การต่อสู้ในโลกใต้พิภพ

บทที่ 43 การต่อสู้ในโลกใต้พิภพ

โลกใต้พิภพ ว่ากันว่าเป็นโลกอีกมิติหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วมันแทบจะอยู่ในมิติเดียวกับแผ่นดินเทียนหยวน เพียงแต่มันซ่อนอยู่ในส่วนลึกใต้พื้นดิน ซึ่งประกอบไปด้วยชั้นดินแดนอันมืดมิดที่ซ้อนทับกันหลายชั้น ยิ่งลึกลงไปเท่าไหร่ ปีศาจของเผ่าพันธุ์ใต้พิภพก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น กระทั่งมีตัวตนที่เปรียบเทียบได้กับ ปรมาจารย์ขั้นหลอมจิตของฟากผู้ฝึกตน และอาจจะมีปีศาจที่น่ากลัวในระดับขั้นอมตะซ่อนอยู่เลยก็เป็นได้

ดังนั้น กลุ่มของหวังเฉินที่เป็นเพียง ศิษย์ชั้นในระดับเหนือฟ้า จึงทำได้แค่เคลื่อนไหวอยู่ในชั้นแรกของดินแดนใต้พิภพแห่งนี้เท่านั้น หากพวกเขาลงไปถึงชั้นที่สอง จะต้องเผชิญกับปีศาจระดับสร้างฐานที่ดุร้ายยิ่งกว่าและมีจำนวนมาก เช่นเดียวกับฝูงลิงปีศาจที่พบก่อนหน้า ที่ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากต้องลงไปเผชิญกับปีศาจระดับนั้น กลุ่มของพวกเขาก็คงหนีไม่พ้นถูกกลืนกินจนไม่เหลือกระดูกเป็นแน่

แม้ว่า ชั้นแรกของดินแดนใต้พิภพแห่งนี้จะกว้างใหญ่ไพศาล แต่กลับเต็มไปด้วยปีศาจนานาชนิดที่น่าสะพรึงกลัว ตลอดทางที่เดินผ่านมา หวังเฉินและพรรคพวกแทบจะต้องเข้าปะทะกับศัตรูไม่หยุดหย่อน ไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็ต้องมีการต่อสู้เกิดขึ้น

ปีศาจในดินแดนแห่งนี้ล้วนมีรูปร่างและลักษณะที่ประหลาดจนทำให้ผู้พบเห็นต้องตื่นตะลึง ไม่กี่นาทีหลังจากจัดการฝูงลิงปีศาจเสร็จสิ้น พวกเขาก็พบกับฝูง ค้างคาวโลหิตแห่งความมืด มันเป็นปีศาจในรูปลักษณ์ค้างคาวที่มีร่างกายสีแดงสด ทั้งสองปีกเมื่อกางออกมีความกว้างเท่ากับ 1 จั้ง เล็บอันคมกริบและปากที่ดุร้ายเต็มไปด้วยพิษร้ายแรง

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของค้างคาวโลหิตแห่งความมืดก็คือ มันมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินซากศพ พิษที่อยู่ในเล็บและปากของมันนอกจากจะทำให้มนุษย์ธรรมดาถึงตายในทันทีที่เลือดหยดแรกสัมผัสแล้ว มันยังสามารถคร่าชีวิตผู้ฝึกตนระดับเหนือฟ้าเช่นโจวชิงและคนอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย หากพวกเขาพลาดท่าแม้เพียงนิดเดียว

อย่างไรก็ตาม พิษของค้างคาวเหล่านี้กลับไร้ผลต่อหวังเฉิน ด้วยร่างกายของเขาที่แข็งแกร่งราวเหล็กกล้า แม้จะยืนนิ่งให้พวกมันโจมตีซักเท่าไหร่ ก็ไม่มีสิ่งใดทำอันตรายเขาได้ แต่เพราะรูปลักษณ์ของพวกมันที่ชวนให้รังเกียจเกินไป หวังเฉินจึงไม่คิดใช้ตัวเองทดลองพิษ

