แลกเปลี่ยนสมบัติจากการสังหาร
บทที่ 54 แลกเปลี่ยนสมบัติจากการสังหาร
หวังเฉินมองอยู่ซักพักก็เดินเข้าไปในร้านที่รับซื้อสมบัติทันที ทันใดนั้นเมื่อเข้ามาด้านในก็มีพนักงานหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาต้อนรับ เขามีอายุราว 20 ปี บนใบหน้าประดับรอยยิ้มสุภาพและพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ท่านลูกค้า ร้านของเราซื้อขายด้วยความยุติธรรมที่สุด แม้ว่าราคาของเราจะไม่สามารถให้ราคาสูงที่สุดในเมืองนี้ แต่เรานั้นรับประกันความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้า เราจะรักษาความลับของลูกค้าอย่างซื่อสัตย์ ไม่ว่าสมบัติของท่านจะได้มาอย่างไรก็ตาม ดังนั้นท่านจึงสามารถที่จะซื้อขายที่นี่ได้อย่างไร้กังวล”
พนักงานผู้นี้มีมารยาทดีมาก ไม่มีท่าทางประจบประแจงใด ๆ อีกทั้งหวังเฉินยังสังเกตเห็นว่าเขามีพลังระดับเหนือฟ้าขั้นต้น ความบริสุทธิ์ของพลังปราณในตัวของเขาก็สูงมาก ซึ่งบ่งบอกได้ว่าชายหนุ่มผู้นี้มีรากฐานมั่นคง ความสำเร็จในอนาคตของเขาคงจะไม่ต่ำอย่างแน่นอน
\"ดีมาก ข้าพอมีสมบัติที่อยากจะขายอยู่บ้างเล็กน้อย ครั้งนี้ที่มาถึงเมืองเฮยสือนี้ ก็เพราะได้ยินมาว่าที่นี่มีชื่อเสียงดี มีความน่าเชื่อถือและราคาเป็นธรรม เจ้านำทางข้าไปเถอะ\" หวังเฉินคิดอย่างรวดเร็วในใจ รู้สึกว่าครั้งนี้ตนเองมาถูกที่แล้ว แค่ดูจากพนักงานร้านค้าธรรมดายังมีคุณภาพเช่นนี้ ก็สามารถยืนยันได้แล้วว่าสมาคมการค้าเทียนหยวนนั้นทรงพลังสมกับคำล่ำลือจริง ๆ แม้ว่าสมบัติที่เขานำมาจะเป็นของที่ได้มาจากการสังหารศิษย์ของสำนักเทียนหยวน แต่เขาก็ไม่ต้องกลัวไปว่าข่าวจะรั่วไหล
ในระหว่างที่หวังเฉินเดินตามพนักงานไป เขาก็เห็นผู้ฝึกตนหลากหลายลักษณะ ทั้งจากสายพุทธ สายมาร สายเต๋า รวมถึงปีศาจต่าง ๆ ที่แวะเวียนเข้ามาในร้านค้า พนักงานแต่ละคนจะต้อนรับลูกค้าด้วยความสุภาพ จากนั้นพาพวกเขาไปยังห้องส่วนตัวเล็ก ๆ ด้านหลังร้าน เพื่อทำการซื้อขายกันส่วนตัว
ไม่นานนัก หวังเฉินก็ถูกพามายังห้องหนึ่งที่ดูเงียบสงบ ภายในตกแต่งอย่างสวยงาม มีทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ และผลไม้รวมถึงของว่างที่จัดวางเอาไว้ให้อย่างประณีต แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากที่สุดคือ ความรู้สึกที่เมื่อก้าวเข้ามาในห้อง มันเหมือนกับการเข้าสู่อีกมิติหนึ่ง ขนาดของห้องนั้นกว้างขวางเกินกว่าที่คาดไว้
พนักงานอธิบายว่าห้องเหล่านี้สร้างขึ้นโดยใช้ \"ค่ายกลคุนหลุน\" ซึ่งเป็นเทคนิคเช่นเดียวกับถุงเก็บของ นั่นทำให้หวังเฉินยิ่งทึ่งในความสามารถของสมาคมการค้าแห่งนี้มากยิ่งขึ้น
