เงาแห่งความสยดสยอง
บทที่ 82 เงาแห่งความสยดสยอง
ตูมมมมมม!!
"อ๊ากกก!!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนของชายชุดเหลืองดังขึ้น ร่างของเขาพุ่งตกลงจากฟากฟ้าแล้วภูเขาแห่งความมืดก็ดิ่งลงมาตามหลัง
บดขยี้เขาจนกลายเป็นเถ้าธุลีพลังแห่งปฐพีที่เคยปกป้องเขามาตลอดชีวิตแตกกระจายราวกับเศษแก้ว จากนั้นเสียงร้องโหยหวนดังสนั่นก็เงียบลง
"จอมมารบดบังฟ้า..."
"จอมมารบดบังฟ้า..."
หวังเฉินในตอนนี้ เมื่อมองดูภาพตรงหน้า สมองของเขาว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่คำพูดจะเอื้อนเอ่ยออกมา ในหัวของเขามีเพียงแต่คำว่า จอมมารบดบังฟ้าที่ร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง ร่างที่ผอมแห้งนี้น่ากลัวเกินไป แข็งแกร่งเกินไป ราวกับเซียนปีศาจโบราณ
ส่วนชายชุดเหลืองนั้นก็ไม่ใช่แค่ผู้ฝึกตนทั่วไป หวังเฉินสัมผัสเพียงเล็กน้อยก็รู้ว่าชายผู้นี้มีพลังบำเพ็ญสูงส่ง บำเพ็ญไปถึงขั้นที่เหลือเชื่อ เข้าใจในวิถีแห่งปฐพีอย่างลึกซึ้ง คนเช่นนี้ย่อมมีพลังป้องกันที่ไร้เทียมทาน ผู้ฝึกตนในระดับเดียวกัน หากไม่มีวิธีการพิเศษ ก็ไม่อาจสามารถทำลายการป้องกันของเขาได้ วิถีแห่งปฐพีนั้นเป็นการป้องกันที่ไร้เทียมทาน แต่น่าเสียดาย ที่ต่อหน้าร่างที่ผอมแห้งนั้น เขากลับถูกบดขยี้ลงราวกับเป็นเพียงเศษดินใต้เท้า
"หนีเร็วเข้า นี่เป็นเพียงแค่เงาของมัน ตัวตนที่แท้จริงของมันยังไม่แม้แต่จะก้าวออกจากส่วนลึกของดินแดนใต้พิภพ พวกเรามาร่วมมือกันรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"
สุ้มเสียงตะโกนด้วยความหวาดหวั่นดังระงมไปทั่ว เหล่าผู้ฝึกตนที่เคยหยิ่งทะนง บัดนี้กลับดูไร้เกียรติ ไม่ต่างจากสัตว์ที่กำลังหนีตาย
พวกเขาไม่มีทางเลือก ชายชุดเหลืองคนนั้นนับว่าเป็นยอดฝีมือผู้เลื่องชื่อในหมู่พวกเขา เชี่ยวชาญเวทปฐพีอันหาตัวจับยากในใต้หล้า แต่กลับถูกอีกฝ่ายสังหารด้วยเพียงฝ่ามือเดียว นับเป็นภาพที่สยดสยองเกินจะจินตนาการได้ ไม่มีผู้ใดที่เห็นแล้วสามารถรักษาความสงบใจเอาไว้ได้ หากไม่หนีไปตอนนี้ ก็ไม่มีโอกาสให้หนีอีกแล้ว
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ในส่วนลึกของดินแดนใต้พิภพ ไม่รู้ว่ามีผู้บำเพ็ญเพียรซ่อนตัวอยู่มากเพียงใด ที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่านั้นคือ แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับต่ำสุดยังมีถึงระดับสร้างฐาน แต่ถึงกระนั้นเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับล่างเหล่านี้ล้วนใบหน้าซีดเผือด ราวกับสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป
ทุกคนต่างรู้สึกไร้หนทางที่จะต่อต้าน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับร่างเงาอันแห้งผอมลึกลับ พวกเขารู้สึกว่าตัวเองช่างไม่ต่างอะไรจากมดปลวก ไม่ว่าพรสวรรค์จะโดดเด่นเพียงใด ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นอัจฉริยะเพียงไหน ในห้วงเวลานี้ล้วนตกอยู่ในชะตากรรมอันน่าเศร้า เปราะบางจนแทบไม่อาจต้านทานได้
หวังเฉินเบิกตากว้าง สายตาของเขาจับจ้องไปยังกลุ่มคนที่กำลังหนีอย่างบ้าคลั่งแล้วเขาก็พบเห็นบางสิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ในกลุ่มคนเหล่านั้นเขาเห็นเหล่าศิษย์ของสำนักชิงหยุน พวกเขาสวมอาภรณ์สีเขียวอ่อนที่ปลายแขนเสื้อปักด้วยเมฆขาวสามก้อน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของศิษย์หลักของสำนัก
"อะไรกัน พวกเขาเข้าไปในส่วนลึกของแดนใต้พิภพได้ยังไง?"
