ศึกบนเขาเหยียนซาน
บทที่ 60 ศึกบนเขาเหยียนซาน
จี้ซื่อสงคิดเช่นนั้นในใจ แต่เขาไม่รู้เลยว่าอาจารย์ของหวังเฉินก็คือหยุนซาน ผู้อาวุโสแห่งสำนักชิงหยุน บุคคลผู้เป็นถึงปรมาจารย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ หากเขารู้แต่แรกว่าหวังเฉินมิใช่เพียงศิษย์ธรรมดา แต่เป็นศิษย์รักของยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ เกรงว่าเขาคงเข้าใจในทันทีว่าแผนการของตนเป็นเพียงฝันลม ๆ แล้ง ๆ เท่านั้น เพราะหากหวังเฉินตายไป หยุนซานต้องลงมาตรวจสอบแน่ และเมื่อถึงเวลานั้น จี้ซื่อสงและกลุ่มโจรทั้งหมดจะไม่มีแม้แต่โอกาสรอดชีวิต
แต่ทั้งหมดนี้อยู่ในแผนของหวังเฉิน เดิมทีเขามาเยือนเขาเหยียนซานเพียงเพื่อต้องการกวาดทรัพย์สินกลับไปเท่านั้น ทว่าหลังจากเห็นความโหดเหี้ยมป่าเถื่อนของพวกโจรกลุ่มนี้ที่เลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน หัวใจเขาก็ปะทุไปด้วยเพลิงโทสะ ทำให้เขาตัดสินใจที่จะทำลายที่นี่ให้สิ้นซาก ถือว่าตนได้ผดุงความยุติธรรมแทนสวรรค์
เป็นดังคาด จี้ซื่อสงต้องแบกรับความเสี่ยงอย่างใหญ่หลวง เพื่อที่จะสังหารหวังเฉินลงที่นี่ ในวิหารทองคำแห่งนี้
\"ฆ่ามันซะ!\"
สิ้นเสียงคำสั่งของจี้ซื่อสงที่ดังขึ้น ทันใดนั้นโถงทองคำแห่งนี้ก็กลายเป็นสมรภูมิรบในพริบตา เหล่าผู้ฝึกตนอิสระทั่วทั้งห้องโถงต่างเร่งเร้าพลังปราณของตนออกมา ส่งผลให้พลังปราณปะทะกันไปทั่ว พลังอันบ้าคลั่งพวยพุ่งสู่เบื้องบน คลื่นอากาศที่บิดเบี้ยวปะทะกันจนเกิดเสียงระเบิดเป็นระลอก ๆ สร้างแรงกดดันมหาศาลจนแม้แต่พลังปราณที่เบาบางในอากาศก็ยังเดือดพล่านในทันที
\"ตายซะ!\"
ทันใดนั้น ก็มีชายร่างยักษ์พุ่งเข้ามาโจมตีหวังเฉิน
ชายผู้นี้เป็นหนึ่งในยอดฝีมือของกลุ่มโจร ฉายาว่า \"เหล่าชี\" ในมือเขาถือขวานขนาดมหึมา พลังปราณสีเขียวหม่นของมันดุจภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่พุ่งลงมาถล่มหวังเฉินอย่างหนักหน่วง ในพริบตาจะก็ผ่าลงบนศีรษะของหวังเฉิน เป้าหมายของเขานั้นชัดเจน ต้องการที่จะผ่าร่างหวังเฉินออกเป็นสองส่วน
\"หึ! ฝีมือตื้นเขินแบบนี้ ยังไม่ถึงขั้นของศิลปะการต่อสู้เลยแต่น้อย ต่อให้ขวานของเจ้าหนักแค่ไหน มันก็ไร้ประโยชน์\"
หวังเฉินแค่นเสียงเยาะเย้ย มือขวาแผ่กว้างออกไปประหนึ่งเงามืดที่บดบังท้องฟ้า พริบตานั้นเขาก็ฟาดฝ่ามือลงไปบนคมขวาน
\"เคร้ง!\"
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว ก่อเกิดเป็นเสียงก้องสะท้อนไปทั่วทั้งโถง คลื่นพลังมหาศาลปะทุออกมาทันที พลังเสียงที่คมกริบทำให้แก้วหูของทุกคนปวดแสบปวดราวกับจะฉีกขาด
