กองทัพจิ้มทะลวง

หลินฮันฟาดก้านมะยมพลังใส่ร่างของเทพแห่งสงครามปราณอย่างไร้ จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 1 ชั่วยาม จึงค่อยๆสลายพลังปราณไป

“ไม่!! เหตุใดเจ้าจึงหยุดมือกัน เฆี่ยนตีข้าเดี๋ยวนี้” เทพแห่งสงครามกล่าวขึ้นมาเมื่อเห็นหลินฮันสลายพลังปราณอันแปลกประหลาดในมือไป ในยามที่พลังปราณอันเรียวเล็กสายนั้นฟาดฟันลงมายังร่างกาย ความรู้สึกอันแปลกประหลาดพลันบังเกิดขึ้นมาในก้นบึ้งแห่งจิตใจ เป็นความรู้สึกมีความสุขอันมิอาจพบเจอได้ในชีวิต

“พี่เบื่อหน้าโหลๆของเอ็งแล้ววะ เอาละทีนี้เดี๋ยวพี่จะเอาเหล็กเสียบไก่เอนกประสงค์ออกให้ เอ็งก็หนีไปได้แล้วนะ ตามสบายนะ” หลินฮันกล่าวออกมาด้วยใบหน้าอันเรียบเฉย แท่งเหล็กที่ยึดร่างของเทพแห่งสงครามพลันมลายหายไปสิ้น หลินฮันหันหลังตั้งท่าจะทะยานออกไป

เทพแห่งสงครามได้ยินดังนั้นก็เกิดอาการ้อนรนขึ้นมาทันใด มันรีบคุกเข้าพร้อมกับกล่าวออกมาว่า

“ได้โปรดเถิดขอรับ ข้าต้องการมันอีก พลังปราณอันเรียวเล็กนั่น ขอแค่ท่านเทพแห่งบรรพกาลผู้ยิ่งใหญ่เฆี่ยนตีข้าอีก มิว่าท่านต้องการสิ่งใด ข้าน้อยจักจัดหาให้ทุกอย่าง ข้าขอสาบานต่อสวรรค์ว่าจักรับใช้ท่านไปตลอดกาล”

หลินฮันได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างชั่วร้าย แต่ยังมิทันได้กระดิกหนวดกล่าวความอันใด ลำแสงเคลื่อนย้ายพลันส่องแสงสว่างเจิดจ้า บุรุษผู้ชุดขาว สวมหมวกทรงตั้งดั่งกุนซือ ในมือโบกสะบัดพัดขนนกสีขาว

“ขงเบ้ง” หลินฮันอุทานออกมา บุรุษชุดขาวผู้มาใหม่นี้ บุคลิกการแต่งตัวช่างเหมือนกับตัวละครสามก๊กในโลกก่อนหน้านี้อย่างยิ่ง

เมื่อเทพแห่งสงครามที่คุกเข่าอยู่กับพื้นสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังของบุรุษชุดขาว ร่างกายของมันสั่นสะท้านขึ้นมาในทันใด หยาดเหงื่อหลั่งไหลออกมาเต็มใบหน้าและแผ่นหลัง

บุรุษชุดขาวโบกสะบัดพัดในมือคราหนึ่ง ร่างของเทพแห่งสงครามและเหล่าทหารสวรรค์พลันพุ่งเข้าสู่ลำแสงเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว บุรุษชุดขาวจ้องมายังหลินฮันด้วยดวงตาอันเหยียดหยาม หลินฮันจ้องมองโดยมิวางตาเช่นกัน

“ถือว่าเป็นโชคดีของเจ้าเทพบรรพกาล ที่วันนี้นายท่านของข้าเพียงให้มารับเจ้าสวะเทพสงครามกลับไปเท่านั้น” บุรุษชุดขาวกล่าว

“เจ้าคงจักเป็นแห่งปัญญาสินะ ใยมิมาสัปยุทธให้รู้ดำรู้แดงกันไปเล่า จักยืนอยู่หน้าลำแสงเคลื่อนย้ายเยี่ยงบุรุษขลาดเขลาเช่นนั้นให้น่าหัวร่อเพื่ออันใด” หลินฮันกล่าวท้าทาย

“วาจาคมคายมิเบาเลยหนา เด็กน้อย” เทพแห่งปัญญากล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม จบคำก็หันหลังแล้วเดินเข้าไปในลำแสงเคลื่อนย้ายทันที หลังจากนั้นลำแสงเคลื่อนย้ายที่ส่องสว่างเจิดจ้าก็ได้หม่นแสงลงอีกครั้ง หลิงหงเห็นดังนั้นจึงรีบเร่งเข้าไปทำอันใดบางอย่างกับลำแสงเคลื่อนที่สิ้นแสงลงไป

หลินหงใช้โลหิตปีศาจวาดอักขระบางประการรอบๆลำแสงนั้น ทันใดนั้นเองลำแสงเคลื่อนย้ายก็ได้เกิดระเบิดขึ้นมาและหายไปอย่างไร้ร่องรอย

“คิดจักมาก็มา คิดจักไปก็ไป ทีนี้พวกเอ็งรอนายท่านของข้าขึ้นไปหาอย่างเดียวก็แล้วกัน” หลินหงกล่าวพร้อมกับลูบมือดั่งผู้ทำการได้สำเร็จ

หลินฮันเห็นดังนั้นจึงชูนิ้วโป้งขึ้นมา “เยี่ยมมากไอ้น้องรัก”

