เคล็ดวิชาเก้าสังวรแห่งการหลอมกาย
บทที่ 17 เคล็ดวิชาเก้าสังวรแห่งการหลอมกาย
เช้าตรู่ของวันถัดมา หวังเฉินรีบรุดไปยังหอถ่ายทอดวิชาภายในเขตของศิษย์นอกอย่างไม่รอช้า หอถ่ายทอดวิชานับว่าเป็นสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเขตของศิษย์นอก ตัวอาคารเป็นวิหารขนาดใหญ่ สร้างขึ้นจากหินเหล็กหมึกทั้งก้อน องอาจยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณ เมื่อเขายืนอยู่เบื้องหน้าวิหาร ความรู้สึกถึงกาลเวลาที่ผ่านมายาวนานก็แผ่ซ่านเข้ามาในใจอย่างชัดเจน
เมื่อเดินเข้าไปในหอถ่ายทอดวิชา ข้างประตูวิหารมีโต๊ะตั้งอยู่ตัวหนึ่ง ชายชราผู้หนึ่งกำลังง่วงเหงาหาวนอนอยู่บนเก้าอี้ หวังเฉินรู้ดีว่าชายชราคนนี้คือผู้อาวุโสประจำหอถ่ายทอดวิชา ในเขตศิษย์ภายนอก ผู้อาวุโสผู้นี้เป็นเพียงผู้อาวุโสระดับศิษย์ภายนอกเท่านั้น ระดับพลังไม่ได้สูงมากนัก อยู่เพียงขั้นเหนือฟ้าแรกเริ่ม และแทบไม่มีโอกาสพัฒนาระดับพลังต่อไปได้อีก สิ่งเหล่านี้หวังเฉินได้รับรู้จากที่โจวชิงเล่าให้ฟังเมื่อวานนี้
“เฮ้อ... คนมักพูดกันว่าเจอพญายมยังง่ายกว่าเจอลูกสมุนของเขา ตอนนี้ข้าก็เป็นเพียงศิษย์ส่วนน้อยในกลุ่มศิษย์เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับผู้อาวุโสประจำหอถ่ายทอดวิชาในเขตศิษย์ภายนอกแล้ว ข้ายังห่างชั้นอีกไกลนัก\" หลังจากถอนหายใจด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาก็หยิบหยกประจำตัวออกมาแล้วยื่นให้ผู้อาวุโสประจำหอด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม
“อืม เจ้าคือศิษย์ภายนอกคนใหม่ใช่ไหม? เจ้ายังไม่ได้เลือกวิชางั้นหรือ? งั้นเข้าไปเถอะ ในห้องนี้มีวิชาทั้งหมดที่เจ้าสามารถเลือกได้ แต่มีเวลาแค่ครึ่งชั่วยามให้เจ้า พอเวลาหมดแล้วเจ้าต้องออกมาทันที!” ผู้อาวุโสประจำหอ มองแค่แผ่นหยกประจำตัวของหวังเฉินแล้วก็โยนคืนให้กับเขา โดยไม่สนใจอะไรอีก กล่าวเพียงไม่กี่คำแล้วก็ไล่เขาออกไปอย่างไม่แยแส
ยังไม่ทันที่หวังเฉินจะถามอะไรเพิ่มเติม ผู้อาวุโสประจำหอถ่ายทอดวิชา ก็หลับตาลงเล็กน้อย หัวเริ่มโน้มไปข้างหน้าเหมือนกำลังงีบหลับ
\"ดูเหมือนว่าในเขตสำนักภายนอกนี้ คงไม่มีอะไรให้ได้ประโยชน์มากนัก แม้แต่ผู้อาวุโสในเขตศิษย์นอกก็ยังมาใช้ชีวิตไปวัน ๆ\" หวังเฉินคิดในใจ ก็รู้ว่าผู้อาวุโสภายนอกคนนี้ไม่ใช่คนที่ดีอะไร ถึงแม้ว่าสถานที่อย่างหอถ่ายทอดวิชานี้จะสำคัญในหมู่กลุ่มศิษย์ภายนอก แต่สำหรับสำนักซิงหยุนแล้วมันก็ไม่ถือว่าสำคัญมากนัก เรื่องนี้ก็ไม่แปลก เพราะที่นี่มีแต่ทักษะการฝึกฝนที่ง่าย ๆ ส่วนใหญ่เป็นวิธีการฝึกที่พื้นฐานและตื้นเขิน แม้จะฝึกถึงระดับสูงสุด ก็เพียงแค่ก้าวเข้าสู่ระดับแรกของการฝึกในระดับเหนือฟ้าเท่านั้น ที่แห่งนี้สำหรับคนในโลกยุทธภพแล้วอาจจะล้ำค่าเป็นอย่างมาก แต่ในหมู่สำนักเซียนด้วยกันแล้ว กลับถูกมองไม่ว่าสำคัญอะไรมากนัก
