บรรพบุรุษเผ่าพันธุ์ใต้พิภพ

บทที่ 81 บรรพบุรุษเผ่าพันธุ์ใต้พิภพ

เพียงแค่ฝ่ามือเดียวฟาดลงไปผู้บัญชาการยักษ์ราตรีดำก็ดับสูญในพริบตา ร่างของมันถูกบดขยี้จนแหลกเป็นผุยผง หวังเฉินรู้สึกโล่งใจราวกับท้องฟ้าหลังเจอพายุฝน สภาวะจิตใจแจ่มใส

แต่แล้ว ที่ขอบฟ้าอันไกลโพ้นกลุ่มแสงสีดำขนาดมหึมาก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น กลุ่มแสงปริศนาเริ่มแปรเปลี่ยนรูปร่างตลอดเวลา บางครั้งมันก่อตัวเป็นพระราชวังลึกลับ บางครั้งก็กลายเป็นพญามังกรลอยคว้างกลางเวหา บางครั้งก็คือขบวนเกวียนที่ดูวิจิตรโอฬารราว ภาพต่าง ๆ ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า

โฮกกก

เหล่าสิ่งมีชีวิตจากใต้พิภพรอบกายของหวังเฉินเริ่มส่งเสียงร้องโหยหวน ก่อนที่จะพากันแตกตื่นหลบหนี วิ่งไปยังส่วนลึกของดินแดนใต้พิภพ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกมันหวาดกลัวพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งของหวังเฉิน แม้ว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะโหดร้ายไร้ปรานี แต่พวกมันก็ไม่ได้โง่เขลา จากการต่อสู้เมื่อครู่ มนุษย์ตรงหน้ายิ่งต่อสู้ยิ่งกล้าหาญ ดุร้ายไร้เทียมทาน การที่ผู้บัญชาการยักษ์ราตรีดำถูกหวังเฉินบดขยี้ด้วยเพียงฝ่ามือเดียว หากพวกมันไม่หนีแล้วจะรออะไร

แต่ทว่ายังมีอีกเหตุผลหนึ่งมันคือแสงสีดำที่อยู่เบื้องหน้านั้น แสงประหลาดนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พลังอำนาจอันมหาศาล แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็น “คำสั่งเรียก” ที่ไม่อาจขัดขืนได้

สิ่งมีชีวิตจากใต้พิภพที่อาศัยอยู่ในชั้นที่สองของแดนใต้พิภพ ต่างเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งอย่างสมบูรณ์ พุ่งเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง ราวกับกำลังสักการะอะไรบางอย่าง แล้วพุ่งตัวตรงไปยังแสงนั้น

ตูมมมม!!

เสียงกัมปนาทดังขึ้น แผ่นดินสะเทือนราวกับจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ท่ามกลางกลุ่มแสงที่หมุนวนกรงเล็บสีดำขนาดมหึมา ก็ทะลวงผ่านช่องว่างของห้วงมิติออกมา กรงเล็บนี้ปกคลุมทั่วท้องฟ้า ราวกับเงามืดแห่งอเวจี พลังมืดพวยพุ่งออกมาจนทำให้มิติแตกร้าว

หวังเฉินเบิกตากว้าง เขามองจ้องไปยังรอยแยกนั้นอย่างไม่อาจละสายตาได้และสิ่งที่ปรากฏให้เห็น ก็ทำให้เขารู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูกแม้จะอยู่ห่างออกไปหลายพันลี้

ร่างเงาแห้งผอมที่พันธนาการด้วยเส้นแสงพลังปีศาจ พลังของมันเก่าแก่ ดุจผ่านกาลเวลามาหลายหมื่นปี มันเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งปีศาจ

แต่กลับให้ความรู้สึก “ยิ่งใหญ่” และ “ลึกล้ำ” เกินกว่าที่จะเป็นเพียงปีศาจธรรมดา

"นี่มันอะไรกัน...?"

หวังเฉินรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัวเขาไม่เคยพบเห็นสิ่งมีชีวิตใด ที่สามารถทำให้เขาหวาดกลัวได้ถึงเพียงนี้มาก่อน

ร่างนั้นแม้ว่าจะดูแห้งผอม แต่กลับให้ความรู้สึกสูงใหญ่ราวกับสามารถปกคลุมจักรวาล ไม่ว่ามองจากมุมใด ก็ยังคงมองเห็นร่างของมันได้อย่างชัดเจน

มันสวมใส่เสื้อคลุมสีดำขาดรุ่งริ่ง ทั่วทั้งเสื้อคลุม ถูกปักด้วยลวดลายของเหล่าภูติผีปีศาจ ลวดลายเหล่านั้นเหมือนมีชีวิตมันดิ้นรน เคลื่อนไหว พร้อมกับปลดปล่อยกลิ่นอายปีศาจออกมาไม่หยุด

ที่สำคัญที่สุดคือไม่มีใครสามารถมองเห็นใบหน้าของมันได้เลย ใบหน้าของมันถูกบดบังด้วยกลุ่มแสงสีดำ ราวกับว่าใบหน้าของมันไม่มีอยู่ในมิติเดียวกันกับโลกนี้

