เจ้าเเห่งเเดนนรก

“นายท่าน เทพแห่งสงครามมันหนีไปแล้วขอรับ แถมยังทำลายแกนพลังงานของลำแสงเคลื่อนย้ายอีกด้วยขอรับ” หลินหงกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วหลังจากเห็นลำแสงเคลื่อนย้ายหม่นแสงลง

“พวกเรามิอาจขึ้นไปดินแดนเบื้องบนได้แล้วเช่นนั้นรึ” หลินฮันกล่าว

“เอ่อ ความจริงใช้ประตูปีศาจไปสู่ดินแดนเบื้องบนก็ได้ขอรับ” หมาป่าสีดำกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ใยเจ้ามิกล่าวให้เร็วกว่านี้เล่า” หลินหงหล่าว

“คือว่า ต้องเป็นเจ้าแห่งดินแดนนรกเท่านั้นขอรับ จึงจักเรียกใช้ประตูปีศาจให้พาไปยังที่ต่างๆได้” หมาป่าสีดำกล่าว

เมื่อได้ยินคำกล่าวของหมาป่าสีดำ หลินฮันพลันนิ่งค้างอยู่นาน “นี่พี่ต้องเอาหินลมปราณที่ได้มาอย่างยากลำบากไปเติมใส่ลำแสงเคลื่อนย้ายบ้านั่นอีกแล้วรึ”

ทันใดนั้นเอง ประตูปีศาจพลันปรากฎออกมายังเบื้องหน้าของหลินฮันและเหล่าสัตว์เทวะอย่างมิมีปี่มีขลุ่ย

“ใช่ประตูบานนี้หรือไม่เจ้าคะ” ถิงถิงกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ใช่ขอรับ ประตูปีศาจจริงๆ” หมาป่าสีดำกล่าวตอบขึ้นมา แต่ไม่นานเพียงเสี่ยวอึดใจ ดวงตาของมันก็ต้องเบิกกว้าง

“นายหญิงน้อยเป็นคนเรียกประตูปีศาจออกมาเช่นนั้นรึ” หมาป่าสีดำกล่าวถามด้วยความสงสัย

“พ่อเองก็แปลกใจเช่นกัน ใยเจ้าเรียกประตูมานนี้ออกมาได้เล่า” หลินฮันเองก็กล่าวถามออกไปเช่นกัน ส่วนคนอื่นๆนั้นล้วนแล้วแต่ตั้งใจรอฟังคำตอบของถิงถิงเช่นกัน

“เหมือนกับว่าประตูปานนี้ อยู่ในตัวของถิงถิงเลยเจ้าคะ พอบอกให้ออกมาก็ออกมาจริงๆด้วย” ถิงถิงกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

หลินฮันได้ยินดังนั้นจึงแผ่สัมผัสแห่งพลังปราณไปยังบริเวณที่ตั้งของประตูที่เข้ามาในคราแรกก็ได้พบว่า ประตูบานนั้นได้หายไปแล้ว

“มิผิดแน่นอนประตูปีศาจบานนี้เป็นของจริง มันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่นะ” หลินฮันครุ่นคิดในใจ

“ท่านพ่อเป็นอันใดไปหรือเจ้าคะ” ถิงถิงกล่าวถาม

“มิมีอันใดดอกลูก ว่าแต่เจ้าสั่งให้มันพาเราไปยังที่อื่นๆได้หรือไม่” หลินฮันกล่าว

ทันใดนั้นเองบานประตูพลันเปิดออกอย่างรวดเร็ว เมื่อมองทะลุเข้าไปภายในก็ได้ปรากฎทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ หลินหงและสัตว์เทวะตนอื่นพลันสั่นสะท้านในทันที

“กลิ่นอายนี้มิผิดแน่ ดินแดนสัตว์เทวะของข้า” หลินหงกล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าอันโหยหา สัตว์เทวะตนอื่นๆเองก็มิต่างกัน

แต่ไม่นานประตูปีศาจก็ได้ปิดลงพร้อมกับร่างน้อยๆของถิงถิงที่กำลังจะร่วงหล่นจากหลังของหลินหง แม่หนูน้อยได้หลับใหลไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของนางเริ่มซีดขาว บริเวณหน้าผากมีเหงือผุดออกมาราวกับเมล็ดถั่ว

หลินฮันเร่งรีบตรวจดูอาการจึงได้พบว่า พลังปราณในร่างของถิงถิงแห้งเหือดไปอย่างรวดเร็ว จึงได้ถ่ายเทพลังปราณอันเข้มข้นของตน เข้าสู่ร่างกายแม่หนูน้อยทันที ไม่นานใบหน้าของถิงถิงก็กลับมามีเลือดฝาดดังเดิม

“ดูจากการใช้ประตูปีศาจได้ตามใจนึก มิต้องสงสัยเลยว่าจิตวิญญาณของเทพปีศาจแห่งขุมนรก คงจักถูกพลังในตัวของถิงถิงจัดการไปแล้ว หากเดามิผิดคงจักเป็นการกลืนกินอย่างสมบูรณ์ ยามนี้ถิงถิงควรจักเป็นเจ้าแห่งดินแดนนรก ส่วนการเปิดใช้ประตูปีศาจเข้าสู่ดินแดนเบื้องบนนั้น พลังของนางในยามนี้คงมิอาจใช้งานมันได้ตามใจนึก เห้อ!” หลินฮันกล่าวกับหลินหงพร้อมกับถอนหายใจเสียงดัง

“เราจักทำอย่างไรกันต่อดีขอรับ” หลินหงกล่าวขึ้นมา

“เช่นนั้นฟื้นคืนชีพให้เสี่ยวไป๋กับหมาเชี่ยก่อนค่อยว่ากันอีกที” หลินฮันกล่าวจบ ก็ได้หยิบก้อนหินสีเขียวขึ้นมาสองก้อน พร้อมกับถ่ายเทพลังปราณระดับเหนือเทวะขั้น 5 เข้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานมรกตหวนชีวีสองก้อนที่อยู่บนฝ่ามือหลินฮัน ค่อยๆลอยขึ้นสู่อากาศพร้อมกับปลดปล่อยพลังแห่งชีวิตออกมาอย่างมิขาดสาย

ดินแดนแห่งขุมนรกที่เคยมืดมิดพลันสว่างเจิดจ้า ผืนดินที่แห้งแล้งกลับหลายเป็นชุ่มชื่น ต้นอ่อนพืชพรรณนานาชนิดงอกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว กลิ่นสาปปีศาจอันโสมมมลายหายไปจนหมดสิ้น

หลินฮันหยิบก้อนผลึกสีขาวและสีส้มขึ้นมา ทันใดนั้นพลังแห่งขีวิตที่กระจายไปทั่วดินแดนนรกพลันพุ่งเข้าสู่ผลึกทั้งสองอย่างบ้าคลั่ง พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือน ท้องฟ้าปรากฏหมู่เมฆสีดำกลุ่มใหญ่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สายฝนเริ่มโปรยปรายส่งเสริมหมู่พืชที่พึ่งถือกำเนิดขึ้นในดินแดนนรก ไม่นานก้อนผลึกทั้งสองในมือหลินฮันพลันส่องแสงสว่างเจิดจ้า ค่อยๆเกิดรอยแตกร้าวออกทีละน้อยๆ เหล่าสัตว์เทวะน้อยใหญ่คุกเข่าลงอย่างนอบน้อม

“นายท่าน” แมวสีขาวและนกกระจิบสีแดงส่งเสียงผ่านพันธสัญญาจิตวิญญาณทันที

“พวกเจ้ากลับมาแล้ว” หลินฮันกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลินหงได้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆให้กับเสี่ยวไป๋และหมาเชี่ยฟัง ทั้งสองถึงกับเบิกตากว้างพร้อมกับมองไปยังแม่หนูน้อยถิงถิงที่นอนหลับไหลอย่างตกตะลึง

ผ่านไปไม่นานถิงถิงก็ได้ตื่นขึ้นมา แม่หนูน้อยรู้สึกแปลกใจอย่างมากที่ได้พบกับเสี่ยวไป๋และหมาเชี่ย นางพอทราบเรื่องที่มารดาเคยเล่าให้ฟังก่อนนอน ครั้งหนึ่งท่านพ่อได้ต่อสู้กับมารร้ายจนเกือบสิ้นชีพ แต่ในยามนั้นมีสามสัตว์เทวะผู้ซื่อสัตย์ที่คอยรับใช้ท่านพ่อ สละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องท่านพ่อเอาไว้ หลังจากนั้นแมวน้อยสองตัวและนกกระจิบก็ได้มาอยู่ในอ้อมแขนของถิงถิงอย่างขัดขืนมิได้

โลกเบื้องบน ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ บุรุษผมขาวได้ย่ำเท้าออกมาจากลำแสงเคลื่อนย้ายด้วยใบหน้าอันน่าเกลียดอย่างยิ่ง กระบี่โปร่งแสงในมือแตกร้าว พร้อมที่จักสูญสลายได้ทุกเวลา

"ไอ้บรรพกาลบัดซบ สารเลว.." เทพเเห่งสงครามสบถออกมาด้วยโทษะหลังจากออกมาจากลำเเสงเคลื่อนย้าย มันยืนสงบสติอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงหายวับไปอย่างรวดเร็ว.....

ตอนก่อน

จบบทที่ เจ้าเเห่งเเดนนรก

ตอนถัดไป