หอถ่ายทอดวิชาแห่งนี้มีทั้งหมดสามชั้น ทุกชั้นจะมีชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยตำรามากมาย ครึ่งชั่วยามจะพูดว่านานก็ไม่นาน จะพูดว่าเร็วก็ไม่ได้เร็วไป แต่หวังเฉินกลับไม่รีบร้อน เขาเริ่มต้นจากชั้นแรก ค่อยๆ อ่านไปทีละเล่ม เคล็ดคงกระพัน, วิชาวารีไหลหลั่ง, เคล็ดเมฆม่วง, เคล็ดวิชาไม้ศักดิ์สิทธิ์, วิถีแห่งธรณี, คัมภีร์เพลิงระเบิด... ตำราแต่ละเล่มค่อยๆ ผ่านไปต่อหน้าต่อตาของหวังเฉิน ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งในความลึกซึ้งของสำนักซิงหยุน จากจำนวนตำราที่บรรจุไว้สำหรับการฝึกฝนของศิษย์ภายนอกนั้น ก็พอจะเดาได้ว่า ตำราระดับสูงกว่าที่เก็บรักษาอยู่ในที่ลับลึกของสำนักนี้คงจะมีมากมายเพียงใด
\"ไม่แปลกใจเลยที่เป็นสำนักที่สืบทอดกันมาหลายพันปี!!\" เวลาผ่านไปทีละนาที ทีละวินาที หวังเฉินได้ขึ้นไปยังชั้นที่สองของหอถ่ายทอดวิชาแล้ว ตำราฝึกปรือที่เขาอ่านไปนั้นไม่ถึงพันเล่มก็มีหลายร้อยเล่ม แต่ก็ไม่มีเล่มไหนที่ทำให้เขาพอใจได้เลย
\"อย่างที่คิด ที่หอถ่ายทอดวิชาของสำนักเขตภายนอกเต็มไปด้วยวิชาฝึกตนที่ไร้ค่า สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว แค่พวกฝึกยุทธ์ระดับสร้างฐานก็สามารถสร้างวิชาฝึกตนได้แล้ว มันก็เลยไม่ค่อยมีค่าอะไรเท่าไหร่!\" หวังเฉิน มองดูตำราที่อ่านไป มีทั้งแบบหนังสือ มีทั้งแผ่นไม้ไผ่ มีทั้งผ้าพับ และบางเล่มก็ถูกบันทึกไว้บนกระดูกสัตว์ โดยรวมแล้วมันมีความแปลกประหลาดมากมาย จนทำให้เขาตาลาย ตำราส่วนมากก็เก่ามาก ฝุ่นหนาเตอะ ดูเหมือนจะไม่มีใครเปิดอ่านมันมาหลายปีแล้ว
\"อืมมม หรือว่าวิชาฝึกตนดี ๆ จะอยู่ที่ชั้นสาม?\" เขานึกถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมา แล้วก้าวขาอย่างรวดเร็วขึ้นไปที่ชั้นสาม แน่นอนว่า เมื่อขึ้นไปชั้นสามแล้ว ตำราในชั้นนี้มีมากมายเช่นกัน แต่ไม่เหมือนสองชั้นก่อนหน้านี้ ที่เต็มไปด้วยฝุ่น บางเล่มยังดูใหม่สะอาด เหมือนมีคนเปิดอ่านอยู่ตลอดเวลา มือของหวังเฉินพลิกผ่านตำราต่างๆ อย่างรวดเร็ว เช่น ฝ่ามือทมิฬ, เพลงกระถางทอง, เคล็ดกระบี่เมฆไหล คัมภีร์แต่ละเล่มผ่านมือเขา