เผชิญหน้า

บทที่ 59 เผชิญหน้า

หวังเฉินกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องโถงทองคำอันโอฬาร สิ่งที่เห็นด้วยตาและสัมผัสผ่านจิตสัมผัสนั้นแทบไม่แตกต่างกันนัก แต่การมองเห็นโดยตรงย่อมให้ความรู้สึกที่แท้จริงยิ่งกว่า

\\\"เจ้าเป็นใครกัน!?\\\"

\\\"เด็กน้อย กล้าดีนี่! ถึงกลับกล้าบุกขึ้นมาสร้างความวุ่นวายถึงบนเขาเหยียนซานของพวกข้าแบบนี้ โลกนี้เปลี่ยนไปแล้วงั้นหรือ? เป็นเพียงแค่ผู้ฝึกตนระดับเหนือฟ้าขั้นต้น แต่กลับกล้าบุกเดี่ยวเข้ามาถึงรังของพวกเราแบบนี้\\\"

จี้ซื่อสง หัวหน้ากองโจรแห่งเขาเหยียนซาน จ้องมองหวังเฉินที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันเขม็ง ด้วยดวงตาอันดุดันราวกับเสือที่พร้อมจะล่าเหยื่อ แม้เขาจะยังไม่ได้เอ่ยปาก แต่เหล่าผู้บริหารระดับสูงที่อยู่รอบกายกลับลุกฮือขึ้นอย่างพร้อมเพรียง หวังเฉินสัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบที่จับจ้องมายังร่างของเขาจากทุกทิศทาง ราวกับเขาถูกกดดันด้วยคมมีดนับพันทั่วร่าง ทำให้เขารู้สึกชาและแสบเสียดแล่นไปทั่วตัว

นั่นหมายความว่า ประสาทสัมผัสของเขาพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว ก่อนที่การโจมตีจะมาถึง เขาก็สามารถรับรู้ถึงทิศทางและจุดอ่อนของศัตรูได้ชัดเจน ทำให้เขาสามารถตอบโต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จี้ซื่อสงมองดูหวังเฉินอย่างพินิจพิเคราะห์ จากนั้นสีหน้าเปลี่ยนจากแข็งกร้าวเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ฮ่า ๆ น้องชายผู้นี้ดูมีสง่าราศีไม่น้อย คงเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่งกระมัง! อย่าพึ่งวู่วามไป พวกเจ้าทั้งหมดอย่าทำตัวไร้มารยาท ลองฟังก่อนซิว่าเขามีธุระอะไรกับเรา”

แม้เขาจะพูดจาดูสุภาพออกมา แต่ภายในแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าฟัน จี้ซื่อสงรู้ดีว่าคนที่บุกเข้ามาถึงที่นี่แล้วยังมีท่าทีสงบนิ่ง ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงสองประเภทเท่านั้น หนึ่งคือพวกโง่เขลาไร้สมอง สองคือผู้ที่มีไพ่ตายอยู่ในมือและไม่หวาดกลัวสิ่งใด และจากสายตาของหวังเฉิน จี้ซื่อสงมั่นใจว่าเขาไม่ใช่พวกโง่เขลาแน่นอน

ในดวงตาของเด็กหนุ่ม มีความลึกลับล้ำลึกราวกับเอกภพอันกว้างใหญ่ สะท้อนถึงพลังอำนาจที่มิอาจประเมินได้ นี่มิใช่แววตาของคนที่โง่เขลา สติปัญญาไม่สมประกอบควรจะมี!

ดังนั้น จี้ซื่อสงจึงยังไม่ลงมือทันที แต่กลับระงับความรู้สึกของตนเองเอาไว้ก่อน แม้กระทั่งแสดงท่าทีที่เป็นมิตรออกมา แล้วเลือกที่จะฟังอีกฝ่ายก่อน

\\\"เจ้าคือหัวหน้าแห่งเขาเหยียนซาน จี้ซื่อสง ใช่หรือไม่?\\\"

หวังเฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา \\\"ข้าดูแล้ว เจ้าเองก็เป็นคนที่มีชื่อเสียงไม่น้อย แต่ทำไมถึงต้องทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้ด้วย? ช่างอำมหิตสิ้นดี ช่างไม่น่าให้อภัยเลยแม้แต่น้อย\\\" หวังเฉินส่ายหน้า มองจี้ซื่อสงแล้วพูดประโยคนี้ออกมา

จี้ซื่อสงที่เดิมทียิ้มแย้มอยู่ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นถมึงทึงลงในทันที ดวงตาพลันส่องประกายดุร้ายทันใด

บรรยากาศที่เคยอึกทึกในโถงใหญ่ เงียบกริบลงทันทีราวกับต้องมนตร์ เหล่าผู้บริหารของเขาแต่ละคนมองไปที่หวังเฉินด้วยแววตาแปลกประหลาด คล้ายกำลังมองศพที่ยังไม่รู้ตัวว่าตนได้ตายไปแล้ว

