ภารกิจนอกสำนัก
บทที่ 20 ภารกิจนอกสำนัก
หนึ่งวัน สองวัน สิบวัน ……..
ในวันที่สิบของการฝึกฝน เคล็ดวิชาเก้าสังวรแห่งการหลอมกาย เมื่อรุ่งอรุณแรกเริ่มสาดส่อง หวังเฉินยืนเผชิญกับสายลมที่พัดมาเบา ๆ สายตามองไปที่ภูเขาห่างไกลที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอก ค่อย ๆ ปล่อยใจให้สงบ
“ผ่านมาสิบวันแล้ว วันนี้วิชาของข้าควรจะเสร็จสิ้นการการกลั่นเนื้อหนังและบรรลุขั้นโพ้นฟ้าขั้นแรกได้แล้วสินะ” หวังเฉินครุ่นคิดในเขาเข้าใจถึงสถานะการฝึกของตนอย่างชัดเจน เขาไม่ใช่ผู้ฝึกฝนธรรมดาในขั้นโพ้นฟ้า แต่จิตสัมผัสของเขาอยู่ในระดับสร้างฐานแล้ว ทำให้เขาเข้าใจร่างกายของตัวเองดีที่สุด การดูดซับพลังปราณและโคจรทักษะ ทำให้ เคล็ดวิชาเก้าสังวรแห่งการหลอมกาย ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ทำให้ผิวหนังของเขาเหมือนกับเหล็กแข็งที่ค่อย ๆ ถูกหลอมรวมเป็นเหล็กกล้าทีละน้อย หวังเฉินรู้สึกว่าร่างกายและผิวหนังของเขาร้อนจัดเหมือนถูกไฟเผา ราวกับว่ามีเปลวไฟนับพันกำลังเผาผลาญอยู่บนร่างกายของเขา และค่อย ๆ เผาผลาญสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกจากร่างกาย
เวลาผ่านไป สายลมพัดโหมกระหน่ำท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดงดิน ความสงบเงียบค่อย ๆ แผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณกระท่อมเล็ก ๆ ที่หวังเฉินอาศัยอยู่ ทันใดนั้น ร่างกายของหวังเฉินที่นั่งอยู่อย่างมั่นคงก็สั่นสะท้าน กระแสพลังปราณสีฟ้าหมุนเวียนแผ่กระจายทั่วร่างกายของเขา ในชั่วพริบตาเสื้อผ้าของเขาถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ เผยให้เห็นร่างกายที่แข็งแรง ผิวสีทองแดงที่มีอักษรโบราณปรากฏขึ้นอย่างเลือนลาง เปล่งแสงสีฟ้าอย่างลึกลับและเก่าแก่ ทำให้เขาดูเหมือนเทพเจ้าในยามค่ำคืน กลิ่นอายที่แข็งแกร่งและโบราณแผ่ออกมาจากตัวเขา หวังเฉินลุกขึ้นยืน แล้วชกออกไปอย่างไม่ตั้งใจ แต่กลับเกิดกระแสลมแรงพัดโหมราวกับจะฉีกอากาศออกเป็นสองส่วน
\"เฮ้อ ในที่สุดก็เสร็จสิ้นการฝึกฝนเนื้อหนังแล้ว สิบวัน เพียงแค่สิบวันเท่านั้น ข้าก็สามารถฝึกจนถึงจุดสูงสุดของขั้นโพ้นฟ้าชั้นต้นได้ ความเร็วแบบนี้ เกรงว่าแม้แต่ในเขาชิงหยุนก็คงหาได้ยาก\" หวังเฉินนึกในใจและถอนหายใจเบา ๆ รู้สึกพึงพอใจกับความเร็วในการฝึกฝนของตัวเองเป็นอย่างมาก
\"อืม ข้าได้ใช้ วิชาวัฏจักรแห่งความเป็นและความตาย เพื่อย้อนกลับวงล้อแห่งชีวิตและความตายไปแล้ว ตอนนี้ คัมภีร์อมตะของข้าฝึกจนถึงขั้นทหารศพแล้ว แต่พลังแห่งความตายยังคงเหนือกว่าพลังแห่งชีวิต ข้าจึงไม่สามารถฝึกฝนต่อไปได้อีก วิธีเดียวที่จะทำให้ชีวิตและความตายสมดุลได้คือการฝึกวิชา เก้าสังวรแห่งการหลอมกาย ให้ถึงขั้นที่สาม อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ข้ามีเวลาเหลือเฟือ จึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไร\" ในคืนนั้นหวังเฉินจึงไม่ได้ฝึกฝนต่อ แต่เขาเลือกที่จะพักผ่อนอย่างเต็มที่ การฝึกฝนนั้นต้องผ่อนคลายและฝึกฝนไปพร้อม ๆ กัน ถึงจะเป็นวิธีที่ถูกต้อง เขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี
เช้าวันถัดมา หวังเฉินก็ออกจากที่พักของตนเอง มุ่งหน้าไปยังหอภารกิจ ในเขตของศิษย์ภายนอก ในฐานะศิษย์ภายนอกแล้ว ไม่ได้มีเพียงแต่การฝึกฝนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีงานต่าง ๆ ที่ต้องให้ทำอีกมากมาย นี่คือหน้าที่ของศิษย์ภายนอกทุกคน ไม่มีใครสามารถยกเว้นได้ ในทุก ๆ เดือนศิษย์ภายนอกแต่ละคนมีหน้าที่จะต้องทำภารกิจหนึ่งอย่างให้สำเร็จ มิฉะนั้นจะมีศิษย์จากหอผู้คุมกฏมาหาและลงโทษ ในตอนนี้หวังเฉินมีเพียงแค่พลังการฝึกฝนในระดับโพ้นฟ้าขั้นต้น ยังไม่มีสิทธิ์พิเศษใด ๆ เว้นแต่เขาจะได้รับความสนใจจากผู้อาวุโสที่มีพลังสูงส่ง แล้วรับเป็นศิษย์โดยตรงจึงจะมีสิทธิพิเศษต่าง ๆ แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้หลังจากที่เขากลายเป็นศิษย์ชั้นในแล้วเท่านั้น ดังนั้นแล้วในหมู่ศิษย์ภายนอก ทุกคนจึงถือว่าเริ่มต้นจากจุดเดียวกัน ไม่มีใครพิเศษเหนือไปจากคนอื่น
หอภารกิจเป็นที่รู้จักกันดีในเขตของศิษย์ภายนอก ศิษย์ภายนอกทุกคนต้องติดต่อที่นี่บ่อยครั้ง เพราะทุกเดือนจะต้องมาที่นี่อย่างน้อยหนึ่งครั้ง หวังเฉินเช่นกันเขาพกตราประจำตัวเดินเข้าไปในหอภารกิจ ไม่นานเขาก็มาถึงห้องโถงด้านข้าง ด้านหลังโต๊ะขนาดใหญ่มีผู้ดูแลวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังหลับตานั่งพักผ่อน เมื่อเห็นหวังเฉินเข้ามา ดวงตาของเขาก็เปิดขึ้นทันที พร้อมกับแสงประกายที่พุ่งไปทางหวังเฉิน จากนั้นก็กลับมามีท่าทางเรียบง่ายเหมือนเดิม
\"นี่คืองานของหอภารกิจในเดือนนี้ เลือกเอาตามที่สะดวกเลย\" ผู้ดูแลโยนหนังสือเล่มหนึ่งให้หวังเฉินอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็ไม่สนใจเขาอีกต่อไป นี่เป็นครั้งแรกที่รับภารกิจจากหอภารกิจ ทำให้หวังเฉินรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก เขารับหนังสือเล่มนั้นมาแล้วเปิดดู ภารกิจต่าง ๆ ก็ปรากฏต่อหน้าเขาทันที ภารกิจของศิษย์ภายนอกมีมากมายหลากหลายประเภทและมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันมากมาย เช่น เก็บเกี่ยวสมุนไพรวิญญาณ, ล่าสัตว์ร้าย, สังหารบุคคลในยุทธภพที่มีชื่อเสียงในทางไม่ดี, ส่งจดหมาย, ดูแลแปลงยาสมุนไพร, และอื่น ๆ อีกมากมาย
\"จริงอย่างที่คิด ภารกิจเหล่านี้มีมากมายและนับไม่ถ้วน ครั้งแรกที่ข้ารับภารกิจ ข้าควรจะเลือกภารกิจที่ง่ายและใช้เวลาน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้ภารกิจเหล่านี้มาขัดขวางการฝึกฝนของข้า\" จุดประสงค์ของหวังเฉินนั้นชัดเจนมาก เขาจึงค่อย ๆ พิจารณาภารกิจแต่ละอย่าง และในที่สุดก็เจอภารกิจที่เหมาะสมกับตัวเขามากที่สุด
\"ล่าพยัคฆ์โลหิตหนึ่งตัว!\" หวังเฉินรู้จักพยัคฆ์โลหิตดี ในหอสมุดของสำนักชิงหยุนมีบันทึกเกี่ยวกับเรื่องราวแปลกประหลาดต่าง ๆ รวมถึงสมุนไพรและสัตว์วิญญาณ ซึ่งเขาเคยอ่านมาแล้วบางส่วน พยัคฆ์โลหิตถือเป็นสัตว์อสูรที่ค่อนข้างธรรมดา แม้ว่าจะดุร้าย แต่ก็ไม่มีพลังถึงขั้นเหนือฟ้าเบื้องต้น สำหรับศิษย์ภายนอกแล้ว นี่จึงถือว่าเป็นภารกิจที่ค่อนข้างง่าย
หวังเฉินเลือกภารกิจนี้เพราะการล่าพยัคฆ์โลหิตนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปสำหรับเขานัก อีกทั้งยังไม่ต้องใช้เวลามากนัก คาดว่าใช้เวลาประมาณสองสามวันก็สามารถทำให้เสร็จได้
\"ข้าขอเลือกภารกิจนี้!\"
ผู้ดูแลของหอภารกิจเห็นว่าหวังเฉินเลือกภารกิจนี้ ก็ลงทะเบียนให้ทันที และบันทึกข้อมูลส่วนตัวของหวังเฉินไว้ เมื่อบันทึกเสร็จแล้วภารกิจนี้ก็ถือว่าได้รับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในสิ้นเดือน หากเขานำพยัคฆ์โลหิตมาส่ง ก็จะถือว่าเสร็จสิ้นภารกิจ