ในเมื่อถิงถิงสามารถใช้ประตูปีศาจไปที่ใดก็ได้ จักต้องกังวลเรื่องลำแสงเคลื่อนย้ายอันใดอีก คิดแล้วมันน่าเจ็บใจยิ่งนัก หินลมปราณที่เพียรพยามยามรวบรวมมาอย่างยากลำบากนับล้านล้านก้อน ดันนำไปเติมเพื่อปลุกพลังงานของลำแสงเคลื่อนย้ายในสำนักเทพกระบี่ ยิ่งคิดยิ่งอดเสียดายมิได้

หลินฮันเดินมาหาถิงถิงที่นอนหลับไหลอยู่บนหลังอันนุ่มนิ่มของพยัคฆ์ขาวเทวะเสี่ยวไป๋ เหล่าผู้นำปีศาจทั้งสี่ในยามนี้รู้สึกยำเกรงในพลังของหลินฮันเป็นอย่างมาก สายตาที่เคยมองด้วยความมิเป็นมิตรในยามที่หลินฮันสัมผัสร่างกายถิงถิงได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เสียงร้องโหยหวนของเทพแห่งสงครามที่พวกมันมิอาจต่อกรยังคงตราตรึงอยู่ในโสตประสาท บิดาของเจ้าหญิงถิงถิง ราชันแห่งพวกเราเหล่าปีศาจแห่งขุมนรก ช่างน่ายำเกรงยิ่งนัก

เวลาล่วงผ่านไปถึง 7 วัน แม่หนูน้อยถิงถิงจึงได้เปิดเปลือกตาตื่นขึ้นมา นางมองไปรอบตัวก็ได้พบว่าตนนั้นนอนอยู่ในห้องอันกว้างใหญ่ พลังปราณภายในห้องเข้มข้นเป็นอย่างมาก ผนังห้องทั้งสี่ด้านประกอบไปด้วยหินลมปราณจำนวนมากมายนับมิถ้วน ที่นำมาเป็นวัสดุ

“ท่านพ่อเจ้าขา” ถิงถิงลุกออกจากเตียงแล้วส่งเสียงเรียกหลินฮันโดยพลัน แต่ก็มิได้มีเสียงตอบรับแม้แต่น้อย นางจึงเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งเดินไปเบื้องหน้าก็ยิ่งรู้สึกสงสัยว่าตนเองอยู่ที่ใดกันแน่ เหตุใดมันยิ่งใหญ่อลังการเช่นนี้ ทุกชิ้นส่วนของอาคารสร้างมาจากหินลมปราณขั้นสูงทั้งสิ้น แม้แต่พื้นที่ใช้เหยียบย่ำก็มิเว้น

“คารวะเจ้าหญิงถิงถิงจอมราชันแห่งขุมนรกขอรับ” ภูตน้อยตนหนึ่งโผล่หัวออกมาจากผนังพร้อมกับกล่าวอย่างนอบน้อม

“ว๊ายย เบิม!!!!” ถิงถิงตกใจเป็นอย่างมา นางเผลอสะบัดมือออกไปครั้งหนึ่ง ผนังที่ทำด้วยหินลมปราณแหลกละเอียดเป็นผุยผง เบื้องหน้านับจากบริเวณที่ภูตน้อยตนนั้นโผล่ออกมาโล่งเตียนราวกับมิเคยมีสิ่งใดมาก่อน ร่างของภูตน้อยตนนั้นมาโผล่บริเวณด้านหลังของแม่หนูน้องถิงถิงอย่างรวดเร็ว

“เจ้าหญิงถิงถิงโปรดระงับโทษะด้วยขอรับ” ภูตน้อยตนนั้นกล่าวขึ้นมาอย่างร้อนรน

“เจ้าเป็นผู้ใดกัน แล้วท่านพ่อของข้าละ” ถิงถิงกล่าวถาม

“ข้าน้อยเอ้อเหมา บุตรแห่งเอ้อหมัว ผู้นำเผ่าปีศาจพราย ได้รับหน้าที่จากท่านหลินฮันให้เป็นผู้ดูแลประสาทที่พึ่งสร้างขึ้นมาหลังนี้ขอรับ ส่วนท่านหลินฮันได้เดินทางไปฝึกสอนวิชาให้แก่เหล่าปีศาจทั้ง 4 เผ่าบริเวณทิศลานกว้างทิศเหนือขอรับ” ภูตน้อยตนนั้นกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ถิงถิงได้ยินดังนั้นก็ได้สงพลังปราณไปยังขาทั้งสองข้างโดยพลัน นางทะยานขึ้นไปบนฟ้าอย่างรวดเร็ว ทำเอาปราสาทที่สร้างจากหินลมปราณขั้นสูงทั้งหลังแตกกระจายมิมีชิ้นดี เมื่อมาถึงบริเวณลานกว้างตามคำบอกเล่าของเอ้อเหมา ก็ได้พบกันหลินฮันที่กำลังสั่งสอนวิชาให้กับเหล่าปีศาจทั้งหลายอย่างเคร่งเครียด

“มิได้ นิ้วเอ็งต้องเฉียง 45 องศา พลังนิ้วชี้กับนิ้วกลางต้องได้ หลุมตรงนั้นเอ็งเห็นหรือไม่ คิดเสียว่ามันเป็นหลุมที่ต้องการดูดพลังของเจ้าจนตาย เจ้าต้องตั้งสมาธิแทงเข้าไปแรงๆ เอาให้มิดน่ะ เอาให้มิด เข้าใจหรือไม่….” หลินฮันกล่าวกับเหล่าปีศาจ ต่อจากนั้นมินานท่าร่างของเหล่าปีศาจที่แสดงออกมาช่างน่าประหลาดชอบกล

“กองทัพจิ้มทะลวงของพี่ได้ถือกำเนิดแล้ว ฮาฮ่าฮ่า....”

ตอนก่อน

จบบทที่ กองทัพจิ้มทะลวง

ตอนถัดไป