พรรคพวกของเขาแต่ละคนต่างก็แสดงวิชาและพลังที่มี สังหารค้างคาวโลหิตเหล่านั้นลงทีละตัว ฝูงค้างคาวโลหิต ปีศาจลิงปีศาจ งูปีศาจสองหัว หมาป่าสามตา และปีศาจใต้พิภพอีกนับไม่ถ้วนทยอยปรากฏตัวให้พวกเขาได้ปะทะอย่างไม่หยุดหย่อน

หลังการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง กลุ่มของหวังเฉินได้เดินทางผ่านระยะทางกว่า 1,000 ลี้ ภายในดินแดนใต้พิภพ กลับกันหากเป็นบนแผ่นดินเทียนหยวน ระยะทางเพียงเท่านี้แทบไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพวกเขาแม้แต่น้อย เพียงแค่ใช้ยันต์เคลื่อนที่เร็วก็สามารถเดินทางผ่านไปได้ในพริบตา หรือแม้แต่การใช้พลังลมปราณของตนในการเคลื่อนที่ก็สามารถเดินทางได้ในเวลาอันสั้นแล้ว

แต่ในดินแดนใต้พิภพนั้น ทุกอย่างกลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง แทบทุกระยะทางเพียง ไม่กี่ลี้ หรืออย่างมาก สิบกว่าลี้ ก็จะมีการต่อสู้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง และแต่ละครั้งก็เต็มไปด้วยอันตราย หากประมาทเพียงนิดเดียว อาจถูกปีศาจกลืนกินจนไม่เหลือซาก

อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนี้ไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียว พวกเขาทั้งเจ็ดคน เมื่อได้ผ่านการต่อสู้ที่เข้มข้นและต่อเนื่อง ก็ช่วยให้เข้าใจในวิชาและเคล็ดลับต่าง ๆ ของตนลึกซึ้งยิ่งขึ้น การควบคุมพลังลมปราณก็คล่องแคล่วมากขึ้น กระทั่ง ระดับพลังการฝึกตนของทุกคนเริ่มพัฒนา ไปอีกขั้น

ส่วนหวังเฉินนั้นยิ่งต่อสู้ เขายิ่งสัมผัสได้ถึงพลังของ เก้าสังวรแห่งการหลอมกายขั้นที่สอง เคล็ดทะเลทุกข์ ที่เขาฝึกฝน ยิ่งใช้ก็ยิ่งชำนาญ จนสามารถต่อยอดพัฒนาออกมาเป็นชุดท่าการต่อสู้มากมาย ทั้งหมัด มือเปล่า และท่าขา ศาสตร์การต่อสู้ต่าง ๆ ถูกเขานำมาใช้ดุจน้ำไหลไฟดับ

หลังจากทะลวงสู่ขั้นเหนือฟ้าสำเร็จ ร่างกายของเขายังคงพัฒนาต่อเนื่อง พลังปราณในทะเลแห่งความทุกข์ ค่อย ๆ ซึมซับเข้าสู่กล้ามเนื้อและกระดูกอย่างไม่หยุดยั้ง ชำระล้างและเสริมสร้างพลังให้ร่างกายจนแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

\"ฮ่า ๆ การลงมาฝึกฝนใต้พิภพครั้งนี้ ช่างเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว! ตอนนี้ข้ารู้สึกว่าพลังลมปราณของข้าบริสุทธิ์ขึ้นมาก อีกทั้งความเข้าใจในระดับเหนือฟ้าก็ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม คราวนี้พอกลับไป ข้าปิดด่านฝึกฝนเพียงครั้งเดียว ก็คงทะลวงถึงระดับเหนือฟ้าขั้นสมบูรณ์ได้อย่างแน่นอน!\" หวังเต้าเอ่ยด้วยความมั่นใจ