\"อะไรกัน? เหล่าชีใช้ขวาน \'ชิงซวน\' ซึ่งเป็นอาวุธวิญญาณระดับกลางเชียวนะ แต่หมอนี่กลับรับไว้ได้ด้วยมือเปล่าอย่างงั้นเหรอ หรือว่าฝ่ามือของเขาจะแข็งแกร่งกว่าโลหะวิเศษ” เหล่าชีเป็นคนแรกที่ปะทะกับหวังเฉิน ส่วนคนอื่น ๆ ที่อยู่ห่างจากหวังเฉินหลายก้าว ในตอนนี้พวกเขาต่างตกตะลึง เสียงร้องอุทานดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตกใจอย่างเหลือเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
ขวานชิงซวนนั้นเป็นอาวุธวิเศษระดับกลาง ที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับเดียวกันก็ยังต้องหวั่นเกรง แต่หวังเฉินกลับรับมันไว้ได้ด้วยมือเปล่า
เหล่าชีเองก็เบิกตากว้าง ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นเช่นกัน แม้มือของหวังเฉินจะเป็นเหล็กไหลหรือทองคำวิเศษ ก็ไม่น่าจะแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้ได้
\"ตายซะ!\"
หวังเฉินใช้โอกาสที่อีกฝ่ายตกตะลึง ทะยานเข้าโจมตีโดยไม่ลังเล
หลังจากฝึกฝนวิชา เก้าสังวรแห่งการหลอมกาย ร่างกายของเขาได้รับการขัดเกลาอย่างต่อเนื่อง มันกำลังวิวัฒนาการไปสู่ระดับเดียวกับสมบัติวิเศษ เขามีลางสังหรณ์ว่าวันหนึ่งเขาจะก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์และมีร่างกายแข็งแกร่งเทียบเท่ากับอาวุธเซียน
เขากระหน่ำโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง เมื่อเริ่มเข้าใจวิถีแห่งวารี การเคลื่อนไหวของเขากลับมีความไหลลื่นราวกับสายน้ำ ถึงแม้การโจมตีจะเต็มไปด้วยพลังและความหนักหน่วงดั่งพายุ แต่ก็เริ่มแฝงไปด้วยท่าทีที่ต่อเนื่องและอ่อนโยน ราวกับปรอทที่ไหลลงพื้น ไม่มีช่องว่าง เมื่อได้เปรียบแล้ว เขาก็จะได้ทั้งโอกาสและพลังที่ไม่มีวันสิ้นสุด
เหล่าชีคำรามก้อง กวัดแกว่งขวานยักษ์ของเขาอย่างบ้าคลั่ง จนก่อเกิดเป็นพายุพลังปราณสีเขียวหม่นที่หมุนวนปั่นป่วน ทว่าหวังเฉินกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ราวกลับกลายร่างเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ภายใต้พลังอันยิ่งใหญ่ การโจมตีทั้งหมดก็เหมือนกับของเด็กเล่น
\"ปึก\"
ทันใดนั้น หวังเฉินก็กระทืบเท้าลงไปที่พื้นอย่างแรง เกิดคลื่นพลังแผ่ขยายออกไป ดั่งภูผาถล่ม ส่งแรงกดดันมหาศาลไปทั่วโถงใหญ่ เมื่อหวังเฉินลงมือ ร่างกายทั้งหมดก็ถูกปกคลุมไปด้วยพลังปราณสีเขียว
ร่างของเขาพลันพุ่งเข้าประชิดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปล่อยหมัดออกไป ขณะที่เหล่าชีที่ยกขวานขนาดใหญ่หมายจะผ่าร่างของหวังเฉินอีกครั้ง แม้จะยากที่จะหลบหลีกในชั่วขณะ แต่หวังเฉินกลับสามารถหาจังหวะแทรกเข้าไปได้ พร้อมกับพลังหมัดที่หนักแน่นราวกับเรือศักดิ์สิทธิ์ที่ข้ามทะเลทุกข์ พุ่งโจมตีเข้ามาอย่างรุนแรง
\"ตูม!!!\"
เสียงระเบิดดังกึกก้อง