หวังเฉินตกตะลึง เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าในสำนักชิงหยุน จะมีคนที่บ้าบิ่นกว่าเขาถึงเพียงนี้
"หรือว่าพวกเขาโลภเกินไป ต้องการเสี่ยงชีวิตเพื่อแสวงหาทรัพย์สมบัติอันล้ำค่า หมายจะพลิกชะตาชีวิตตัวเองในคราเดียว?"
เขาขมวดคิ้วแน่น ก่อนหน้านี้ เขากับโจวชิงและพรรคพวก ปรึกษากันว่าจะมาหาเงินในดินแดนใต้พิภพชั้นที่สอง แต่การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นกะทันหัน ทำให้แผนของพวกเขายุ่งเหยิง แต่คนเหล่านี้เหมือนกับโจวชิง เป็นศิษย์หลักเช่นกัน แต่กลับสามารถเข้าไปในดินแดนใต้พิภพที่ลึกกว่าได้ ทำให้เขาเกิดความคิดมากมาย
ไม่เพียงแค่ศิษย์ของสำนักชิงหยุนเท่านั้น แต่ยังมีศิษย์ของสำนักอสูรดำที่เต็มไปด้วยพลังปีศาจ ศิษย์ของสำนักเทียนหยวนและศิษย์ของสำนักหลัวซิง เป็นต้น เรียกได้ว่าศิษย์หลักจากสำนักใหญ่ของแผ่นดินเทียนหยวนต่างก็หลั่งไหลกันเข้าไปในแดนใต้พิภพชั้นที่ลึกกว่า แต่ตอนนี้พวกมันทั้งหมดต่างกำลังเผชิญกับหายนะ
"เฮ้อ!!"
เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้ง เงาร่างอันผอมแห้งยังคงยืนตระหง่านอยู่กลางเวหา พลังอันมหาศาลจากแดนใต้พิภพยังคงหลั่งไหลเข้าหาตัวมัน ร่างกายที่แต่เดิมดูเลือนราง บัดนี้กลับเริ่มจับตัวเป็นรูปร่างชัดเจนขึ้น
ฟึ่บ!!
ทันใดนั้นดวงตาสีดำสนิทของมัน พลันเปล่งแสงเย็นเยียบออกมา ทุกที่ที่มันกวาดตามองไปความว่างเปล่ากลับแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ ไม่ว่าผู้ฝึกตนระดับสร้างฐานหรือแม้แต่ระดับกำเนิดแก่นแท้ ต่างก็ถูกสายตานั้นกลืนกิน ร่างกายแตกสลาย ไม่มีแม้แต่เศษกระดูกให้เหลืออยู่ ร่างกายและจิตวิญญาณดับสูญไปตลอดกาล
"อ๊ากกกกก!!"
เสียงกรีดร้องดังขึ้นระงม ในพริบตาเดียวศิษย์ผู้ฝึกตนกว่าร้อยชีวิต ถูกกำจัดราวกับผงธุลี โลหิต... กระดูก...กลายเป็นความว่างเปล่า ถูกระเหยไปไม่มีอะไรเหลืออยู่แม้แต่น้อย
หวังเฉินตื่นตระหนกสุดขีด สิ่งที่เขาเห็นในตอนนี้มันเหนือกว่าความเข้าใจของเขาไปโดยสิ้นเชิง
"แค่เงาสะท้อนเพียงเศษเสี้ยว... ก็ยังมีพลังถึงเพียงนี้"
"แล้วตัวตนที่แท้จริงของมันล่ะ จะน่าสะพรึงเพียงใดกัน"
แต่ทันใดนั้นเอง เงาร่างที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นในสายตาของหวังเฉิน “ท่านอาจารย์? ใช่แล้ว เมื่อกี้หยุนลู่ยังบอกว่าท่านอาจารย์เข้าไปในโลกใต้พิภพที่ลึกกว่านี้ แต่ไม่คิดว่าจะปรากฏตัวในเวลานี้”
หวังเฉินร้อนใจ เมื่อกี้เขาพึ่งเห็นผู้ฝึกตนคนอื่นถูกร่างลึกลับตบตายเป็นกลุ่ม ถูกทำลายด้วยสายตาไปในพริบตา เขายังไม่รู้สึกอะไรมากนัก แม้ว่าจะมีศิษย์สำนักชิงหยุนอยู่ด้วยจำนวนมาก แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะในวงการผู้ฝึกตนมีคนตายมากมายในแต่ละวัน เขาจึงไม่ได้สนใจมากเท่าไหร่ แต่หยุนซานนั้นแตกต่างออกไป เขาคืออาจารย์ของเขา แม้ปกติจะพูดไม่มาก แต่หลังจากรับเขาเป็นศิษย์แล้ว เขาก็ให้ความสนใจและห่วงใยเขาจริง ๆ จากใจจริง ถึงแม้ว่าหยุนซานจะไม่ได้แสดงออกมา แต่สำหรับหวังเฉินแล้วระดับการฝึกจิตวิญญาณของเขาได้ถึงจุดหนึ่งที่สามารถรับรู้ถึงความห่วงใยและความรักของอาจารย์ที่มีต่อเขาได้ ตอนนี้เมื่ออาจารย์ของเขาตกอยู่ในอันตราย หวังเฉินจึงเริ่มร้อนใจและรู้สึกวิตกกังวลอย่างยิ่ง