มุ่งสู่เเดนต้องสาป
หยางจื่อค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตนเองนอนหลับใหลอยู่ในกระท่อมไม้หลังหนึ่ง เมื่อมองออกไปนอกประตูก็ได้พบกับบุรุษผมขาวเนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบโลหิต ยืนจ้องมองมายังตัวนางมิวางตา
“เจ้าคนชั่วช้า อย่าเข้ามาใกล้ข้า” หยางจื่อส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ นางจำได้ว่าตนได้ถูกจับกุมตัวมา ถึงแม้จักพยายามขัดขืนอย่างถึงที่สุดแล้วก็ตาม บุรุษผมขาวผู้นี้จักต้องเป็นหนี่งในคนพวกนั้นเป็นแน่
“ใจเย็นๆก่อนขอรับนายหญิง ข้าน้อยคือข้ารับใช้ของนายท่านเทพบรรพกาล เป็นข้าที่ช่วยท่านหลบหนีมาจากเนื้อมือของเทพแห่งความโกลาหลในดินแดนศักดิสิทธิ์” เทพแห่งสงครามกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
หยางจื่อที่ได้ยินดังนั้นร่างของนางหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง บริเวณที่นางอยู่ในตอนนี้มิมีสิ่งมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงนางและบุรุษผมขาวเบื้องหน้าผู้นี้เท่านั้น
“เช่นนั้นยามนี้ ข้าอยู่ที่ใดกัน แล้วเหตุใดเทพแห่งความโกลาหลที่เจ้าว่าจึงต้องจับตัวข้ามาด้วย” หยางจื่อกล่าวถามขึ้นมาอย่างระแวดระวัง
“ตอนนี้พวกเราอยู่ยังโลกเบื้องบนขอรับ สถานที่แห่งนี้เป็นรอยต่อของดินแดนศักดิ์สิทธิ์และดินแดนต้องสาป คำถามที่ว่าเหตุใดเทพแห่งความโกลาหลจึงจับตัวท่านมานั้น ข้าน้องเองก็มิทราบเช่นกันขอรับ ข้ารู้เพียงว่าท่านเป็นสตรีของนายท่านจึงได้เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือ” เทพแห่งสงครามกล่าว
“เจ้าพาข้ากลับไปยังสำนักเทพกระบี่ของข้าได้หรือไม่” หยางจื่อกล่าวขึ้นมาด้วยความหวังเต็มใบหน้า
“ข้าขอบอกท่านตามตรง ดินแดนมนุษย์ในยามนี้สูญสิ้นไปแล้วขอรับ” เทพแห่งสงครามกล่าว
“เจ้าโกหก เจ้าโกหกข้า” หยางจื่อกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นางเชื่อว่าหลินฮันต้องกลับมาช่วยแดนมนุษย์เอาไว้อย่างแน่นอน
“ข้าน้อยได้ยินมาว่า ผู้คนที่อยู่ในแดนมนุษย์ล้วนแล้วแต่ถูกช่วยเหลือไว้ด้วยพลังของเทพแห่งวารี เทพแห่งปฐพีและสัตว์เทวะทั้งสองที่อยู่ในแดนมนุษย์ขอรับ เชื่อว่าคงจักยังมิมีผู้ใดได้รับอันตราย” เทพแห่งสงครามกล่าว
“จริงรึ” หยางจื่อกล่าวถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ หากเป็นเช่นคำกล่าวของเทพแห่งสงครามจริงๆ ก็นับว่าดียิ่งแล้วที่ทุกคนยังมีชีวิตอยู่
“จริงแท้แน่นอนขอรับ ทั้งมวลล้วนเป็นแผนการของเทพแห่งปัญญา ผู้เป็นข้ารับใช้คนสนิทของเทพแห่งความโกลาหลทั้งสิ้น เทพแห่งปัญญามันให้ข้าไปถ่วงเวลาของนายท่านเทพบรรพกาลเอาไว้ในดินแดนนรก แล้วจึงยกทัพไปจับตัวนายหญิงและทำลายแดนมนุษย์ทิ้งเสีย” เทพแห่งสงครามกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ในเมื่อเจ้าฟังคำสั่งเทพแห่งปัญญาอันใดนั่น แล้วเหตุใดเจ้าจึงช่วยข้า แถมยังเรียกเทพแห่งบรรพกาลสามีข้าว่านายท่าน” หยางจื่อกล่าวถามด้วยความสงสัย
