การทดสอบขีดจำกัด

บทที่ 116 การทดสอบขีดจำกัด

ฮู่ว... ฮู่ว... ฮู่ว...

เสียงหอบหายใจหนักดังสะท้อนไปทั่วภูเขาหินสีดำ การปีนบันไดสู่สวรรค์นี้มันช่างโหดร้ายเกินไป แรงโน้มถ่วงอันมหาศาล ค่อย ๆ กดทับลงบนร่างของพวกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนมีขุนเขาทั้งลูกกำลังกดทับอยู่บนหลังของพวกเขา น้ำหนักที่ถาโถมมานี้มันมากพอที่จะบดขยี้ร่างกายของพวกเขาจนแหลกสลาย!

แต่ในหมู่สามคนนั้นหวังเฉินกลับเป็นคนที่ดูสบายที่สุด เนื่องจากเขา ฝึกฝนเคล็ดวิชาเก้าสังวรแห่งการหลอมกายจนถึงขั้นที่สาม ไม่เพียงแต่กระดูกและเนื้อหนังของเขาจะแข็งแกร่งราวเหล็กกล้า แต่แม้กระทั่งอวัยวะภายในของเขาก็ยังได้รับการฝึกฝนให้แข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ พลังของร่างกายนั้นมากมายราวกับมังกรโบราณ เทียบเท่ากับอสูรร้ายในร่างมนุษย์

ตูม!!

หวังเฉินเหยียบลงบนขั้นที่หนึ่งพัน ทันใดนั้น ร่างกายของเขาก็ทรุดลงไป เนื่องจากแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าในพริบตา

ฮึ่ม!

หวังเฉินพ่นลมหายใจแรง ๆ ออกมา เสื้อคลุมสีครามของเขาก็ระเบิดออกเป็นเศษผ้า ปลิวกระจัดกระจายไปทั่วอากาศ เผยให้เห็นร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นตึง เส้นเอ็นของเขาแต่ละเส้นดูราวกับเป็นสายเหล็กกล้าที่เชื่อมร่างของเขาเข้าด้วยกัน!

ชี่ ชี่

พลังสีเขียวอ่อนพลันโคจรไปทั่วร่างของเขา แต่นี่ไม่ใช่พลังปราณและไม่ใช่วิชาอาคมใด ๆ แต่มันคือพลังร่างกายบริสุทธิ์ที่จะปรากฏขึ้นเมื่อร่างกายแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่งเท่านั้น

พลังที่ค่อย ๆ ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของเขา ทำให้ทั่วทั้งอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งยุคโบราณ ความลึกลับอันไกลโพ้น ความยิ่งใหญ่ที่มิอาจหยั่งถึง ในเวลานี้ เคล็ดวิชาเก้าสังวรแห่งการหลอมกายทำงานอย่างบ้าคลั่งในร่างกายของเขา แม้ว่าพลังปราณจะไม่สามารถใช้งานได้ แต่ก็ยังเสี้ยวของพลังสีเขียวที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในเส้นลมปราณของเขา

แรงโน้มถ่วงภายนอกที่แข็งแกร่งแบบนี้ ในเวลานี้ได้กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดสำหรับหวังเฉินในการฝึกฝนร่างกายของเขา โอกาสแบบนี้แทบจะไม่มีในเวลาปกติ

"ฮ่า ๆ ๆ"

หวังเฉินระเบิดเสียงหัวเราะอย่างฮึกเหิม

"ยอดเยี่ยม ปกติแล้วร่างกายของข้าจะได้รับการหลอมอย่างช้า ๆ อยู่แล้ว แม้ว่ามันจะพัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่มันก็ไม่ได้รวดเร็วเท่ากับการหลอมแบบนี้ บันไดสู่สวรรค์นี้เหมาะที่จะเป็นสถานที่ฝึกฝนของข้า"

เขาก้าวขึ้นไปทีละขั้น ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยพลังอันหนักแน่น และในขณะเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ว่าความแข็งแกร่งของเนื้อ กระดูก และอวัยวะภายในของเขากำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

ที่ยอดเขา

วัวเขียวที่อยู่บนยอดเขา มันจับจ้องดูพวกเขาทั้งสามอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นแสงสีเขียวที่ส่องประกายอยู่บนร่างของหวังเฉินเป็นครั้งคราว ดวงตาของมันก็เป็นประกาย

"หืมมม? ตอนนี้ยังมีคนฝึกฝนเคล็ดวิชาเก้าสังวรแห่งการหลอมกายอยู่อีกงั้นหรือ

วัวเขียวเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย จากนั้นมันก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจ

"ดี ดีมาก ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะมีวาสนากับนายท่านของข้าจริง ๆ"

วัวเขียวมองดูการแสดงออกของหวังเฉินอย่างกระตือรือร้น เห็นได้ชัดว่ามันมองออกถึงเคล็ดวิชาที่หวังเฉินฝึกฝนได้ทันที และมันก็มีความสุขมาก

แล้วมันก็หันไปมองหวังลั่ว จากนั้นก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง!

