ทัณฑ์สวรรค์อัคคีแดง

บทที่ 37 ทัณฑ์สวรรค์อัคคีแดง

หวังเฉินในตอนนี้ไม่ได้รับรู้เรื่องราวใด ๆ ในโลกภายนอกเลยแม้แต่น้อย ขณะนี้เขาได้มาถึงช่วงสำคัญที่สุดของการฝึกฝนแล้ว สองปีที่ผ่านมา เขาไม่หยุดฝึกฝนแม้แต่ชั่วขณะ ไม่ว่าจะเป็นการหลอมไขกระดูก เปลี่ยนเลือดใหม่ หรือการทำสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณ

เวลาที่ยาวนานเช่นนี้ไม่เพียงทำให้วิชาเก้าสังวรแห่งการหลอมกายของเขาก้าวมาถึงขั้นที่ยากที่สุดของขั้นแรกเท่านั้น แต่ยังทำให้สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นเกิดขึ้นนั่นคือ ขอบเขตวิญญาณของเขาได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของระดับสร้างฐานและใกล้จะทะลวงเข้าสู่ระดับกำเนิดแก่นแท้ ซึ่งเมื่อวิญญาณแปรสภาพเป็นรูปธรรม เขาจะสามารถก้าวเข้าสู่การหยั่งรู้ \"สามพันวิถีแห่งเต๋า\" ได้

“ในที่สุดก็มาถึงขั้นสุดท้ายแล้ว ตั้งแต่ยุคบรรพกาลจนถึงบัดนี้ แทบไม่มีใครสามารถฝึกฝนวิชาเก้าสังวรแห่งการหลอมกายได้จนสำเร็จขั้นแรกและเข้าสู่ขั้นที่สองได้สำเร็จ ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่า ขั้นที่สองนี้ซ่อนความลับอะไรไว้บ้าง!”

หลังจากถอนหายใจยาว หวังเฉินใช้จิตวิญญาณของเขาเสมือนเครื่องมือที่แม่นยำที่สุด ค่อย ๆ สแกนร่างกายของตัวเองทีละนิ้ว จากผิวหนัง กล้ามเนื้อ เส้นลมปราณ กระดูก จนถึงไขกระดูก ความลับทุกอย่างในร่างกายของเขาปรากฏขึ้นในจิตสำนึกของเขาอย่างชัดเจน

เลือดสีทองแดงค่อย ๆ ไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณของเขา เส้นลมปราณสีฟ้าอ่อนดุจเส้นทางสวรรค์ที่ซับซ้อน ไหลเวียนอย่างราบรื่น ไร้การปิดกั้นใดๆ เปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อนทั่วทั้งร่าง ขณะที่ไขกระดูกแทบทั้งหมดในร่างของหวังเฉินได้ถูกหลอมจนสมบูรณ์ เปล่งรัศมีสีทองราวกับเทพเจ้า ยกเว้นบริเวณ \"ไป่ฮุ่ย\" บนยอดศีรษะที่ยังคงมีไขกระดูกสีขาวดุจหยกซึ่งยังไม่ได้หลอม

หวังเฉินสูดหายใจเข้าลึกครั้งหนึ่ง ทันใดนั้นพลังปราณรอบตัวก็รวมตัวกันเป็นกระแสสีฟ้าเข้ม ปรากฏเป็นหยดน้ำแสงฟ้าที่ไหลลงสู่กระหม่อมของเขา เขาเริ่มขยับมือทั้งสองช้า ๆ ผสานเป็นท่ามือที่ซับซ้อนและลึกลับ เส้นแสงสีฟ้าสายหนึ่งไหลเวียนในร่างกาย ก่อตัวเป็นวงจรโคจรเล็กในพริบตา ผ่านเส้นลมปราณสิบสองเส้นหลักและแปดเส้นพิเศษอย่างราบรื่น ก่อนที่จะรวมตัวกันที่บริเวณไป่ฮุ่ย

ในขณะนี้ หวังเฉินมีสมาธิสูงสุด แต่การเคลื่อนไหวของท่ามือยังคงต่อเนื่อง ก่อเกิดเส้นโค้งอันแสนลี้ลับซึ่งทำให้เขาแผ่กระจายพลังแห่งเต๋าที่น่าพิศวง หากสามารถทะลวงบริเวณไป่ฮุ่ยและหลอมไขกระดูกส่วนสุดท้ายได้สำเร็จ เขาจะสามารถสร้างหยดเลือดใหม่หยดสุดท้ายได้ ซึ่งถือเป็นกระบวนการแห่งสวรรค์และการสร้างสรรค์อันวิจิตร

แต่หากเขาถูกขัดจังหวะในตอนนี้ พลังแสงสีฟ้าซึ่งหลั่งไหลภายในร่างของเขาจะระเบิดออกและทำลายกระหม่อมทันที แม้จะไม่ถึงแก่ชีวิตในทันที แต่ก็จะได้รับบาดเจ็บสาหัส หรืออาจถึงขั้นสูญเสียพลังชีวิตทั้งหมด กลายเป็นร่างซากศพที่ไร้ชีวิต การฟื้นฟูใด ๆ ก็ไม่อาจช่วยเหลือได้อีก

\"หลอมไขกระดูก เปลี่ยนโลหิต บรรลุวิถีแห่งเซียน ทุกสิ่งเดิมพันไว้ในครั้งนี้!\" หวังเฉินเผยสีหน้าที่เยือกเย็น พลังจิตที่มหาศาลของเขาพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง ควบคุมเส้นแสงสีฟ้าทุกเส้นให้มุ่งสู่จุดไป่ฮุ่ย จนกระทั่งเกิดเป็นอักขระลึกลับตัวหนึ่ง

อักขระนั้นไม่เหมือนตัวอักษรใด ๆ บนโลก มันไม่ได้เป็นอักษรของมนุษย์ ปีศาจ เทพ หรือเซียน แต่ดูราวกับเป็นรูปแบบของ \"เต๋า\" ที่ก่อกำเนิดมาก่อนสวรรค์และโลก เปล่งพลังแห่งการสร้างสรรค์อันน่าพิศวงอย่างไม่สิ้นสุด

เสี้ยวหนึ่งของไขกระดูกสีขาวค่อย ๆ ถูกหลอมกลายเป็นสีทอง อันสูงส่ง โบราณ และงดงาม ถ้อยคำสรรเสริญใด ๆ ก็ไม่อาจพรรณนาความงดงามนั้นได้แม้เพียงเศษเสี้ยว ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ไขกระดูกในจุด \"ไป่ฮุ่ย\" ก็ถูกหลอมจนสมบูรณ์ เสียง \"ติ๊ง\" ที่ชัดเจนดังก้องราวกับระฆังศักดิ์สิทธิ์ ก้องสะท้อนเข้าสู่จิตวิญญาณของหวังเฉิน ทำให้ทั้งตัวเขารู้สึกปลอดโปร่ง ราวกับกำลังลอยล่องสู่สรวงสวรรค์ หลุดพ้นจากโลกมนุษย์ ก้าวเข้าสู่ประตูแห่งเซียน

เมื่อจุดไป่ฮุ่ยถูกเปิดออก การหลอมไขกระดูกและเปลี่ยนเลือดก็เสร็จสมบูรณ์ เปลี่ยนจากกายเนื้อโพ้นฟ้าเป็นกายเนื้อเหนือฟ้า เชื่อมต่อสะพานแห่งฟ้าดิน \"หึ่งงงงง\" ร่างกายของหวังเฉินเปล่งแสงสีเขียวเจิดจ้าออกมา สีสันโบราณและทรงพลัง ราวกับวิถีแห่งฟ้า เสียงอันไพเราะต่าง ๆ ดังก้องกังวานขึ้นรอบตัวเขา

ก้าวเพียงหนึ่งก้าว หวังเฉินก็ออกจากถ้ำหิน ทุกสิ่งที่ขวางกั้นถูกบดขยี้จนแตกละเอียด ในพริบตาเขาก็ปรากฏตัวอยู่หน้าปากถ้ำ ขณะนั้นเอง หยุนลู่และโจวชิงทั้งสองคนรู้สึกตาพร่ามัว และพบว่ามีชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า เขาสวมเสื้อคลุมสีเขียว ผมยาวปล่อยสยาย มีกลิ่นอายโบราณและทรงพลังที่กดดันจนทั้งสองต้องถอยร่นไปยังขอบด้านหลังโดยไม่รู้ตัว