ร่างของเหล่าชีพุ่งกระเด็นออกไปในพริบตา เขาแทบไม่ทันรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ภาพสุดท้ายที่ปรากฏในสายตาคือเงาดำขนาดมหึมาที่กระแทกเข้ามาเต็มกำลัง
\"อั่ก...!\"
เหล่าชีถูกหมัดของหวังเฉินต่อยจนตายคาที่ แรงกระแทกมหาศาลพุ่งทะลวงเป็นระลอกคลื่นไร้สิ้นสุด มันไม่ให้เขามีโอกาสตั้งตัวแม้แต่น้อย ร่างของเขาถูกบดขยี้จนแบนราบเหมือนกระดาษ เลือดสด ๆ กระเซ็นสาดไปทั่วพื้นโถงสีทอง หวังเฉินมิได้หยุดเพียงเท่านี้ หลังจากสังหารเหล่าชี เขาก็พุ่งทะลวงเข้ากลางฝูงชนราวกับอสูรร้ายที่กระโจนเข้าสู่ฝูงลูกแกะ
ในพริบตาเดียว ร่างของเขาพุ่งไปรอบโถงกว้าง สังหารศัตรูทุกทิศทุกทาง เงาร่างพุ่งขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะตกกระแทกลงบนพื้นทีละร่าง ทีละร่าง พื้นทองคำที่เคยสุกสกาว บัดนี้กลับถูกย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน
แสงกระบี่วิเศษ แสงดาบวิเศษ เคล็ดวิชาต่าง ๆ ในตอนนี้กลุ่มโจรแห่งเขาเหยียนซานต่างระดมใช้ทุกวิชาที่มี ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดสามารถแตะต้องร่างของหวังเฉินได้แม้แต่น้อย ทุกสิ่งล้วนถูกบดขยี้ แตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ ต่อหน้าอำนาจที่มิอาจต่อต้านได้
ชายหนุ่มร่างเปลือยท่อนบนยืนตระหง่านกลางโถงกว้าง ลมหายใจอันเกรี้ยวกราดของเขาปะทุออกมา พลังสีปราณเขียวมรกตลอยวนรอบกาย เสื้อของเขาฉีกขาดจนหมด เผยให้เห็นร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่ง ลวดลายโบราณเร้นลับบนร่างส่องแสงออกมาจาง ๆ ทุกการโจมตีที่ฟาดลงบนร่างของเขา กลับทำได้เพียงก่อประกายไฟระยิบระยับ แต่กลับไร้ร่องรอยของบาดแผล
\"พั่บ!\"
หวังเฉินสะบัดแขนเพียงครั้งเดียว ท่อนแขนของเขาพุ่งออกไปดั่งหอกวิเศษ มันทะลวงเข้าสู่ร่างของผู้ฝึกตนคนหนึ่ง ทำลายจุดตันเถียนอย่างหมดจด แรงกระแทกมหาศาลทำให้กระดูกสันหลังของเขาแหลกเป็นผุยผง ลมหายใจของเขาหยุดลงทันที ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังก้องไปทั่วโถง ผู้บำเพ็ญอิสระเหล่านี้ถูกหวังเฉินฆ่าตายไปทีละคน
เหล่าผู้ฝึกตนอิสระที่เคยเป็นโจรผู้โหดเหี้ยม ทรมานและฆ่าฟันหญิงสาวชาวบ้านอย่างไร้ปรานีเมื่อครู่ บัดนี้ พวกมันกลับต้องตัวสั่นไปด้วยความหวาดกลัว พวกมันมิใช่ผู้ล่าอีกต่อไปแต่เป็นเพียงลูกแกะที่รอวันเชือด
เสียงร้องโหยหวนยังคงดังอย่างต่อเนื่อง เลือดสด ๆ ไหลนองทั่วพื้นห้องโถง พร้อมกับกระดูกขาวที่เปื้อนเลือดสีแดงสด โผล่พ้นออกมาจากร่างที่ถูกฉีกขาด และที่ใจกลางของนรกโลกันตร์นี้
มีเพียงชายหนุ่มร่างเปลือยท่อนบน ยืนตระหง่านกลางสมรภูมิ สายตาของเขาเย็นยะเยือก ดั่งยมทูตที่ลงทัณฑ์จากสวรรค์