บทที่ 31 นักฆ่าก็อบลิน(ฟรี)
บทที่ 31 นักฆ่าก็อบลิน(ฟรี)
เสียงคำรามของก็อบลินดังก้องไปทั่วสนามประลอง
ก็อบลินหลายสิบตัวพุ่งเข้าหาเคนและเคลเอียที่อยู่ริมสนามประลอง แต่เมื่อใกล้จะถึงก็ถูกกำแพงที่มองไม่เห็นขวางไว้
พวกมันเบียดเสียดกันอยู่ริมกำแพงโปร่งใส จนในที่สุดก็พบช่องว่างเล็กๆ
แต่ช่องว่างนี้ค่อนข้างแคบ ในสถานการณ์เช่นนี้ ก็อบลินที่อยู่ด้านหน้าถูกผลักจากด้านหลัง ทำให้เซถลาเข้าไปในช่องว่างอย่างลำบาก
ช่องแคบนี้ปล่อยให้ก็อบลินเข้าไปได้แค่ 1-2 ตัว และโจมตีเคลเอียที่อยู่ด้านใน
เคนใช้ดินน้ำมันโปร่งใสปั้นเป็นรูปครึ่งวงกลมที่ขอบสนามประลอง เหลือช่องแคบๆ ไว้เพียงช่องเดียว
ด้วยสติปัญญาอันจำกัดของมอนสเตอร์ในดันเจี้ยน พวกมันจะเดินไปตามทางที่มี ถ้าไม่มีทางก็ค่อยทุบทำลาย
ในสถานการณ์ที่ด้านหน้าไม่ได้ถูกปิดกั้นทั้งหมด การที่พวกมันจะมุ่งไปยังช่องทางเดียวที่มีอยู่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
จากนั้นเคลเอียก็ยืนอยู่ที่ช่องว่างนั้น ฟาดกระบองหนามอย่างเป็นจังหวะ สังหารก็อบลินที่เข้ามาทางช่องนั้นอย่างต่อเนื่องราวกับสายพานการผลิต
ก็อบลินที่ถูกฟาดกระเด็นไปก็เปิดทางให้ตัวถัดไปเข้ามา วนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
ส่วนเคนยืนอยู่บนแท่นโปร่งใสสูงหนึ่งเมตร ยิงธนูใส่พวกทหารที่อยู่ไกลออกไป
ลูกธนูของพวกทหารถูกขัดขวางกลางอากาศ
วิธีนี้แก้ปัญหาที่ศัตรูมีมากเกินไป ทำให้พวกเขาสองคนไม่สามารถต้านทานได้ทัน และอาจถูกโจมตีทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จนไม่สามารถกำจัดได้หมด
เมื่อเห็นก็อบลิหัวหน้าพยายามแทรกแถว เคนก็ใจดีใช้ใยแมงมุมช่วยจัดแถวให้พวกมัน
ทุกตัวมีโอกาสถูกฟาดกระเด็นเท่าเทียมกัน ไม่ต้องรีบ ทยอยมาทีละตัว
ส่วนหลังจากถูกฟาดกระเด็นไปแล้วจะลุกขึ้นมาได้อีกหรือไม่ นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องสนใจ
ด้วยการกำจัดที่มีประสิทธิภาพเช่นนี้ คลื่นนี้ก็ถูกจัดการอย่างรวดเร็ว
วิธีนี้ช่วยให้กำจัดมอนสเตอร์ได้เร็วขึ้น และยังลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ
ข้อเสียเพียงอย่างเดียว หรือจะเรียกว่าปัญหา
ก็คือมันสิ้นเปลืองพลังเวทของเคนไม่น้อย แม้แต่พลังเวทของเขาก็อาจไม่พอถึงคลื่นสุดท้าย แต่โชคดีที่ยังมียาฟื้นฟูพลังเวท
ใช้ช่วงเวลาพักระหว่างคลื่นเพื่อฟื้นฟูพลังกาย
จากนั้นก็รอคลื่นถัดไป แล้วฆ่ามอนสเตอร์อย่างเป็นระบบต่อไป
การทำงานเป็นระบบแบบนี้ ทำให้เหลือเพียงคลื่นสุดท้ายอย่างรวดเร็ว
พลังเวทของเคนเกือบหมดแล้ว แต่พลังกายยังเหลือพอสมควร
ส่วนสถานการณ์ของเคลเอียตรงกันข้ามกับเคน
มองดูนาฬิกาทรายคริสตัลบนท้องฟ้า เม็ดทรายสุดท้ายกำลังจะหล่นลงมา
เคนอดเตือนไม่ได้ "เคลเอีย คลื่นสุดท้ายแล้ว ระวังหน่อยนะ"
เคลเอียสะบัดแขนที่ปวดเมื่อยจากการฟาดอย่างต่อเนื่อง พยักหน้าอย่างแรง
แสงเรืองรางของเวทมนตร์รวมตัวกันแน่นขึ้น
จำนวนมอนสเตอร์ในคลื่นสุดท้ายคือ 100 ตัว!
