆ เมื่อมองผ่านรอยร้าวเข้าไปก็พบกับสัตว์ตัวน้อยลำตัวสีแดงเข้มค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา......