พันธะคร่าชีวี

หลินฮันยืนมองถิงถิงวิ่งเล่นกับหลินหง เสี่ยวไป๋และหมาเชี่ย ในแดนนรกยามนี้นั้นเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ท้องฟ้าที่เคยมืดมิดกลายเป็นแจ่มใส พลังปราณที่แผ่ออกมาจากฟ้าดินเข้มข้นยิ่งกว่าแดนมนุษย์หลายเท่านัก พืชพรรณนานาชนิดขึ้นเต็มไปทั่วดินแดน

เหล่าสัตว์เทวะทั้งหลายต่างดูดซับพลังปราณอย่างเต็มที่ มีเพียงเจ้า 3 ตัวที่หยอกล้ออยู่กับถิงถิง โดยมิได้สนใจจะบ่มเพาะพลังเลยแม้แต่น้อย ยามนี้นั้นพลังของหลินหงเพิ่มขึ้นเป็นเจ้าเทวะขั้น 1 ส่วนเสี่ยวไป๋และหมาเชี่ยมีพลังระดับเทวะขั้น 9 ที่พลังของทั้ง 3 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ อาจจักเป็นผลพวงแห่งมรกตหวนชีวีก็เป็นไปได้

“ท่านพ่อเจ้าขา เรากลับบ้านกันเถิด” ถิงถิงกล่าวขึ้นมาพร้อมกับสะบัดมือคราหนึ่ง ประตูปีศาจปรากฏขึ้นในทันใด ยามนี้นั้นนับว่าถิงถิงเริ่มชำนาญการใช้งานประตูปีศาจแล้ว

ทันใดนั้นเองพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของคนทั้งสองสั่นสะเทือนโดยพลัน เสียงฝีเท้าจำนวนมหาศาลค่อยๆดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง หลินฮันและถิงถิงเหินร่างขึ้นสู่ท้องนภาโดยพลัน

ต่อมาภาพที่ได้เห็นนั้นทำให้ถิงถิงถึงกับตกตะลึง เหล่าปีศาจมากมายหลายเผ่าพันธุ์ หากนับจำนวนดูแล้วย่อมมากกว่าร้อยล้านตนเป็นแน่ หลินฮันจับดาบแห่งราชันมังกรแน่นเตรียมพร้อมที่จักออกออกกระบวนท่า

ทันใดนั้นผู้นำปีศาจทั้งสี่ที่อยู่เบื้องหน้าปีศาจเหล่านั้นได้ก้าวออกมาแล้วคุกเข่าลง หลินฮันเปิดค่าสถานะขึ้นมาก็ได้พบว่าทั้งสี่ตนนั้น อยู่ระดับเหนือเทวะขั้น 8 ส่วนลูกสมุนทั้งหลายที่อยู่เบื้องหลัง ต่างก็อยู่ในระดับเหนือเทวะขั้นต้นและขั้นกลางทั้งสิ้น

“ข้าน้อยคูโหลว ผู้นำเผ่าปีศาจกระดูกอมตะ คำนับองค์จักรพรรดิ” ปีศาจที่มีร่างกายเป็นดั่งโครงกระดูกมนุษย์กล่าวขึ้นมาด้วยความนอบน้อบ

“ข้าน้อยซีเซวี่ยกุ่ย ผู้นำเผ่าปีศาจกระหายเลือด คำนับองค์จักรพรรดิ” สตรีที่รูปร่างดั่งมนุษย์แต่ผิวกายของนางนั้นซีดขาวเป็นอย่างมากกล่าวขึ้นมาด้วยความนอบน้อม

“ข้าน้อยเอ้อหมัว ผู้นำเผ่าปีศาจพราย คำนับองค์จักรพรรดิ” ปีศาจที่มีรูปร่างโปร่งแสงอันแปลกประหลาดกล่าวขึ้นมาด้วยความนอบน้อม

“ข้าน้อยไกว้อู้ ผู้นำเผ่าปีศาจอสูรโลหิต คำนับองค์จักรพรรดิ” ปีศาจที่มีรูปร่างดั่งมนุษย์แต่ส่วนหัวของมันกลับเป็นกระทิงดุ กล่าวขึ้นมาอย่างนอบน้อมเช่นเดียวกัน

เมื่อผู้นำทั้งสี่กล่าวจบ ปีศาจทั้งหลายที่อยู่ด้านหลังพวกมันก็ได้คุกเข่าลงโดยพลัน ถิงถิงมองไปยังผู้นำปีศาจทั้ง 4 ตน พร้อมกับกล่าวขึ้นมาว่า

“พวกน้าๆมาทำอันใดกันเจ้าคะ แล้วเมื่อครู่คำนับใครหรอ”

เหล่าปีศาจที่ได้ยินดั้งนั้นถึงกับล้มหัวคะมำมิเป็นท่า

“เอ่อ ก็ท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ พวกเรามาในวันนี้ด้วยตั้งใจจักถวายตนเป็นข้ารับใช้” ซีเซวี่ยกุ่ย ผู้นำเผ่าปีศาจกระหายเลือดกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว

เดิมทีปีศาจซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงอย่างเดียวในดินแดนแห่งนี้ บางตนอยู่ใต้อาณัติของเทพปีศาจแห่งขุมนรก แต่เมื่อเทพปีศาจแห่งขุมนรกตกตายไปแล้ว ผู้สังหารจึงถือเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ไปโดยปริยาย

ส่วนตนที่มิได้อยู่ภายใต้เทพปีศาจแห่งขุมนรก เมื่อได้สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงและสิ่งมีชีวิตนอกเหนือจากเผ่าพันธุ์ตนเองที่เกิดขึ้นมาในดินแดนขุมนรกแห่งนี้ จึงได้บังเกิดความเลื่อมใสจากก้นบึ้ง ในเมื่อมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมา พวกมันก็มิต้องอยู่อย่างหิวโหยแล้ว

เมื่อทั้งสี่เดินทางมาถึงนั้นก็ได้เห็นถิงถิงนำประตูปีศาจออกมาพอดิบพอดี จึงได้ทราบในทันทีว่า ผู้สังหารเทพปีศาจตนเดิมลงไปนั้นคือดรุณีน้อยนางนี้นั่นเอง บางทีสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นอย่างพืชพรรณนานาชนิด อาจจักเป็นนางที่สร้างพวกมันขึ้นมาในดินแดนแห่งนี้

ถิงถิงหันไปมองหลินฮันด้วยความงุนงง หลินฮันจึงกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า

“ลูกเป็นผู้ถือครองประตูปีศาจ ย่อมถือว่าเป็นราชันในดินแดนแห่งนี้ ถิงถิงของพ่อเป็นองค์จักรพรรดินีแล้ว”

“ไม่นะ ถิงถิงไม่เอาอะ ถิงถิงไม่อยากเป็นจักรพรรดิ ถิงถิงอยากเป็นเจ้าหญิงต่างหาก” ถิงถิงกล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าบึ้งตึงอย่างรวดเร็ว

เหล่าปีศาจที่ได้ยินดังนั้นก็พากันล้มหัวคะมำลงไปอีกรอบ ไม่อยากเป็นองค์จักรพรรดิแต่อยากเป็นเจ้าหญิง ในโลกใบนี้มีผู้ใดมีแปลกประหลาดเช่นนี้กัน

“เช่นนั้นท่านเป็นเจ้าหญิงผู้ปกครองพวกเราเหล่าปีศาจดีไหมเจ้าคะ” เซวี่ยกุ่ย ผู้นำเผ่าปีศาจกระหายเลือดกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว

“เย้ ถิงถิงได้เป็นเจ้าหญิงแล้ว” แม่หนูน้อยกล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้าอันเต็มไปด้วยความสุข

ในยามนี้มิทราบว่าแม่หนูน้อยจักรู้ถึงพลังอำนาจแห่งถูกปกครองเหล่าปีศาจทั้งมวลที่ซึ่งแม้แต่เทพปีศาจแห่งขุมนรกเองก็ยังมิอาจทำได้สำเร็จหรือไม่

เกรงว่าหากถิงถิงบอกให้ปีศาจพวกนี้ไปถล่มแดนมนุษย์หรือแดนอื่นๆ หากมิมีทัณฑ์สวรรค์ขวางกั้นไว้ แดนมนุษย์คงเหลือเพียงฝุ่นผงเท่านั้น

“พวกเราน้อบคารวะ เจ้าหญิงผู้ปกครองแดนนรก ขอเจ้าหญิงผู้เมตตาโปรดประทานความรุ่งโรจแก่เผ่าปีศาจของพวกเราด้วยเถิด” ผู้นำทั้งสี่กล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นเองสัญลักษณ์ดาว 5 แฉกก็ได้ปรากฏขึ้นมาบนหน้าฝากของถิงถิง ฟ้าดินเริ่มปั่นป่วน เหล่าปีศาจทั้งหลายร่างกายของมันสั่นสะท้านอย่างมิอาจควบคุมได้

ลำแสงพลังปราณสีแดง 5 สายพวยพุ่งออกมาจากร่างน้อยๆของถิงถิง แล้วกระจายออกไปยังบริเวณที่ปีศาจทั้งหลายยืนอยู่ทันที ลำแสงทั้ง 5 เฉือนร่างกายของเหล่าปีศาจนับร้อยล้านตนอย่างรวดเร็ว

หยาดโลหิตของเหล่าปีศาจน้อยใหญ่ที่ไหลรินออกมาจากบาดแผล กลับมิร่วงลงสู่พื้นดินแม้แต่น้อย แต่พุ่งเข้าสู่สัญลักษณ์ดาว 5 แฉกบนหน้าผากของถิงถิงอย่างรวดเร็ว

“พะพันธะคร่าชีวี” หลินหงกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นตะลึง

ตอนก่อน

จบบทที่ พันธะคร่าชีวี

ตอนถัดไป