ตัวอ่อนวิญญาณ
บทที่ 64 ตัวอ่อนวิญญาณ
หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด หวังเฉินก็พบสิ่งหนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรองนั่ง นั่นคือแผ่นหยกหนึ่งชิ้น เนื้อหยกนั้นใสกระจ่าง ราวกับกลั่นตัวขึ้นจากธารน้ำแข็ง บนพื้นผิวหยกยังอุ่นร้อนเล็กน้อยเมื่อสัมผัสกับมือ
นี่มิใช่แผ่นหยกธรรมดา หากแต่เป็นหยกชั้นเลิศที่ไม่ใช่ผู้ฝึกตนทั่วไปจะสามารถครอบครองได้ หวังเฉินไม่คิดที่จะเร่งรีบออกไป แต่เขากลับนั่งลงบนเบาะของจี้ซื่อสง นั่งขัดสมาธิ หลับตาทำใจให้สงบ ตั้งสมาธิจนจิตใจผ่อนคลาย แล้วจึงหยิบแผ่หยกขึ้นมาแนบกับหน้าผาก
พรึ่บ!
เมื่อพลังจิตหลอมรวมเข้ากับหยก ข้อมูลจำนวนมากก็พลันไหลเข้าสู่จิตสำนึกของหวังเฉิน
ตัวอักษรค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา ส่องประกายเจิดจ้า
“เคล็ดวิชาพิทักษ์เทพ”
อักขระแต่ละตัวเรียงร้อยต่อกัน ก่อตัวเป็นคัมภีร์ที่ล้ำลึก วิชานี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวอักษร แต่กลับก่อร่างขึ้นเป็นภาพของพระพุทธองค์ หน้าตาเหมือนกับรูปปั้นบนแท่นบูชาในห้องลับแห่งนี้ทุกประการ
\"อืม? นี่เป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาทางพุทธศาสนาของพระวัชระ... แต่ดูเหมือนว่านี่จะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ข้อมูลข้างในยังไม่สมบูรณ์ สามารถฝึกฝนได้ถึงขั้นหลอมจิตเท่านั้น... แต่ถึงกระนั้น ก็นับว่าเป็นสุดยอดวิชาแล้ว\"
หวังเฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาคาดไม่ถึงเลยว่าผู้นำโจรคนหนึ่งจะสามารถได้รับมรดกถ่ายทอดของพระวัชระ ช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ
ในบรรดาผู้มีพลังสูงส่งในพุทธศาสนา ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคือพระพุทธเจ้า รองลงมาคือพระพุทธะ พระโพธิสัตว์ พระวัชระ พระอรหันต์ ตำแหน่งต่างกัน ระดับพลังบำเพ็ญของแต่ละองค์ก็แตกต่างกันมาก พระวัชระเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ที่มีชื่อเสียงมากในพุทธศาสนา
แม้ว่าสำนักชิงหยุนที่หวังเฉินสังกัดอยู่จะเป็นสำนักที่เน้นทางด้านลัทธิเต๋า แต่ในตำราและบันทึกของสำนักก็ยังมีบันทึกเกี่ยวกับพระวัชระเอาไว้อย่างละเอียด
ในใจของหวังเฉินตอนนี้รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง เพียงแค่เมื่อครู่ที่เขาสัมผัสถึงกระแสพลังที่จี้ซื่อสงแสดงออกมาขณะใช้เคล็ดวิชา ก็ทำให้เขาตระหนักรู้และได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก ตอนนี้เมื่อได้พบกับเคล็ดวิชาพิทักษ์เทพ ยิ่งทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นยิ่งขึ้น
