ลาภลอย
บทที่ 50 ลาภลอย
หวังเฉินไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่น้อย เขาเคยฆ่าคนมานับไม่ถ้วนแล้ว ตั้งแต่การเข้าร่วมกองทัพแห่งอาณาจักรจ้าวหวู่ที่ด่านชิงเสวี่ยจนถึงการสังหารการคุณชายซิงอวิ๋นศิษย์ของสำนักลั่วซิงในสนามรบ จิตใจของเขาตอนนี้ไร้ซึ่งความลังเลและตื่นตระหนก อย่าพูดถึงตอนที่เขามาถึงทวีปเทียนหยวนใหม่ ๆ ฆ่าศิษย์ของสำนักเทียนหยวนไปหกเจ็ดคน มีคนหนึ่งมีฐานะสูงส่ง ร่ำรวยมาก เขายังไม่กังวลอะไร แถมยังสบายใจมาก สภาพจิตใจเช่นนี้ ได้บอกลาตัวตนเล็ก ๆ ในโลกเมื่อก่อนไปแล้ว
โจวชิงทำได้เพียงยิ้มขื่นใจ เขาไม่คาดคิดว่าศิษย์น้องผู้มีท่าทีอ่อนโยนของเขาจะกลายเป็นคนโหดเหี้ยมเช่นนี้ แต่ในตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะคิดถึงสิ่งเหล่านี้อีกแล้ว เขาเป็นผู้ฝึกตนระดับเหนือฟ้าขั้นสมบูรณ์ เมื่อคลายปมในใจได้ สมาธิก็กลับมาอยู่ที่ศพของหวังไห่และพรรคพวก คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน หลังจากได้สติ เขาและทุกคนต่างเริ่มค้นหาทรัพย์สมบัติจากศพรอบ ๆ ทันที
หวังเฉินมองดูแล้วพลางคิดในใจ “ศิษย์พี่เหล่านี้จะถูกข้าทำให้เสียคนหรือเปล่าเนี่ย แต่แบบนี้ก็ดีแล้ว ทุกคนร่ำรวยไปด้วยกัน แบบนี้เรื่องนี้ก็จะไม่รั่วไหลออกไป” เขาคิดคำนวณอย่างชัดเจน เมื่อเขาลงมือฆ่าหวังไห่ นี่คือการจับหัวหน้าก่อน จากนั้นโจวชิงและพวกจะต้องลงมือฆ่าศิษย์ที่เหลือ เมื่อถึงตอนนั้นทุกคนก็ต่างเปื้อนเลือดของศิษย์ร่วมสำนัก ก็จะกลายเป็นการรวมกลุ่มเล็ก ๆ ของพวกเขา ตราบใดที่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็จะแน่นแฟ้นมาก
และแล้วเรื่องก็เป็นไปตามที่เขาคิด หวังไห่และพวกมีคนเยอะ แถมยังมาที่ดินแดนใต้พิภพแห่งนี้นานกว่าพวกเขา สิ่งของที่พบในตัวหวังไห่และพรรคพวกจึงมีจำนวนมหาศาล ทั้งแก่นโลหิตแห่งความมืดและวัสดุหายากอย่างเขี้ยวของหมาป่าโลหิตใต้พิภพ เกล็ดงูพิษหยกคราม หนังของเสือดาวเงามืด และอื่น ๆ อีกมากมาย แม้ว่าแต่ละชิ้นจะไม่โดดเด่นมากนัก แต่ก็มีจำนวนมาก พวกเขาคำนวณดูคร่าว ๆ ของที่ค้นหาจากหวังไห่และพวก รวมแล้วมีมูลค่ากว่า 5,000 แต้มผลงาน เมื่อรวมกับสิ่งของที่ได้มาจากการต่อสู้ก่อนหน้าของพวกเขา ทั้งหมดคิดเป็นมูลค่าราว 8,000 แต้ม
หวังเฉินนั้นไม่ได้ต้องการแต้มผลงานมากนัก เนื่องจากเขามีทุกสิ่งครบแล้ว เขาจึงปรึกษากับโจวชิงและพวก ให้นำเม็ดยาโลหิตยมโลกทั้งหมดมาหักลบกับแต้มผลงานของเขา แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น เมื่อกลับไปที่สำนัก เพียงแค่มอบวัสดุต่าง ๆ ให้ ศิษย์ที่เหลืออีกหกคน แต่ละคนก็ได้มากกว่า 1,000 แต้มผลงานของสำนัก นั่นทำให้เแต่ละคนต่างดีใจมาก
ทุกคนต่างปลาบปลื้มกับผลลัพธ์ที่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภายระยะเวลาไม่ถึงสามวัน พวกเขาได้รับมากกว่า 1,000 แต้มผลงาน ความเร็วนี้มันเร็วเกินกว่าที่พวกเขาคิดไว้เสียอีก ไม่เพียงแต่พวกเขาได้แต้มผลงานจำนวนมากขนาดนี้ แถมทั้งเจ็ดคนยังไม่มีใครบาดเจ็บอีก ต้องรู้ว่าในสำนักชิงหยุน แต้มผลงานของสำนักหนึ่งคะแนนสามารถแลกเป็นยาเม็ดพลังปราณได้หนึ่งเม็ด ซึ่งเป็นเงินตราที่แข็งแกร่งมาก ทำให้พวกเขาจะไม่ดีใจได้อย่างไร