“เอ่อ.. คือว่าในยามที่ข้าได้ลงไปในดินแดนแห่งขุมนรก ข้าต่อสู้จนพ่ายแพ้อย่างยับเยิน จึงได้สาบานเป็นข้ารับใช้ต่อท่านเทพบรรพกาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกอย่างหากมิใช้เพราะคำสั่งของเทพแห่งปัญญา เทพแห่งความตายคนรักของข้า ก็คงมิต้องแยกจากไปตลอดกาลเช่นนี้” เทพแห่งสงครามกล่าวด้วยความอาวรณ์
“เป็นเช่นนี้เอง สามีและบุตรสาวของข้ายังมีชีวิตอยู่สินะ” หยางจื่อกล่าวขึ้นมา
“เป็นเช่นนั้นขอรับ คงอีกมินานนายท่านจักต้องขึ้นมายังโลกเบื้องบนนี้ เพื่อช่วยนายหญิงเป็นแน่ขอรับ” เทพแห่งสงครามกล่าว
“มิได้เด็ดขาด จักให้หลินฮันขึ้นมามิได้ เทพแห่งความโกลาหลพลังของมันคงจักมีมากมายเหลือคณา หากเกิดการต่อสู้ขึ้นมาในยามนี้มีหวังหลันฮัน...” หยางจื่อกล่าวด้วยความกังวลใจ
“เรื่องนั้นนายหญิงมิต้องกังวลใจ นายท่านแข็งแกร่งยิ่งนัก ยามนี้เราต้องรีบหลบหนีออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เสียก่อน” เทพแห่งสงครามกล่าวขึ้นมา
“จักไปดินแดนต้องสาปที่เจ้าว่าเช่นรึ” หยางจื่อกล่าวถามด้วยความแปลกใจ ตามความคิดของนาง ดินเดนที่ได้ชื่อว่าดินแดนต้องสาป จักต้องเป็นสถานที่ที่มิควรไปอย่างยิ่ง
“ใช่แล้วขอรับ ข้าจักพาท่านหลบหนีไปยังดินแดนต้องสาปอันป่าเถื่อน ที่เหล่าเทพแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์มิกล้าย่างกราย พวกเราจักต้องระวังตัวอย่างมาก จำเป็นที่จักต้องปลอมแปลงร่างกายขอรับ” เทพแห่งสงครามกล่าวขึ้นมาพร้อมกับหยิบอาภรณ์ของบุรุษให้กับหยางจื่ออย่างนอบน้อม แล้วกล่าวขึ้นมาอีกว่า
“หากข้าสามารถพานายหญิงหลบหนีได้สำเร็จ นายหญิงช่วยบอกให้นายท่าน ใช้พลังปราณอันเรียวเล็กของนายท่าน ฟาดลงบนร่างข้าได้หรือไม่ขอรับ”
หยางจื่อได้ยินดังนั้นก็พลันเข้าใจได้ในทันที เหตุที่บุรุษผมขาวผู้เรียกตนเองว่าเทพแห่งสงครามจึงได้ยินยอมเป็นข้ารับใช้ของหลินฮัน เป็นเพราะวิชาก้านมะยมพลังปราณอันพิสดารนั่นเอง นางจึงพยักหน้าเป็นเชิงตกลงในทันที
หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองจึงได้เดินทางมุ่งหน้าไปยังดินแดนต้องสาปอย่างรวดเร็ว หยางจื่อนั้นได้แปรโฉมเป็นบุรุษหน้าหวาน ส่วนเทพแห่งสงครามนั้น มันกลับปลอมแปลงเป็นสตรี มองดูแล้วดั่งนางยักษ์ขินีก็มิปาน
โลกเบื้องบนในปัจจุบันนั้น ถูกแบ่งออกเป็น 3 ดินแดนใหญ่ ได้แก่
1. ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่ใจกลาง เป็นดินแดนที่อยู่อาศัยของเหล่าเทพทั้งหลาย มีเทพแห่งความโกลาหลเป็นผู้ปกครองสูงสุด
2. ดินแดนสัตว์เทวะ ตั้งอยู่เบื้องล้างของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นดินแดนอันเป็นที่อาศัยของสัตว์เทวะทั้งหลาย ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มีมังกรทองเทวะเป็นผู้ปกครอง
3. ดินแดนต้องสาป ตั้งอยู่เบื้องบนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นดินแดนอันรกร้างมานานนับล้านปี หากผู้ใดลุกล้ำจักมีมีวันหวนคืน จึงมิมีผู้ใดกล้าย่างกรายเข้าไปใกล้แม้แต่น้อย