ขณะที่หวังเฉินกำลังมดิ่งอยู่ในความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับวิชานี้ เขารู้สึกถึงแสงสว่างอันมหาศาลจากคัมภีร์พุทธที่เขากำลังอ่าน ทุก ๆ ตัวอักษรเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ทว่าในตอนนี้ด้วยระดับพลังของหวังเฉินก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้หมดทุกสิ่ง แต่เป็นการเข้าใจบางอย่างที่คลุมเครือและแปลกประหลาดในใจ ราวกับทุกสิ่งมีความหมายที่แฝงอยู่
บนท้องฟ้าเหนือทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา ร่างพระพุทธรูปองค์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นพร้อมกับเท้าที่เหยียบบนแท่นบัวสีทอง เสียงพระธรรมที่ออกมาจากพระพุทธรูปนั้นค่อย ๆ ดังออกมาจนเสียงทำนองสวดมนต์พุทธวจนะดังสะท้อนดังก้องไปทั่วทะเลแห่งจิตนึก ทำให้หวังเฉินรู้สึกเหมือนเผชิญหน้ากับพระวัชระแห่งพุทธศาสนาที่แข็งแกร่งและเที่ยงธรรมในอดีตกาล รับฟังผลแห่งมรรคผลของพระองค์
\"โอมมม… โอมมมม… โลกทั้งหลายหมุนเวียนไปในวัฏจักรแห่งความทุกข์ พระพุทธเจ้าทรงเมตตาโปรดสรรพสัตว์ แสดงหลักแห่งความเมตตาและความกล้าหาญอันยิ่งใหญ่\"
\"โอมมม… โอมมม… คุณสมบัติของวัชระคือความอมตะ ทรงพลังดั่งเพชร ใช้พลังแห่งวัชระปกป้องเส้นทางธรรมและยืนหยัดในการปกป้อง…\"
หวังเฉินอ่านเคล็ดวิชานี้อย่างต่อเนื่อง เขาไม่ได้สนใจวิธีการบำเพ็ญในนั้น แต่เหมือนกับเขาอ่านบันทึกประสบการณ์จากผู้ที่มีความรู้มากมายในอดีต ความเข้าใจในหลักธรรมของโลกพลันปรากฏขึ้นในใจ หลักธรรมเหล่านี้เมื่อรวมเข้ากับทะเลทุกข์ที่เขาฝึกฝนอยู่ในปัจจุบัน ก็เกิดผลลัพธ์ที่เหลือเชื่อขึ้นมา
หึ่ง! หึ่ง!
ทันใดนั้น หวังเฉินที่นั่งขัดสมาธิบนเบาะผ้าบนพื้น ร่างของเขาพลันเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมา สลับไปมาระหว่างแสงมรกตและแสงทองคำอันบริสุทธิ์ เขากำลังก้าวเข้าสู่สภาวะการตระหนักรู้
ภายใต้สภาวะนี้ ความเข้าใจในเคล็ดวิชาทะเลทุกข์ของเขา ถูกยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับความเร็วของจรวด ก่อนหน้านี้สำหรับท่าทางต่าง ๆ ของเคล็ดวิชาทะเลทุกข์ เขาเพียงแค่รู้ว่ามันเป็นอย่างไร แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ทำได้เพียงใช้เป็นวิธีการต่อสู้ แต่ในขณะนี้ เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นถึงวิถีแห่งเต๋าที่อยู่ในเคล็ดวิชาทะเลทุกข์ได้อย่างง่ายดาย แต่ละท่าทาง แต่ละวิธีการ สามารถเชื่อมต่อกับวิถีแห่งสวรรค์และโลก มีหลักธรรมที่เรียบง่ายที่สุดซ่อนอยู่ในนั้น
\"ทะเลทุกข์\" นั้นไร้ขอบเขตและทำให้ผู้คนสิ้นหวัง เป็นการแสดงออกของวิถีแห่งธาตุน้ำของสวรรค์และโลก ตอนนี้หวังเฉินใช้เคล็ดวิชาของพุทธศาสนา เริ่มพิสูจน์วิถีแห่งทะเลทุกข์ สิ่งที่อ่อนโยนที่สุดในใต้หล้า ไม่มีอะไรอ่อนโยนได้เท่ากับน้ำ น้ำให้ประโยชน์แก่สรรพสิ่งโดยไม่ต้องแก่งแย่ง ความอ่อนโยนของน้ำ ความอดทนของน้ำ พลังของน้ำ ความคมของน้ำ และความสิ้นหวังที่น้ำมอบให้ ก่อให้เกิดทะเลทุกข์อันกว้างใหญ่ ตั้งแต่สวรรค์และโลกเปิดขึ้น น้ำก็ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ นี่คือพลังที่อยู่เหนือกาลเวลาในช่วงเวลา