ด้านหลังโต๊ะเคาน์เตอร์ในห้องซื้อขาย มีชายชราผมขาวโพลนนั่งอยู่ เขาดูเหมือนกำลังหลับตาพักผ่อนอยู่ แต่เมื่อเขาได้ยินเสียงของหวังเฉินเดินเข้ามาในห้อง ชายชราก็ลืมตาขึ้นมามองเพียงแวบเดียวก่อนจะพูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
\"หนุ่มน้อย เอาของที่เจ้าอยากจะขายออกมาเถอะ ข้าจะตรวจสอบให้เจ้าก่อน\"
แม้ว่าน้ำเสียงของชายชราจะฟังดูอ่อนล้า แต่หวังเฉินกลับไม่กล้าประมาทชายชราผู้นี้แม้แต่นิดเดียว แม้ว่าชายชราคนนี้จะไม่มีออร่าใด ๆ เล็ดลอดออกมาเลย แต่เขารู้ดีว่าคนที่สามารถซ่อนพลังของตนเองได้เช่นนี้ย่อมไม่ธรรมดา แม้แต่การจะตรวจสอบด้วยจิตสัมผัสเขาก็ยังไม่กล้าและลางสังหรณ์บอกเขาว่าชายชราผู้นี้อาจเป็นยอดฝีมือที่น่ากลัวคนหนึ่ง
“สมาคมการค้าเทียนหยวนนี้ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว แค่ชายชราคนนี้ พลังก็คงจะไม่ด้อยไปกว่าอาจารย์ของข้าเลย” หวังเฉินคิดในใจ กลัวว่าชายชราคนนี้จะมองเห็นสถานะซอมบี้ของเขาออก ถ้าเป็นเช่นนั้นคงจะแย่แน่ แต่โชคดีที่คัมภีร์อมตะของเขานั้นลึกลับอย่างมาก เคล็ดวิชาในนั้นแย่งชิงโชคชะตา ชายชราตรงหน้ามองเขาเพียงแวบเดียวเท่านั้นจากนั้นก็ไม่ได้สนใจอีก
ในไม่ช้า หวังเฉินก็รีบหยิบสมบัติออกมาวางบนโต๊ะทีละชิ้น ของเหล่านี้เป็นของที่เขาได้มาจากการสังหารศิษย์ชั้นยอดเจ็ดคนของสำนักเทียนหยวนในภูเขาหมิงอวี้ แต่ละคนล้วนมีระดับการฝึกตนในขั้นสร้างฐาน และมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา ในถุงเก็บของของพวกเขามีสมบัติวิเศษมากกว่า 20 ชิ้น
บนโต๊ะมีสมบัติต่าง ๆ เช่น ดาบบิน ตราหยก ระฆังทองแดง และสมบัติอื่น ๆ ซึ่งล้วนแผ่พลังแห่งแสงวิญญาณที่ส่องประกายสวยงามออกมา โดยแต่ละชิ้นนั้นอยู่ในระดับสมบัติวิญญาณ
ชายชรากวาดสายตามองสมบัติวิเศษเหล่านั้นอย่างสงบ ก่อนที่จะปล่อยแสงสีอ่อนจากมือเพื่อครอบคลุมสมบัติทั้งหมด จากนั้นเขาก็หลับตาลงเล็กน้อยและใช้วิธีการลึกลับในการตรวจสอบคุณภาพและวัสดุของสมบัติวิเศษเหล่านี้
หลังจากผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ เขาก็ลืมตาขึ้นและมองหวังเฉินอีกครั้ง สายตาของเขาแฝงไปด้วยความแปลกประหลาดที่ทำให้หวังเฉินรู้สึกหนาวเย็นวาบขึ้นมา
\"สมบัติวิญญาณชั้นเลิศสองชิ้น สมบัติวิญญาณชั้นสูงอีกยี่สิบชิ้น คุณภาพยอดเยี่ยม\"
น้ำเสียงอันแหบพร่า ไม่รีบร้อนของชายชรากลับแฝงไปด้วยความกดดัน พนักงานที่อยู่ข้างกายของหวังเฉินในเวลนี้ถึงกับแสดงสีหน้าเคร่งขรึมไม่พูดไม่จา ไม่ยิ้มแย้ม หลังจากการประเมินเสร็จสิ้น ชายชราก็ส่งหวังเฉินและพนักงานออกจากห้องไป โดยที่ไม่ได้สนใจเขาอีก