และในชั่วพริบตานั้นเองเงานั้นก็เริ่มขยับมือ มันยื่นมือทะลุผ่านช่องว่างของมิติ แล้วคว้าจับร่างของเหล่าผู้บำเพ็ญตนที่เปล่งประกายเรืองรองออกมาจากห้วงมิติอันลึกลับ เหล่าผู้บำเพ็ญตนเหล่านั้นล้วนเป็นยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศ

แต่พวกเขากลับถูกโยนลงมาราวกับเป็นเศษขยะ พวกเขาต่างได้รับบาดเจ็บสาหัส เลือดสด ๆ พุ่งกระฉูดออกมาจากปาก เกราะแตกกระจาย อาวุธหักพัง ไม่มีแม้แต่ผู้เดียวที่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์

"ตัวตนนี้... มันคืออะไรกันแน่?"

"ทำไมมันถึงสามารถฉีกกระชากเหล่าผู้แข็งแกร่งออกมาจากห้วงมิติได้ง่ายดายถึงเพียงนี้?"

"และพวกเขา... พวกเขากำลังต่อสู้กับอะไรอยู่ในมิตินั้น?"

ความรู้สึกที่หวังเฉินมีต่อฉากตรงหน้านี้ มันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความสงสัยอันลึกล้ำ

สุดท้ายเขาก็ทำการตัดสินใจตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังความว่างเปล่าที่แตกออก เขาต้องการดูว่าเกิดอะไรขึ้นในดินแดนใต้พิภพแห่งนี้ แต่หวังเฉินไม่กล้าเข้าไปใกล้มากเกินไป เขาจึงเคลื่อนตัวไปซ่อนอยู่ห่างออกไปกว่าร้อยลี้ พร้อมกับปิดซ่อนพลังของตัวเองทั้งหมด

เขากักเก็บพลังปราณไว้ในทะเลทุกข์ในตันเถียน เหลือไว้เพียงพลังของร่างกาย ลดระดับพลังวิญญาณให้บางเบาราวกับสายหมอก สุดท้ายทำให้ตนเองเสมือนเป็นเพียงก้อนหินธรรมดาที่ถูกฝังลึกลงไปในแผ่นดิน

แต่ถึงกระนั้นเมื่อมองออกไปยังเบื้องหน้า กลุ่มแสงสีดำกลับยิ่งสว่างเจิดจ้าและพลังอำนาจของมันก็เข้มข้นถึงขีดสุด ราวกับจะควบแน่นกลายเป็นหมอกมาร ความเวิ้งว้างอันมืดมิดยิ่งหม่นหมองลงไปอีก แทบจมดิ่งสู่รัตติกาลนิรันดร์

"พวกท่านทั้งหลาย รีบหนีไปเร็วเข้า นี่คือบรรพบุรุษแห่งเผ่าพันธุ์ใต้พิภพ ไม่รู้ว่ามันมีชีวิตอยู่มากี่พันหมื่นปีแล้ว แต่มันได้ก้าวข้ามสู่ระดับอมตะ ไปนานแล้ว"

สุ้มเสียงตื่นตระหนกดังขึ้นกลางเวหา ชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง ลอยตัวอยู่ท่ามกลางอากาศ ทั่วร่างแผ่พลังแห่งปฐพีอันยิ่งใหญ่ เสมือนกับขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งตระหง่าน

แต่ทว่าตอนนี้ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและสิ้นหวังราวกับได้พบเห็นฝันร้ายที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ความรู้สึกสิ้นหวังนั้นแพร่กระจายไปทั่วความว่างเปล่า

ในขณะเดียวกัน

กลุ่มผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งก็พุ่งออกมาจากส่วนลึกของดินแดนใต้พิภพ ทุกคนต่างเร่งรีบหนีเอาชีวิตรอด ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง

หวังเฉินยืนอ้าปากค้าง เขาเพ่งสายตามองไปยังขอบฟ้าเบื้องหน้า แต่เงาร่างที่น่าหวาดกลัวนั้นมันกลับไม่ได้ขยับตัวไล่ล่า ร่างผอมแห้งดุจซากศพ ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาสีดำสนิทของมัน มองทะลุทุกสรรพสิ่ง ดั่งพญามัจจุราชที่กำลังสำรวจโลกใบนี้

และทันใดนั้นเอง เมื่อเงามืดนั้นพบเห็นชายร่างสูงใหญ่ชุดสีเหลืองที่แผ่พลังธาตุดินออกมา เสียงถอนหายใจอันเย็นเยียบ ก็ดังก้องออกมาจากส่วนลึกของห้วงกาลเวลา เงามืออันแห้งเหี่ยวของมัน ทะลวงผ่านมิติอีกครั้ง

เพียงพริบตาเดียว มันกลับขยายใหญ่ขึ้นราวกับขุนเขาทั้งห้าลูกซ้อนกัน แล้วมันก็ตบลงมา

ตอนก่อน

จบบทที่ บรรพบุรุษเผ่าพันธุ์ใต้พิภพ

ตอนถัดไป