ด้วยจิตสัมผัสที่แข็งแกร่ง เขาค่อย ๆ อ่านและทบทวนตำราด้วยความสนใจ สิ่งที่เขาพบในชั้นนี้ดูทรงพลังยิ่งกว่าตำราที่เขาเคยเจอมาหลายเล่ม โดยเฉพาะวิธีฝึกตนที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งดูเหมือนจะเป็นระดับที่สูงกว่า เขามองไปทีละขั้นบนชั้นวางหนังสือ สายตาของเขากวาดมองอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น เขาก็พบชิ้นส่วนของกระดองเต่าในมุมหนึ่งของชั้นหนังสือ โดยมีฝุ่นหนาตามากและวางอยู่ในมุมมืดมิด ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสนใจหรือเปิดอ่านมานานหลายปีแล้ว
\"หืม? แปลกจังคัมภีร์ที่นี่ส่วนใหญ่มักถูกเปิดอ่านอยู่บ่อย ๆ แต่กระดองเต่าชิ้นนี้กลับไม่มีใครสนใจเลย?\" ใจของเขาสั่นไหวเล็กน้อย เขาจึงหยิบกระดองเต่าขึ้นมาและปัดฝุ่นออกด้วยแขนเสื้อ ทันใดนั้น ฝุ่นที่เกาะอยู่ก็หายไป เหลือไว้เพียงตัวอักษรโบราณที่ปรากฏขึ้นบนกระดองเต่าอย่างชัดเจน ตัวอักษรในทวีปเทียนหยวนมีความคล้ายคลึงกับตัวอักษรที่หวังเฉินเคยเห็นในโลกของเขาในอดีต ทำให้เขาสามารถเข้าใจตัวอักษรเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย เขาก็เรียนรู้ได้เกือบทั้งหมด ในช่วงระหว่างที่เขาเดินทางร่วมกับโจวชิงและหยุนลู่
เนื่องจากความสามารถในการรับรู้ที่เทียบเท่ากับการฝึกฝนระดับขั้นสร้างฐาน ทำให้เขาสามารถอ่านตัวอักษรในหอถ่ายทอดวิชานี้ได้ และกระดองเต่าที่เขาถืออยู่ก็มีตัวอักษรที่ดูเหมือนจะเก่าแก่กว่าอักษรทั่วไป แต่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก เขาสามารถอ่านได้เกือบทั้งหมด เมื่อจ้องมองไปที่ตัวอักษร ความรู้สึกโดดเดี่ยวและลึกซึ้งลอยมาพร้อมกับความสั่นสะเทือนในใจ เคล็ดวิชาเก้าสังวรแห่งการหลอมกาย ตัวอักษรทั้งห้านี้ปรากฏขึ้นในสายตาของเขา เพียงแค่ชื่อของวิชานี้ก็ทำให้หวังเฉินตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก เขาจึงไม่ลังเลอีกต่อไป ตั้งจิตใจให้มั่นและเริ่มศึกษามันอย่างละเอียด
\"เก้าคือขีดสุดของจำนวน ร่างกายคือต้นกำเนิดของวิถีใหญ่ จุดเริ่มต้นแห่งเอกภพ หมุนเวียนเก้าวัฏจักรจึงสำเร็จ ใช้พลังบรรลุเต๋า\" เพียงแค่บทเริ่มต้นก็ทำให้หวังเฉินตกตะลึงเป็นอย่างมาก เขารู้สึกถึงพลังเจตจำนงอันแข่งแกร่งและแน่วแน่ที่กระทบเข้ากับจิตใจของเขาอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นไม่นาน หวังเฉิน ก็อ่านวิชานี้จบทั้งเล่มและในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความดีใจอย่างไม่สิ้นสุด