วิถีแห่งธาตุน้ำ เป็นหนึ่งในสามพันวิถี มันซับซ้อน ลึกซึ้ง ลึกลับยากที่จะหยั่งถึง แม้จะอยู่ในสภาวะการกระหนักรู้ หวังเฉินก็ไม่สามารถเข้าใจได้มากภายในทันที ครั้งนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น แต่การเข้าใจเต๋า การเริ่มต้นก็ถือเป็นความสำเร็จที่น่ากลัวแล้ว
ในขณะที่หวังเฉินเข้าใจเคล็ดวิชาทะเลทุกข์สำเร็จ จิตวิญญาณของเขาก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ในทะเลแห่งจิตสำนึกที่กว้างใหญ่ พายุสีเขียวมรกตพัดกระหน่ำ ก่อให้เกิดคล้ายกระแสคลื่นวิญญาณเริ่มรวมตัวกัน ในที่สุดก็รวมกันเป็นตัวอ่อน ตัวอ่อนนี้เหมือนทารกแรกเกิด ผิวละเอียด สวมเสื้อคลุมเต๋าเล็ก ๆ สีเขียวมรกต ดูตลกแต่ก็เคร่งขรึม ใบหน้ามองเห็นได้ราง ๆ ว่าเป็นหวังเฉิน และรูปลักษณ์นี้เป็นรูปลักษณ์ของเขาในชาติก่อน ไม่ใช่ใบหน้าที่เขาใช้ในการเข้าร่างเกิดใหม่ในชาตินี้ ซึ่งนับว่าแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก
ในตอนนั้นเอง หวังเฉินในที่สุดก็ได้บรรลุในการสร้างตัวอ่อนจิตวิญญาณของระดับกำเนิดแก่นแท้ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญอย่างมาก เหลือเพียงการก้าวไปข้างหน้าอีกเพียงแค่หนึ่งก้าว ก็สามารถแยกความแตกต่างระหว่างฟ้ากับดินได้แล้ว
หึ่งงง!
แสงสว่างเจิดจ้าได้เบ่งบานภายในทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา พระพุทธรูปผู้กำลังสอนธรรมะนั้นก็พลันเรือนลางลงจนหายไปในที่สุด กลายเป็นตัวอักษรหลายประโยคที่ค่อย ๆ ซ่อนตัวกลับเข้าไปในความมืดอย่างเงียบ ๆ ดังเดิม
“ไม่ดีแล้ว พลังจิตวิญญาณขยายตัวเร็วเกินไป ร่างกายของข้าไม่อาจตามทัน นี่คืออาการที่บ่งบอกว่าตัวอ่อนวิญญาณกำลังจะออกจากร่างของข้า” หวังเฉินรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของจิตวิญญาณ ราวกับว่ามันกำลังจะพุ่งทะลุออกมาจากประตูสวรรค์ ขึ้นไปท่องเที่ยวทะเลเหนือในยามเช้า และกลับสู่ป่ามืดมิดในยามเย็น พร้อมที่จะกระชากห้วงมิติและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เขารู้สึกตกใจ แต่กลับไม่ตื่นตระหนก เพราะก่อนหน้านี้เขาได้คาดการณ์ไว้แล้ว การบำเพ็ญในครั้งนี้ก็ยิ่งยืนยันถึงความถูกต้องของการคาดการณ์ของเขา
โครมมม!
ทันใดนั้นหวังเฉินก็นำ กองหินวิญญาณ กองยาเม็ดพลังปราณ จำนวนมหาศาลออกมากองสูงจนเกือบจะล้นห้องลับ หวังเฉินแทบจะไม่สามารถเห็นเงาของตัวเองได้แม้แต่น้อย ตอนนี้เขาถูกหินวิญญาณและเม็ดยาทับไปจนมิด ในเมื่อที่จิตวิญญาณของเขาอยู่ในระดับที่สูงพอแล้ว ในตอนนี้เขาจึงเตรียมตัวที่จะยกระดับพลังการบำเพ็ญของตนเองให้สูงขึ้นกว่าเดิม