คนผู้นั้นคือผู้ใดกันหรือขอรับ
ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโลกเบื้องบน พระราชวังสีทองตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางดินแดน มีเหล่าทหารสวรรค์ป้องกันแน่นหนาทุกระเบียดนิ้ว
ในห้องโถงหลักแห่งพระราชวังสีทองนั้น มีบุรุษวัยกลางคนนอนท้าวคางอยู่บนบัลลังก์อย่างเกียจคร้าน ด้านข้างรายล้อมไปด้วยเหล่าสตรีนับสิบ ล้วนแล้วแต่มีใบหน้าอันงดงามหาใดเปรียบ คอยประจบเอาใจบุรุษเกียจคร้านผู้นั้นอยู่มิห่าง
“เทพแห่งปัญญามาขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ” ขุนนางผู้ทำหน้าที่รับใช้อย่างใกล้ชิดกล่าวขึ้นมา
“เข้ามา” บุรุษผู้นั้นเปิดปากกล่าว ห้องโถงที่สร้างขึ้นมาให้สามารถต้านทานการโจมตีของผู้มีพลังระดับเหนือเทวะขึ้น 9 ลงมาถึงกับสั่นสะเทือนเบาๆ
“เทพแห่งปัญญา คำนับนายท่าน” เทพแห่งปัญญากล่าวออกมาด้วยความหวั่นเกรง บุรุษที่อยู่บนบัลลังก์เบื้องหน้าของมันนี้ คือเทพแห่งความโกลาหลที่อารมณ์มิค่อยคงที่เท่าใดนัก
“สิ่งที่ข้าให้เจ้าไปทำ สำเร็จแล้วใช่หรือไม่” เทพแห่งความโกลาหลที่นอนท้าวคางอยู่บนบัลลงก์กล่าวออกมา
“ลุล่วงแล้วขอรับ เชิญนายท่านมองด้วยตาตนเองเถิด” เทพแห่งปัญญากล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้นเองด้านหลังของเทพแห่งปัญญาได้ปรากฏบุรุษสองคนและสตรีหนึ่งคน หนึ่งคือเทพแห่งสงครามที่ต่อสู้กับหลินฮันในดินแดนนรก อีกผู้หนึ่งนั้นคือราชาปีศาจเฮยหนาน หากหลินฮันได้รับรู้ว่ามันยังมีชีวิตอยู่ คงจักประหลาดใจมิน้อย บุรุษทั้งสองคุกเข่าลงในทันใด ส่วนสตรีผู้นั้นยืนนิ่งมิไหวติงดั่งหุ่นขี้ผึ้งก็มิปาน นางคือหยางจื่อนั่งเอง
ทันทีที่เทพแห่งความโกลาหลได้เห็นใบหน้าของนาง จากร่างที่เคยนอนอย่างเกียจคร้านลุกยืนขึ้นมาทันใด
“พวกเจ้าทำดียิ่งนัก ข้ารับใช้ที่ซื้อสัตย์ของข้า” เทพแห่งความโกลาหลกล่าว
“หามิได้ขอรับ เป็นเพราะแผนการของท่านเทพแห่งปัญญา จึงทำให้ทุกสิ่งสำเร็จโดยง่าย” ราชาปีศาจเฮยหนานกล่าวขึ้นมา
เมื่อหลายแสนปีก่อน เทพแห่งปัญญาได้ส่งราชาปีศาจเฮยหนาน ให้เป็นผู้ติดตามเทพแห่งความตายไปยังโลกมนุษย์ สำหรับเทพแห่งความตายนั้นนางได้รับภารกิจสังหารเหล่าสายเลือดแห่งเทพที่หลบหนีไป ส่วนราชาปีศาจเฮยหนานได้รับภารกิจตามหาสตรีผู้หนึ่ง
ในตอนที่เทพแห่งความตายสูบพลังเพื่อต่อกรกับหลินฮันในครานั้น ราชาปีศาจเฮยหนานมิได้ตายลงอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ร่างที่เทพแห่งความตายสูบพลังเข้าไปเป็นเพียงร่างแยกอีกร่างหนึ่งของมันเท่านั้น เพราะเหตุนี้เทพแห่งความตายจึงมิอาจต้านทานพลังของหลินฮันและดาบแห่งราชันมังกรได้แม้แต่น้อย เพราะพลังของร่างแยกกับร่างหลักจักเทียบกันได้อย่างไร
ด้วยมโนภาพที่เทพแห่งปัญญาถ่ายทอดให้ ราชาปีศาจเฮยหนานจึงได้ค้นพบว่าสตรีที่ตนตามหาก็คือหยางจื่อนั่นเอง มันใช้เวลาถึง 10 ปี ใช้ค่ายกลและวิชาทำลายล้างที่ได้รับมาจากเทพแห่งปัญญา เจาะทะลวงแกนพลังแห่งแดนมนุษย์ เมื่อใดที่แกนพลังของแดนมนุษย์ถูกทำลาย ทัณฑ์สวรรค์ย่อมมิบังเกิดขึ้น เมื่อนั้นภารกิจของมันก็นับว่าลุล่วงแล้ว
ในที่สุดแกนพลังแห่งแดนมนุษย์ก็ถูกราชาปีศาจเฮยหนานทำลายลง เทพแห่งปัญญานำทัพทหารสวรรค์เข้าไปจู่โจมแดนมนุษย์และจับกุมตัวหยางจื่อเอาไว้ แต่มิคาดคิดว่าดวงจิตแห่งเทพวารีและปฐพีที่เคยหลบหนีจากโลกเบื้องบนไป จักยังคงหลงเหลืออยู่ในแดนมนุษย์
เทพแห่งปฐพีใช้พลังแห่งพื้นดินโอบอุ้มเหล่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนโลกเอาไว้มิให้สูญสิ้น ส่วนเทพแห่งวารีได้ใช้พลังแห่งสายน้ำพัดพาเหล่ามนุษย์ทั้งหลายเข้าสู่ทะเลมิติแล้วส่งต่อให้กับมังกรฟ้าและเต่าทมิฬ ก่อนที่เทพทั้งสองจักถูกพลังทำลายล้างของเทพแห่งปัญญาและทหารสวรรค์จู่โจมจนมอดดับไป
มังกรฟ้าและเต่าหมิฬได้ใช้พลังตนเองปกป้องมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายอย่างสุดความสามารถ ถึงขั้นสังเวยร่างเนื้อของตนเพื่อใช้พลังเฮือกสุดท้ายพาทุกคนหลบหนีให้จงได้ จนเทพแห่งปัญญาได้ทำลายแดนมนุษย์ทิ้งแล้วจึงจากไป....