\\\"ฮ่า ๆ ๆ\\\"

จี้ซื่อสงหัวเราะเยาะดังลั่น \\\"เจ้าหนู บอกข้ามาสิว่าเจ้าคือใคร ข้าจะได้รู้ว่าควรจะสับเจ้าเป็นชิ้น ๆ แบบไหน\\\"

เสียงหัวเราะของเขาเยือกเย็น ราวกับใบมีดที่พร้อมจะเฉือนเหยื่อเป็นชิ้น ๆ เขาโกรธจนแทบอยากจะลงมือฉีกหวังเฉินให้เป็นชิ้น ๆ เดี๋ยวนั้น

หวังเฉินเพียงยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวเสียงเรียบ \\\"ตัวตนของข้างั้นหรือ? เมื่อครู่พวกเจ้ามิใช่วางแผนที่จะลอบสังหารศิษย์ของสำนักชิงหยุนและแย่งชิงทรัพยากรบำเพ็ญเพียรของพวกเขาหรอกหรือ?\\\"

เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวเสียงกร้าว \\\"ข้าก็คือศิษย์ชั้นในจากสำนักชิงหยุน หวังเฉิน!\\\"

\\\"ถึงแม้ว่าพวกเจ้าอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของข้ามาก่อน แต่ไม่เป็นไร เพราะหลังจากวันนี้ไป จะไม่มีเขาเหยียนซาน บนโลกนี้อีกต่อไป!\\\"

สีหน้าของหวังเฉินยังคงนิ่งสนิทราวกับผืนน้ำอันนิ่งสงบ ถึงแม้ว่าเขาตอนนี้จะอยู่ท่ามกลางถ้ำมังกรรังเสือก็ตาม แต่เขาก็ยังคงรักษาความสงบเยือกเย็นเอาไว้ได้ นี่มิใช่เพียงความมั่นใจ แต่เป็นสภาวะแห่งจิตใจ ความสงบอันสูงสุดที่เขาบ่มเพาะมาตลอดเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียร

\\\"ดี ดีมาก!\\\"

จี้ซื่อสงหัวเราะเย็นชาอย่างดูหมิ่น \\\"อ้อ ที่แท้เจ้าคือศิษย์จากสำนักชิงหยุนสินะ! ไม่แปลกใจเลยที่ถึงได้อวดดีขนาดนี้! แล้วมันจะยังไง? พวกเจ้าคิดจะกวาดล้างเขาเหยียนซานของข้าหรือไง? เจ้าคงเป็นแค่หน่วยสอดแนมที่ถูกส่งมาเท่านั้นใช่ไหม? น่าเสียดายจริง ๆ ที่เจ้าต้องมาพบกับโชคร้ายแบบนี้ แต่เจ้ากลับมาหาเราด้วยตัวเองแบบนี้ ถึงพวกเราจะถูกกวาดล้างไป แต่เจ้า... เจ้าก็ต้องตายไปก่อนพวกข้าอยู่ดี!\\\"

เขากล่าวพลางตีความไปเองว่า หวังเฉินนั้นคงเป็นเพียงหน่วยสอดแนมที่ถูกส่งมาเพื่อสำรวจล่วงหน้าเท่านั้น ส่วนโจรที่อยู่รอบ ๆ ถึงแม้จะเป็นพวกที่เหี้ยมโหด ฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตา แต่พวกมันก็เป็นแค่กลุ่มผู้ฝึกตนอิสระ ไม่มีระเบียบแบบแผนอะไร เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นศิษย์จากสำนักชิงหยุน พวกมันกลับแสดงท่าทีหวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจน

ที่เป็นเช่นนี้ก็ไม่แปลก แม้กลุ่มโจรแห่งเขาเหยียนซานจะมีสมาชิกกว่าร้อยคน และส่วนใหญ่มีพลังฝึกตนที่อยู่ขั้นเหนือฟ้า ซึ่งถือว่าไม่น้อย แต่ก็ต้องดูว่าเปรียบเทียบกับใคร เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับสำนักชิงหยุนแล้ว พวกมันก็เปรียบเสมือนไส้เดือนในโคลนตม ขณะที่สำนักชิงหยุนเป็นดั่งมังกรแห่งเก้าสวรรค์ มิอาจเทียบเคียงได้แม้เพียงเศษเสี้ยว

\\\"จี้ซื่อสง เจ้าไม่จำเป็นต้องพยายามมาล้วงความลับจากข้า\\\"

หวังเฉินโบกมือเบา ๆ ท่าทีของเขาผ่อนคลายดั่งสายลมฤดูใบไม้ผลิ \\\"ข้าจะบอกให้ชัด ๆ เลยว่าในครั้งนี้ข้าขึ้นมาที่นี่เพียงลำพัง\\\"