ในตอนนี้ พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับ แมงป่องยักษ์ใต้พิภพ ปีศาจตัวนี้ที่มีร่างขนาดมหึมา ความยาวแต่ละตัวมากถึง 1 จั้ง ร่างสีดำขลับห่อหุ้มด้วยเกราะแข็งดุจเหล็ก มีลวดลายอักขระที่ดูซับซ้อนแทรกอยู่ทั่วตัว หางแหลมคมของมันพุ่งโจมตีอย่างต่อเนื่อง ดุจนักดาบฝีมือเยี่ยมที่ฟาดฟันดาบด้วยท่วงท่าที่แม่นยำ รวดเร็ว และไร้ปรานี

หวังเต้าหัวเราะเบา ๆ มือของเขากวัดแกว่งเคล็ดกระบี่ไท่ซู อย่างแคล่วคล่อง พลิ้วไหวอยู่ระหว่างมิติแห่งความจริงและความลวง ปรากฏเป็นเงาสีเขียวสดกระจายไปทั่ว เพียงชั่วพริบตากระบี่ของเขาก็ฟันแมงป่องยักษ์ขาดสองท่อน พิษสีดำขุ่นพุ่งกระเซ็นออกมา แต่เขาเพียงสะบัดชายเสื้อครามเบา ๆ ก็สามารถปัดพิษเหล่านั้นออกไปได้อย่างง่ายดาย โดยที่ตัวเขาไม่ถูกพิษเล่นงานแม้แต่น้อย

ฝีมือที่ลื่นไหลและรวดเร็วขนาดนี้ หากย้อนกลับไปตอนที่เขาเพิ่งลงมายังดินแดนแห่งนี้ เขาคงไม่อาจทำได้เช่นนี้ได้ แต่ในตอนนี้กลับทำได้อย่างง่ายดาย แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการอย่างมหาศาลในช่วงเวลาที่ผ่านมาของเขา

อย่างที่เขากล่าวไว้ ในนสถานการณ์เช่นนี้ ตราบใดที่เขากลับไปที่สำนัก พักผ่อนที่ใช้ไปให้เต็มที่ แล้วปิดด่านฝึกฝนอีกครั้ง จะช่วยให้เขาสามารถบรรลุระดับเหนือฟ้าขั้นสมบูรณ์ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องพยายามมากนัก

แม้สมาชิกคนอื่น ๆ ในกลุ่มจะไม่ได้พัฒนาไปไกลเท่าหวังเต้า แต่พวกเขาทุกคนต่างก็ได้รับผลลัพธ์ที่ดีจากการฝึกฝนครั้งนี้ ทุกคนเชื่อมั่นว่าหากฝึกฝนอีกสักพัก พวกเขาก็จะสามารถทะลวงขั้นของตนเองได้เช่นกัน

\"ศิษย์พี่หวังกล่าวไม่ผิด การฝึกอยู่แต่บนเขาอย่างเดียวก็เหมือนกับการสร้างภาพในกระจก จะมีความก้าวหน้าเร็วเท่ากับการฝึกฝนระหว่างความเป็นความตายได้อย่างไร\"

\"ใช่เลย! เราต้องตั้งใจให้มากขึ้น คราวนี้เมื่อกลับไป ทุกคนต้องบรรลุขั้นใหม่ให้ได้!\"

คนอื่นๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน ในฐานะผู้ฝึกตนแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่น่ายินดียิ่งไปกว่าการเลื่อนระดับของตนเองในเส้นทางแห่งการฝึกฝน ทุกครั้งที่ก้าวข้ามขั้น ไม่เพียงแต่พลังต่อสู้จะเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คืออายุขัยของตนเองที่เพิ่มขึ้น การฝึกตนทำไปเพื่ออะไร ก็เพื่อความเป็นอมตะ นี่คือการแสวงหาตลอดกาลของผู้ฝึกตนทุกคน วิธีการต่อสู้และอิทธิฤทธิ์ต่างๆ เป็นเพียงวิชาที่เอาไว้ใช้ปกป้องตนเองเท่านั้น

ตอนก่อน

จบบทที่ การต่อสู้ในโลกใต้พิภพ

ตอนถัดไป