\"หึหึ ไอ้หนุ่มนี่มีที่มาที่ไปยังไงกันแน่ สมบัติวิเศษพวกนี้ล้วนแต่เป็นของสำนักเทียนหยวน หรือว่าเป็นของที่ได้มาจากการฆ่าคนชิงทรัพย์มา ช่างเป็นคนที่มีฝีมือและกล้าหาญนัก\"
ภายในห้องลับ ชายชราที่ประเมินสมบัติวิเศษก่อนหน้านี้จ้องมองประตูด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ขณะเดียวกันก็เผยรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก หากหวังเฉินได้มาเห็นฉากนี้เข้า คงต้องขนลุกเกรียวและหวาดหวั่นเป็นแน่
หลังจากนั้นในเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ (15 นาที) หวังเฉินก็เดินออกจากร้านค้าไปพร้อมกับถุงเก็บของในมือของเขาที่หนักมากกว่าเดิม สมบัติวิเศษชั้นเลิศหนึ่งชิ้นมีมูลค่าประมาณหนึ่งหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ เมื่อแลกเป็นหินวิญญาณระดับสูงก็คือหนึ่งก้อน สมบัติวิเศษชั้นสูงหนึ่งชิ้นมีมูลค่าแปดพันหินวิญญาณระดับต่ำ หวังเฉินก็แลกไปเช่นกัน ได้รับมาแปดสิบก้อนหินวิญญาณระดับกลาง เมื่อคำนวณสุดท้าย เขาได้รับหินวิญญาณระดับสูงสองก้อน หินวิญญาณระดับกลางหนึ่งพันหกร้อยก้อน ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สมบัติมหาศาลสำหรับเขาในตอนนี้
ไม่ต้องพูดถึงหินวิญญาณระดับสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดแก่นแท้ใช้สำหรับการฝึกฝน พลังปราณที่อยู่ภายในนั้นบริสุทธิ์ เข้มข้น และแตกต่างจากหินวิญญาณระดับต่ำอย่างสิ้นเชิง และหากพูดถึงหินวิญญาณระดับกลางก็มีค่ามากเช่นกัน โดยทั่วไปแล้วผู้ฝึกตนในขอบเขตสร้างฐานที่ร่ำรวยเท่านั้นที่จะใช้ในการฝึกฝน แต่ตอนนี้หวังเฉินที่ตอนนี้ดูเหมือนเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับเหนือฟ้าขั้นต้น กลับมีทรัพย์สินมากมายที่แม้แต่ในหมู่ผู้ฝึกตนระดับสร้างฐานก็ยังต้องอิจฉา
ระหว่างที่เดินไปตามถนนในเมืองเฮยสือ หวังเฉินก็ประเมินผลลัพธ์ในใจไปด้วยความพึงพอใจ
\"ได้รับทรัพย์ก้อนโตแบบนี้ การฆ่าคนชิงสมบัตินี่มันช่างเย้ายวนเสียจริง ๆ เพียงแค่ครั้งเดียว ก็สามารถทำให้ข้าจากที่คนที่ยากจนกลายเป็นเศรษฐีที่มีทรัพย์สินล้นมือเช่นนี้ได้ภายในพริบตา หวังว่าหินวิญญาณพวกนี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการฝึกตนในอีกครึ่งปีข้างหน้าของข้านะ\"
ในขณะที่เดินผ่านเมือง เขาก็ได้วางแผนถึงเป้าหมายถัดไปและสิ่งที่จะทำกับทรัพย์สมบัติที่ได้รับมาเรียบร้อยแล้ว