กองทัพก็อบลินประกอบด้วยธรรมดา 60 ตัว ทหาร 20 ตัว โจร 15 ตัว และหัวหน้า 5 ตัว
เมื่อเห็นก็อบลินจำนวนมากเช่นนี้ เคนก็สลายกำแพงครึ่งวงกลมทันที
"ดูเหมือนจะต้องสู้กันตรงๆ แล้ว"
กำแพงแบบนี้ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป ก็อบลินจำนวนมากขนาดนี้ แค่เหยียบกันก็สามารถบุกเข้ามาได้ ถึงตอนนั้นอันตรายก็จะตกอยู่กับเคนและเคลเอีย
ทำได้แค่ถอยหนีและดึงความสนใจเท่านั้น
เคลเอียรู้สึกถึงการหายไปของกำแพงรอบๆ ก็เข้าใจความคิดของเคนในทันที
"ฉันจะดึงความสนใจของพวกก็อบลินเอง ส่วนพวกทหารที่อยู่ด้านหลังฝากคุณนะ"
เคนพยักหน้า แล้วหยิบขวดยาฟื้นฟูพลังเวทขึ้นมาดื่มทันที
รสแตงโมอีกแล้ว
เคลเอียก็ดื่มยาฟื้นฟูพลังกายเช่นกัน
"หัวใจสิงโต, สวมเกราะ" เกราะหนักรูปสิงโตที่เคยใช้ตอนฝึกซ้อมกับเคนปรากฏขึ้นบนร่างของเธอ แต่ยังไม่จบแค่นั้น
"รัศมีภาพแห่งบรรพชน"
เพียงเอ่ยวาจา ในมือของเธอก็ปรากฏขวานศึกขนาดมหึมา
ความรู้สึกหนักอึ้งของขวานศึก ทำให้คนรู้สึกว่ามันน่าจะใช้ทุบคนตายมากกว่าฟันคนตาย
เคลเอียถือขวานขวางไว้ แล้วพุ่งเข้าโจมตีกลุ่มมอนสเตอร์
ส่วนเคนเริ่มต้นด้วยการยิงใยแมงมุมเป็นกลุ่มๆ ใส่ฝูงก็อบลิน เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของพวกมัน ลดแรงกดดันในช่วงแรกให้กับเคลเอีย
จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปในอากาศ ใช้ความสามารถของรองเท้าเพื่อกระโดดซ้ำในอากาศ แล้วใช้ใยแมงมุมดึงตัวเองไปยังด้านหลังของกลุ่มมอนสเตอร์
ขณะอยู่กลางอากาศ เขาขว้างมีดบินออกไปหลายเล่ม สังหารไปหลายตัว
พอลงพื้น เขาก็สร้างค้อนยักษ์ขึ้นมาทันที ฟาดใส่พวกก็อบลินทหาร
ก็อบลินทหารที่อยู่ตรงจุดที่เคนลงมากลายเป็นแผ่นแบนทันที ส่วนก็อบลินอื่นๆ ที่อยู่รอบนอกถูกแรงกระแทกฟาดกระเด็นไป
ฝุ่นควันที่ถูกซัดขึ้นมาแผ่กระจายไปทั่ว
ท่ามกลางฝุ่นควัน เคนเปิดสกิลตาเหยี่ยว มือทั้งสองไม่หยุดสร้างมีดสั้น แล้วขว้างไปยังก็อบลินทหารมรอบๆ
เมื่อฝุ่นควันจางลง ก็อบลินทหารรอบๆ และโจรที่พยายามลอบโจมตีอีกไม่กี่ตัวล้มลงในกองเลือด แผลบนตัวยังคงพุ่งเลือดออกมาไม่หยุด
มองไปอีกด้านหนึ่ง
เคลเอียสวมเกราะหนัก ถือขวานศึก
เธอบุกเข้าออกในกลุ่มก็อบลิน ก็อบลินทุกตัวที่พยายามขัดขวางการบุกของเธอล้วนกลายเป็นชิ้นๆ
ส่วนพวกหัวหน้าไม่สามารถตามทันความเร็วของเธอได้เลย สติปัญญาในการต่อสู้อันจำกัดทำให้พวกมันไม่มีระเบียบวินัยในการจัดการล้อมโจมตี
ได้แต่วิ่งไล่ตามเคลเอียเป็นฝูง แล้วก็ถูกเธอหาโอกาสบุกอีกครั้ง
ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ เคลเอียได้รู้แล้วว่าพวกมอนสเตอร์เหล่านี้มีสติปัญญาไม่สูง กลยุทธ์ง่ายๆ แต่ได้ผลจึงมีประสิทธิภาพมากกับพวกมัน