“พวกเจ้าออกไปได้แล้ว ข้าจักให้รางวัลอย่างงามแน่นอน” เทพแห่งความโกลาหลกล่าว
เมื่อข้ารับใช้ออกไปจนหมดแล้ว เทพแห่งความโกลาหลสะบัดมือเบาๆคราหนึ่ง ร่างของหยางจื่อที่ยืนนิ่งอยู่นั่น ล่องลอยเข้าหาร่างของมันอย่างรวดเร็ว มันใช้มือลูบใบหน้าอันขาวนวลของหยางจื่ออย่างแผ่วเบา
“จื่อเอ๋อ เจ้าคิดถึงข้าบ้างหรือไม่ ข้าเฝ้ารอเจ้ามาล้านปีแล้วกระมัง......” เทพแห่งความโกลาหลกล่าวคำถามอันหวานซึ้งมากมาย ดังพานพบดวงใจที่จากกันมานานแสนนาน แต่ร่างของหยางจื่อกลับนิ่งค้างมิเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย นางได้ถูกสะกดเอาไว้ด้วยพลังของเทพแห่งปัญญา หากเทพแห่งความโกลาหลต้องการแก้ไข ลำบากเพียงกระดิกนิ้วมือเท่านั้น แต่หากทำเช่นนั้นแล้วนางมิยินยอมอยู่กับมันเล่า มิเท่ากับว่าปล่อยโอกาศให้นางสังหารตนเองดอกรึ
ทันใดนั้นเทพแห่งสงครามมิทราบว่ามาจากที่ใด พุ่งทะยานเข้าไปหาร่างของหยางจื่อที่อยู่เบื้องหน้าของเทพแห่งความโกลาหลอย่างรวดเร็ว เทพแห่งสงครามใช้ออกด้วยวิชาฝ่ามืออันปราดเปรียวโยนระเบิดควันที่สร้างมาจากวิธีพิเศษ เข้าหาร่างของเทพแห่งความโกลาหลที่กำลังกล่าวบทสนทนาอยู่ฝ่ายเดียวโดยมิสนใจสิ่งใดในทันที
“บูมมม!!”
เสียงระเบิดดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เทพแห่งความโกลาหลที่กำลังกล่าววาจาอันเลื่อนลอยพลันได้สติ
“ผู้ใดบังอาจก่อกวนข้า” เทพแห่งความโกลาหลกล่าวออกมาด้วยโทษะพร้อมกับกอดร่างของหยางจื่อเอาไว้แน่น มันใช้สายตาอันเฉียบคมมองทะลุฝุ่นควันแต่ดูเหมือนจักมิสามารถมองเห็นสิ่งใดแม้แต่น้อย จึงได้ใช้พลังปราณเร่งเร่าให้สายลมพัดพาฝุ่นควันเหล่านั้นให้หายไป ไม่นานก็กลับมาเป็นดั่งเดิม
เทพแห่งปัญญา ราชาปีศาจเฮยหนานและเหล่าทหารสวรรค์ที่พึ่งเดินออกไปได้มิไกล ได้ยินเสียงระเบิดจึงรีบเร่งเข้ามาในห้องโถงหลัก ภาพที่พวกมันได้พานพบนั้นถึงกับกล่าวอันใดมิออก นายท่านของมัน เทพแห่งความโกลาหลผู้ยิ่งใหญ่ ผู้พิชิตเหนือจรดใต้ด้วยฝ่ามือเพียงข้างเดียว กอดบุรุษเปลือยกายอยู่บนบัลลังก์....
"เอ่อ! นายท่านคนผู้นั้นคือผู้ใดกันหรือขอรับ หรือว่าจักเป็นนายหญิงของพวกเรากัน" ราชาปีศาจเฮยหนานกล่าวขึ้นมา
“ไอ้บัดซบ ข้าจักฆ่าเจ้า.....”