เห็นดังนั้นหวังเฉินจึงกล่าวเตือนเพื่อนร่วมทีม \"ศิษย์พี่ทั้งหลาย มีคำกล่าวว่า \'คนไม่รวยหากไม่กอบโกยลาภลอย ม้าไม่อ้วนหากไม่กินหญ้ายามราตรี\' ครั้งนี้พวกเราได้ทรัพย์สมบัติมามากก็จริง แม้ว่าผลตอบแทนจะไม่น้อย แต่สำคัญที่สุดคือเรื่องนี้ต้องไม่แพร่งพรายถึงสำนัก ไม่ว่าเราจะถูกบีบบังคับหรือไม่ แต่การที่พวกเราเข่นฆ่าศิษย์ร่วมสำนักมากมายเช่นนี้ หากถูกหอผู้คุมกฏรู้เข้า ผลจะเป็นอย่างไรข้าไม่ต้องบอกทุกคนก็น่าจะรู้เป็นอย่างดี\" ได้ยินที่หวังเฉินพูดกล่าวเตือน ทุกคนต่างพยักหน้าอย่างหนักแน่น ขณะที่มือก็เริ่มต้นเก็บกวาดพื้นที่อย่างเงียบเชียบ
\"อืม ใช่แล้วเรื่องแบบนี้ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด มิฉะนั้นพวกเราจะไม่มีแม้แต่ที่ฝังศพ ข้าว่าพวกเราควรสาบานต่อฟ้าด้วยคำสัตย์แห่งเต๋า เพื่อที่ในอนาคตพวกเราจะช่วยเหลือกันในหมู่ศิษย์ร่วมสำนัก และแม้แต่การบรรลุสู่หนทางแห่งความเป็นอมตะก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้!\"
โจวชิงที่เคยยังครุ่นคิดถึงสิ่งที่ทำไปเมื่อครู่ บัดนี้เมื่อปลดปมในใจได้แล้ว ก็เริ่มวางแผนหาทางออกอย่างรอบคอบ ทุกคนในที่นี้ไม่มีใครคัดค้าน รวมถึงหวังเฉินที่ร่วมกล่าวคำสัตย์แห่งเต๋าด้วย การสาบานครั้งนี้ถือว่าแทบจะไร้ช่องโหว่ เพราะผู้ที่ตายไปนั้นเป็นเพียงศิษย์ชั้นใน สำนักคงไม่ถึงกับออกแรงมากมายเพื่อสืบสวนเรื่องนี้ และแทบจะไม่มีใครสงสัยเลย เพราะจะคิดว่าลูกศิษย์เหล่านั้นถูกสังหารโดยสิ่งมีชีวิตจากดินแดนใต้พิภพเหมือนกับศิษย์คนอื่น ๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้
หลังการสาบาน ทุกคนรู้สึกได้ทันทีว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งเจ็ดคนนั้นแนบแน่นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ราวกับพี่น้องร่วมสายเลือด สถานการณ์เช่นนี้ตรงกับที่หวังเฉินต้องการ เพราะในฐานะที่เขาเป็น \"สายลับ\" ภายในสำนักชิงหยุน ตัวตนแท้จริงของเขาในฐานะซอมบี้นั้นไม่อาจเปิดเผยได้ในตอนนี้
\"ฮ่า ๆ ดีเลย! พวกเราออกมานอกสำนักเพียงไม่กี่วัน แต่ละคนก็ได้แต้มผลงานมาแล้วกว่า 1,000 แต้ม ช่างสะใจข้าจริง ๆ! ข้าว่าพวกเราควรจะตั้งเป้าหมายไว้เลย ครั้งนี้ขอให้แต่ละคนได้อย่างน้อย 5,000 แต้มก่อนที่จะกลับสำนัก!\"
หวงเจิ้งที่เป็นคนร่าเริงที่สุดกล่าวขึ้นด้วยความฮึกเหิม หลังจากทำสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นการสังหารครั้งใหญ่ไปเมื่อกี้นี้ และได้รับผลตอบแทนกลับมามหาศาล ความทะเยอทะยานของเขาในตอนนี้จึงพุ่งสูงลิบลิ่ว
ถึงแม้คนอื่นจะไม่ได้แสดงออกถึงความมั่นใจเช่นเดียวกับเขา แต่ทุกคนต่างก็มีแววตาเป็นประกาย สะท้อนความกระตือรือร้นอย่างชัดเจนเช่นกัน
\"ดีแล้ว สิ่งมีชีวิตในดินแดนใต้พิภพอันไร้ที่สิ้นสุดนี้ คือทุนรอนสำหรับพวกเราที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ยิ่งหาแต้มผลงานได้มากเท่าไร เมื่อกลับไปยังสำนัก พวกเราจะสามารถแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรสำหรับการฝึกตน และทุกคนก็จะมีโอกาสพัฒนาขั้นพลังของตนเองมากเท่านั้น\"
โจวชิงที่ใฝ่ฝันจะบรรลุสู่ระดับสร้างฐานมาอย่างยาวนาน บัดนี้เริ่มปลดปล่อยความทะเยอทะยานออกมาเต็มที่ด้วยเช่นกัน
เมื่อทุกคนตกลงกันได้ พวกเขาก็เริ่มลงมือทันที ด้วยใจที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ต่างคนต่างคิดถึงการทำกำไรให้มากขึ้นเพื่อยกระดับพลังของตน และมุ่งหน้าไปบนเส้นทางแห่งความเป็นอมตะอย่างไม่หยุดยั้ง