\\\"ฮ่า ๆ ๆ ๆ\\\"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น จี้ซื่อสงก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบไหล เสียงหัวเราะของเขาดังก้องกังวานไปทั่วโถงใหญ่ รุนแรงราวพายุโหมกระหน่ำ กระแสลมที่พวยพุ่งทำให้อากาศสั่นสะเทือนจนเกิดเสียงระเบิดปะทุไม่ขาดสาย เสียงหัวเราะของเขาเต็มไปด้วยความเดือดดาลถึงขีดสุด หัวหน้าโจรแห่งเขาเหยียนซานผู้นี้ตอนนี้ก็ได้กลับคืนสู่ธาตุแท้ที่โหดเหี้ยมทันที

กองโจรแห่งเขาเหยียนซานแทบทุกคนต่างพากันมองหวังเฉินราวกับเขาเป็นคนวิกลจริต มีเพียงคนบ้าเท่านั้นที่กล้ากล่าวว่า ตนบุกมาที่นี่เพียงคนเดียว

\\\"พี่น้องทั้งหลาย! จับมันให้ข้า ช่างน่าขันนัก คิดว่าเป็นศิษย์ชั้นในของสำนักชิงหยุนแล้วเขาเหยียนซานของข้าจะต้องกลัวเจ้าอย่างงั้นหรือ\\\"

จี้ซื่อสงตะโกนก้อง ดวงตาของเขาแดงฉานราวอสูรกายหน้าเลือด ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรงราวกับเครื่องสูบลม นี่คืออาการของคนที่กำลังถูกบีบให้จนตรอก ถึงแม้เขาจะรู้ว่าฆ่าศิษย์สำนักชิงหยุนเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตราย แต่เขากลับไม่มีทางเลือก

เพราะหากเขาปล่อยให้หวังเฉินมาเย้ยหยันถึงถิ่นแล้วยังไม่สามารถแสดงพลังข่มขวัญลงไปได้ ในเวลาไม่นานจี้ซื่อสงก็จะขาดความน่าเกรงขาม ไม่สามารถควบคุมลูกน้องได้ กลุ่มโจรแห่งเขาเหยียนซานก็จะถึงคราวแตกสลาย

ขณะนี้เขาเหมือนนักพนันที่บ้าคลั่ง ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว มีสิ่งเดียวที่ทำได้คือ ทุ่มเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างต้องฆ่าหวังเฉินให้ได้ และต้องไม่ให้ข่าวรั่วไหลออกไป มิฉะนั้นจี้ซื่อสงก็จะกลายเป็นอาชญากรที่ถูกสำนักชิงหยุนตั้งค่าหัวอย่างแน่นอน

หวังเฉินรู้ดีว่าโจรเหล่านี้ ถึงแม้จะพูดอย่างอึกทึกว่าจะสังหารศิษย์สำนักชิงหยุน ชิงทรัพย์สมบัติ แต่ความเสี่ยงนั้นใหญ่หลวงนัก เมื่อข่าวแพร่งพรายออกไป กลุ่มโจรเช่นพวกเขาย่อมถูกกำจัดโดยการโจมตีอันทรงพลังของสำนักชิงหยุน

ดังนั้นเมื่อเขาปรากฏตัวก็แสดงฐานะของตนเอง นี่เป็นการบีบให้ผู้ฝึกตนอิสระแห่งเขาเหยียนซานจนมุม ไม่ว่าจะฆ่าเขา แต่ข่าวก็มีโอกาสที่จะรั่วไหล หรือหากปล่อยเขาไป เรื่องที่พวกเขาพูดเมื่อครู่นี้ เรื่องการฆ่าคนชิงทรัพย์สมบัติ ย่อมถูกสำนักชิงหยุนรู้เข้า จากนั้นก็จะมาล้อมปราบ ทั้งสองทางล้วนเป็นทางตัน ดังนั้นจี้ซื่อสงจึงบ้าคลั่ง สั่งให้ลูกน้องสังหารหวังเฉิน ณ ที่นี้ ส่วนเรื่องข่าวรั่วไหล ถึงแม้มีจะความเป็นไปได้ แต่นั่นเป็นเรื่องที่เขาสามารถจัดการได้ภายหลังด้วยเล่ห์เหลี่ยมบางอย่าง ซึ่งมีโอกาสที่พอจะหลอกลวงคนอื่นได้อยู่บ้าง ยิ่งไปกว่านั้นศิษย์ของสำนักชิงหยุนนั้นมีมากมาย การตายไปของลูกศิษย์หนึ่งหรือสองคน ทางสำนักก็อาจจะไม่ติดตามอย่างจริงจังมากนัก

ตอนก่อน

จบบทที่ เผชิญหน้า

ตอนถัดไป