หวังเฉินไม่แม้แต่จะสนใจพวกเขาแม้แต่น้อย เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าและรู้สึกตื่นเต้นในใจ \"สมแล้วที่เป็นการแย่งชิงพลังจากฟ้าดิน หลังจากก้าวผ่านขั้นนี้แล้ว ทัณฑ์สวรรค์จะมาเยือน หากผ่านไปได้ก็คือเหนือฟ้า แต่ถ้าผ่านไม่ได้ก็จะกลายเป็นผุยผง สวรรค์นั้นกว้างใหญ่และไร้ความปรานี แต่ก็ยุติธรรมที่สุดเช่นกัน!\" เขาคิดพร้อมกับใบหน้าที่สงบนิ่ง ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย

ในขณะนั้น ยอดเขาหยุนหลิงก็สั่นสะเทือน ท้องฟ้าอันแจ่มใสพลันเปลี่ยนไป พลังปราณหลั่งไหลกลายเป็นเมฆดำหนาทึบ เสียงฟ้าร้องดังก้อง แสงสายฟ้าแลบประดุจมังกร ความยิ่งใหญ่ของทัณฑ์สวรรค์ครั้งนี้ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้วที่ไม่มีใครได้พบเห็น

หยุนลู่และโจวชิงต่างก็มองท้องฟ้าด้วยความตื่นตระหนก ในชั่วพริบตา ท้องฟ้าก็มืดมิด ราวกับวันสิ้นโลกกำลังมาถึง ทั่วทั้งเทือกเขาชิงหยุนล้วนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์นี้!

ผู้ที่มาถึงเป็นคนแรกก็คือเจ้าของภูเขาแห่งนี้ หยุนซานด้วยพลังฝึกฝนในขั้นกำเนิดแก่นแท้ เขายังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยสีหน้าที่เงียบขรึม ไม่เพียงแค่ยอดเขาหยุนหลิงเพียงเท่านั้น แต่ในขณะนี้ทั่วทั้งเทือกเขาชิงหยุนก็เต็มไปด้วยแสงพุ่งพรายมากมาย เส้นสายรุ้งแห่งพลังเปล่งประกายราวกับจะแหวกสวรรค์ออกเป็นสองส่วน

แสงเจิดจรัสมากมายพุ่งมาจากที่ไกล ไม่ว่าจะเป็นการบินด้วยกระบี่ การลอยตัวในอากาศ หรือการควบคุมสมบัติวิเศษ แต่ละคนล้วนเป็นผู้ฝึกตนที่มีพลังแข็งแกร่ง ขั้นต่ำสุดคือผู้ที่อยู่ในระดับสร้างฐาน นอกจากนี้ยังมีเหล่าผู้อาวุโสวัยกลางคน รวมถึงผู้อาวุโสสูงวัยซึ่งมีออร่าที่สงบนิ่งแต่น่าหวาดกลัว ลึกล้ำประดุจห้วงเหวที่ยากจะหยั่งถึง ดูจากลักษณะแล้วล้วนเป็นบุคคลระดับผู้อาวุโสหรือผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้น

\"ทัณฑ์สวรรค์? นี่มันทัณฑ์สวรรค์อะไร? หรือว่าจะเป็นทัณฑ์สวรรค์ระดับกำเนิดแก่นแท้?\"
\"ไม่ใช่ ทัณฑ์สวรรค์นี้มีต้นกำเนิดมาจากเจ้าหนุ่มชุดเขียวนั่น เขาฝึกวิชาอะไรถึงขั้นเพิ่งเข้าสู่ระดับเหนือฟ้าก็เรียกทัณฑ์สวรรค์มาได้แล้ว?\"

เหล่าผู้อาวุโส ศิษย์หลัก รวมถึงศิษย์เอกต่างพากันพูดคุยคาดเดาไปต่างๆ นานา โดยที่ไม่อาจหาคำตอบที่แน่ชัดได้