ส่วนก็อบลินโจรที่พยายามลอบโจมตีจากเงามืด ล้วนถูกสัมผัสรับรู้อันน่าสะพรึงกลัวของเธอค้นพบทีละตัว แล้วถูกฟันกระเด็นไป
เมื่อเคนกำจัดพวกทหารเสร็จแล้วมาช่วยสนับสนุน ก็เหลือแต่ชิ้นส่วนก็อบลินเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้น
เหลือเพียงหัวหน้า 5 ตัวและก๊อปลินธรรมดาอีกกว่า 10 ตัวที่ยังไล่ตามหลังเคลเอียอยู่
เคนยิงใยแมงมุมออกไปทันที มัดขาก็อบลินหัวหน้า 3 ตัว จากนั้นก็ง้างธนูยิงใส่หนึ่งในนั้นที่เหลือ
ลูกธนูสามดอกที่ยิงด้วยแรงเต็มพุ่งทะลุศีรษะและลำคอของก็อบลินหัวหน้าในชั่วพริบตา
ก็อบลินหัวหน้าที่กำลังวิ่งล้มลงทันที ซัดฝุ่นฟุ้งขึ้นมา
เคลเอียเห็นเคนมาช่วย จึงหันกลับไปเผชิญหน้ากับก็อบลินหัวหน้าตัวสุดท้ายที่เหลือ
เธอฟาดขวานศึก สับก็อบลินทหารรอบๆ กระเด็นไป
ลากขวานศึกฟาดใส่ก็อบลินหัวหน้าอย่างสุดแรง ก็อบลินหัวหน้ายกดาบใหญ่ขึ้นพยายามรับการโจมตีครั้งนี้
แต่ขวานเล่มนี้เป็นอาวุธที่เคลเอียเรียกชื่อเปลี่ยนอุปกรณ์ออกมา ภายใต้แรงวิ่งและพละกำลังมหาศาลทั่วร่าง
พร้อมเสียงตะโกนแห่งความโกรธเกรี้ยว ก็อบลินหัวหน้าถูกผ่าทั้งตัวพร้อมดาบ เลือดเหม็นคาวพุ่งกระจายไปทั่ว
จากนั้นเธอก็เข้าไปหาก็อบลินหัวหน้าที่ถูกเคนทำให้สะดุดล้ม แล้วสังหารทีละตัว
ส่วนเคนก็เปิดสกิลตาเหยี่ยว คอยสอดส่องยิงก็อบลินโจรที่ยังคงซุ่มอยู่ในเงามืดรอโอกาสอย่างโง่เขลา
เมื่อโจรตัวสุดท้ายถูกยิง
นาฬิกาทรายพลิกกลับ เสียงระฆังบอกการสิ้นสุดการประลองดังขึ้น
เสียงเชียร์ดังสนั่นราวฟ้าร้องดังขึ้นจากอัฒจันทร์อีกครั้ง คราวนี้เพราะมีเคลเอียเข้าร่วม ระดับความรุนแรงและนองเลือดจึงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เสียงคำรามในเสียงเชียร์ก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
เศษซากร่างกายกลายเป็นเม็ดทราย เสียงเชียร์กึกก้องกลายเป็นแสงทอง
ตามลำแสงที่ลอยลงมาจากท้องฟ้า มุ่งไปรวมกันที่กลางสนามประลอง
ต่อไปก็ถึงช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นของการเปิดหีบสมบัติ
เมื่อแสงจางหายไป หีบสมบัติตรงกลางก็ปรากฏให้เห็น
ยังคงเป็นหีบเหล็ก มีลวดลายนูนอย่างง่ายๆ อยู่บนนั้น ดูหรูหรากว่าของชั้นแรกเล็กน้อย
ทั้งสองเดินมาหน้าหีบสมบัติ
เคนมองเคลเอีย แล้วถามขึ้นอย่างกะทันหัน "เธอยังไม่เคยลองใช่ไหม? ความรู้สึกตอนเปิดหีบน่ะ"
"อืม" เคลเอียพยักหน้าแรงๆ
"ลองดูสิ บางทีเธออาจจะโชคดีกว่าก็ได้"
เคลเอียนั่งลง มือที่วางบนหีบสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น
ค่อยๆ เปิดออก
หีบสมบัติสลายหายไปกับสายลม เหตุการณ์กะทันหันนี้ทำให้เคลเอียงุนงงเล็กน้อย
"ไม่เป็นไร หีบจะหายไปเมื่อเปิดแล้ว ดูสิว่ามีอะไรออกมาบ้าง?"
บนพื้นมีวัตถุเรืองแสง 4 ชิ้น