หยุนซาน ผู้อาวุโสแห่งภูเขานี้และยังเป็นอาจารย์ของหวังเฉิน ผู้ที่มีอิทธิพลในพื้นที่แห่งนี้ ถึงแม้จะได้มาถึงที่นี่ตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่กระทั่งเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับหวังเฉิน

ในเวลานี้ หวังเฉินไม่มีเวลามาสนใจสถานการณ์รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นภูเขาถล่มหรือทะเลคลั่งล้วนไม่มีความสำคัญเท่ากับการผ่านพ้นทัณฑ์สวรรค์ครั้งนี้ นี่คือเรื่องที่เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของเขา

ตูมมม!
กลุ่มเมฆดำแห่งทัณฑ์สวรรค์ที่เดิมทีดำมืดสนิท พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานภายใต้อิทธิพลของพลังแห่งฟ้าและดิน สายฟ้าสีแดงนับไม่ถ้วนคำรามดังก้อง แผ่กลิ่นอายแห่งการทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ไปทั่วทุกทิศทาง

\"นี่คือเมฆทัณฑ์สวรรค์อัคคีแดง!\"
\"นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้พบเห็นสิ่งนี้ มันมีเพียงเรื่องเล่าที่บันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณเท่านั้น\"
\"ดีมาก! ดีจริง ๆ! สำนักชิงหยุนของเราก็มีศิษย์อัจฉริยะปรากฏตัวแล้ว!\"

เหล่าผู้อาวุโสที่มากประสบการณ์ ซึ่งล้วนมีอายุหลายร้อยถึงพันปี ต้องรู้ว่าความรู้ที่สะสมมาในช่วงเวลาระหว่างฝึกฝนนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น บางคนสามารถมองเพียงครั้งเดียวก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเมฆทัณฑ์สวรรค์สีแดงที่ปรากฏบนท้องฟ้าในขณะนี้ คือ \"เมฆทัณฑ์สวรรค์อัคคีแดง\" ซึ่งเป็นทัณฑ์สวรรค์ในตำนานที่รุนแรงกว่าทัณฑ์สวรรค์ทั่วไปหลายเท่า

เปรี้ยง!
ความว่างเปล่าถูกฉีกขาด แทบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ไม่ทันให้ผู้ใดตั้งตัว ไม่มีแม้กระทั่งเวลาสำหรับการตอบสนอง ก็ปรากฏสายฟ้าสีแดงขนาดใหญ่เท่าถังน้ำ พุ่งลงมาดั่งอสรพิษไฟฟ้าที่บิดตัวฟาดลงบนศีรษะของหวังเฉิน

พลังอันมหาศาลและน่าหวาดหวั่นทำให้หวังเฉินรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่จิตใจแข็งแกร่ง ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด แต่ในตอนนี้เขาอดไม่ได้ที่จะสบถในใจ \"ทัณฑ์สวรรค์นี่มันช่างประหลาดและแข็งแกร่งเกินไปแล้ว\" เพียงแค่พลังของมันยังไม่สัมผัสตัวเขา เขาก็รู้สึกว่าร่างกายของตนเหมือนจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

\"ฮึ่ม! ตามฟ้าเป็นมนุษย์ ฝืนฟ้าเป็นเซียน จงทำลายมันให้หมด!\" หวังเฉินคำรามออกมาอย่างดุดัน เขาไม่มีทางหลบเลี่ยง เพราะทัณฑ์สวรรค์มีเป้าหมายเพียงผู้ที่กำลังท้าทายมันเท่านั้น

ทันใดนั้น ร่างของเขาส่องประกายสีเขียว เสื้อคลุมสีเขียวที่เขาสวมอยู่ถูกทำลายจนหมด เผยให้เห็นร่างกายเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่งซึ่งเปล่งแสงสีเขียวออกมา เขายกมือทั้งสองขึ้น พลังมหาศาลไร้ขีดจำกัดพลุ่งพล่านออกมา ฟาดลงบนห้วงอากาศอย่างรุนแรง สร้างระลอกคลื่นอันบิดเบี้ยวและน่าหวาดกลัว มือทั้งสองสีเขียวปะทะกับสายฟ้าสีแดงในพริบตา

ปัง!
เสียงฟ้าร้องสนั่นหวั่นไหว หวังเฉินถูกฟาดกระเด็นออกไปทันที เลือดสีแดงทองหลั่งไหลออกมาจากมือทั้งสองจนชุ่มโชก เผยให้เห็นกระดูกขาวประดุจหยกซึ่งโผล่ออกมา ความเจ็บปวดที่เขาได้รับนั้นดูน่าสยดสยองอย่างที่สุด

สายฟ้าสีแดงสายหนึ่งถูกสลายไป แต่หวังเฉินรู้สึกเหมือนสมองของเขาอื้ออึงจนไม่ได้ยินอะไร ร่างกายชาไปทั่ว สายฟ้าสีแดงเส้นเล็กๆ ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง พลังทำลายล้างอันมหาศาลวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ราวกับสัตว์ร้ายที่บุกเข้ามาทำลายภายในร่างกายของเขา

ปัง!
ไม่ปล่อยให้หวังเฉินได้พักหายใจเลย สายฟ้าสีแดงอีกสายหนึ่งฟาดลงมาอย่างรุนแรง เขายังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกสายฟ้าฟาดจนร่างลอยกระเด็นลงกับพื้น เลือดสด ๆ ไหลพรั่งพรูทั่วร่าง กระดูกบางส่วนถึงกับแตกร้าว ในใจเขาสบถด่าทอไม่หยุด \"ทัณฑ์สวรรค์นี่มันโหดเกินไปแล้วนะ\" เวลาระหว่างสายฟ้าสายแรกและสายที่สองแทบไม่มีช่องว่างให้หายใจ นี่มันโหดเหี้ยมถึงที่สุด

เหล่าผู้อาวุโสที่อยู่รอบ ๆ ต่างหน้าซีดเผือด หยุนซานยิ่งตกใจกลัวแทบสิ้นสติ เพราะเขารู้สึกพึงพอใจในตัวหวังเฉินมาก ศิษย์ผู้นี้ไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์สูงล้ำ ยังมุมานะฝึกฝนจนสามารถบรรลุเก้าสังวรแห่งการหลอมกายซึ่งเป็นวิชาที่ฝึกยากที่สุด ถ้าหากหวังเฉินต้องมีอันเป็นไป หยุนซานก็ไม่มั่นใจว่าในชีวิตนี้เขาจะหาศิษย์ที่ดีเทียบเท่าได้อีกหรือไม่

ในตอนนี้หวังเฉินรู้สึกเสียดายในใจ แม้ว่าเก้าสังวรแห่งการหลอมกายจะเป็นวิชาโบราณระดับยอดเยี่ยม แต่ในขั้นแรกกลับไม่มีวิธีการโจมตีที่ทรงพลังเลย ทำให้การเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์ครั้งนี้ เขาทำได้เพียงแค่ใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งต้านรับ ไม่มีแม้แต่สมบัติวิเศษสักชิ้น ช่างน่าสงสารน่าสงสารยิ่งนัก

\"ต้องการชีวิตข้า? จะเป็นไปได้อย่างไร ข้ายังไม่ได้กลับบ้านเกิด ยังไม่ได้ยืนบนจุดสูงสุดของโลก แล้วจะมาตายเพราะทัณฑ์สวรรค์ง่าย ๆ แบบนี้ได้อย่างไร!\" หวังเฉินตะโกนในใจด้วยความโกรธเกรี้ยว

พลังปราณมหาศาลแผ่กระจายออกไปราวกับจะกลืนกินทุกสิ่ง ดูดพลังปราณระหว่างฟ้าดินอย่างบ้าคลั่ง ลมพายุพัดโหมกระหน่ำ พลังปราณที่ลอยอยู่ในอากาศรวมตัวกันกลายเป็นหมอกปราณณสีเขียว และถูกหวังเฉินดูดซับไปจนหมดสิ้น

ร่างกายของเขาเริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว กระดูกที่แตกสลายเริ่มเชื่อมต่อ ผิวหนังและกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดฟื้นคืนกลับมาภายใต้การหล่อเลี้ยงของพลังปราณ ฟื้นตัวด้วยความเร็วที่น่าตกใจ

ตอนก่อน

จบบทที่ ทัณฑ์สวรรค์อัคคีแดง

ตอนถัดไป