"โอ๊ะ? เด็กคนนี้ ก็ไม่ใช่ธรรมดาเช่นกัน ฝึกฝนร่างเทพแปดทิศของลัทธิเต๋า"

หวังลั่วคนนี้มักจะซ่อนตัวอยู่เสมอ หวังเฉินคิดว่าเดิมทีพลังปราณของเขานั้นสูงส่ง จิตสำนึกของเขาแข็งแกร่ง ร่างกายของเขาคงไม่แข็งแกร่งเท่าไหร่ ใครจะรู้ว่าเขาฝึกฝนร่างเทพของลัทธิเต๋า ซึ่งก็คือร่างเทพแปดทิศ

ดูเหมือนว่าพลังแห่งลมและสายฟ้าแห่งฟ้าดินจะปะทุอยู่ในร่างกายของหวังลั่ว จนก่อให้เกิดพลังมหาศาล แม้ว่าเขาจะถูกกดดันจากแรงกดทับมหาศาลแต่ด้วยพลังในร่างของเขา เขากลับสามารถรับมือกับแรงโน้มถ่วงนี้ได้อย่างง่ายดาย เขายังคงดูสบาย ๆ บนบันไดสู่สวรรค์ แม้กระทั่งหวังเฉินก็มองเห็นได้ว่าหวังลั่วไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลยแม้แต่น้อย

"แบบนี้ก็ดี ข้าอยากจะรู้ว่าร่างเทพแห่งเต๋าของเจ้าจะแข็งแกร่งกว่าวิชาเก้าสังวรแห่งการหลอมกายของข้าหรือไม่"

การแข่งขันนำมาซึ่งแรงกดดัน แรงกดดันจะกระตุ้นให้ตนเองก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง หวังเฉินเข้าใจหลักการนี้เป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อเห็นหวังลั่วเดินหน้าไปบนบันไดสู่สวรรค์ทีละก้าว เขาไม่เพียงแต่ไม่มีอารมณ์อิจฉา แต่กลับเกิดเจตจำนงที่แข็งแกร่ง ต้องการที่จะแข่งขันกับอัจฉริยะผู้นี้ ความคิดนี้ก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น

แต่ในขณะที่สองคนนี้ยังพุ่งทะยานไปข้างหน้า หนิงฮ่าวกลับดูไม่สบายเท่าไหร่นัก หนิงฮ่าว ศิษย์อัจฉริยะของสำนักเทียนหยวนผู้นี้ แม้ว่าจิตใจของเขาจะไม่เลว พลังปราณของเขาก็นับว่าลึกซึ้ง แต่ทั้งหมดนั้นไม่มีประโยชน์มากนักบนบันไดสู่สวรรค์ ตอนนี้ดวงตาของเขาแดงก่ำ เหงื่อออกท่วมตัว สั่นเทาอย่างรุนแรงในทุกย่างก้าว ราวกับว่าเขาจะล้มลงได้ทุกเมื่อ

ปัง!

เขาพยายามฝืนเดินขึ้นถึงขั้นที่หนึ่งพัน แต่แนงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นสิบเท่าก็ทำให้เขาทรุดลงทันที สีหน้าของหนิงฮ่าวเปลี่ยนเป็นขาวซีดในพริบตา ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป และล้มลงอย่างแรงบนบันไดหินเย็น ๆ หัวแตกเลือดไหลอาบ

"หนิงฮ่าว ตกรอบ!"

เสียงทรงอำนาจดังก้องลงมาราวกับมาจากสวรรค์ทั้งเก้า ประหนึ่งเป็นราชโองการจากมหาเทพผู้ครองบัลลังก์สูงสุด!

ในขณะเดียวกัน

ลำแสงสีเขียวครามเส้นหนึ่งพลันพุ่งลงมาจากฟากฟ้า โอบร่างของหนิงฮ่าวไว้ และเพียงพริบตาเดียว เขาถูกขับออกจากโลกแห่งนี้ไป ถึงแม้วัวเขียวจะไร้ความปรานี แต่ครั้งนี้มันกลับไม่ได้ลงโทษหนิงฮ่าวอย่างรุนแรงเหมือนคนอื่น ๆ เพราะอย่างน้อย มันก็ยังไว้ชีวิตของเขา และไม่ได้ตัดแขนของเขาทิ้งอย่างโหดเหี้ยม เมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมสำนักของเขาแล้ว เขานับว่าโชคดีกว่ามาก

แต่กระนั้น ภายในจิตใจของหนิงฮ่าวกลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

"หวังลั่ว เจ้าไม่ใช่แค่เกิดมาดีกว่าข้าเหรอ? เจ้ามีตระกูลที่แข็งแกร่งและมีสนับสนุนทรัพยากรมากมาย เจ้าจึงก้าวมาถึงจุดนี้ได้ แล้วหวังเฉินเล่า?! เขาเป็นใครกัน?! เหตุใดถึงแข็งแกร่งกว่าข้าได้ ข้าไม่ยอม"

เขาตะโกนก้องอยู่ในใจ แต่ความจริงก็ไม่เปลี่ยนแปลง แม้เขาจะอาฆาตแค้นเพียงใด แต่น่าเสียดายที่ไม่มีประโยชน์ พลังของวัวเขียวนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะต่อต้านได้ ลำแสงสีเขียวครามที่พันธนาการร่างของเขาอยู่นั้นดูเหมือนอ่อนแอ แต่แท้จริงแล้วมันเหมือนกับโซ่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผนึกฟ้าดินไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจจินตนาการได้

ในที่สุด หนิงฮ่าวก็ถูกขับออกไปจากสนามทดสอบนี้ และเหลือเพียงสองคนนั่นคือหวังเฉิน และ หวังลั่ว ที่ยังคงปีนขึ้นไปบนบันไดสู่สวรรค์อย่างต่อเนื่อง

บนบันไดขั้นที่สามพัน

ตู้ม!!

แรงโน้มถ่วงทวีคูณขึ้นอีกสิบเท่า

แต่แทนที่จะท้อถอย หวังเฉินกลับรู้สึกว่าร่างกายของเขายิ่งแบกรับน้ำหนักมากขึ้นเท่าไหร่ ผลของการหลอมก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น ตอนนี้เขาไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีกต่อไป หมกมุ่นอยู่กับการหลอมร่างกายอย่างสมบูรณ์ เศษเสี้ยวพลังสีเขียวค่อย ๆ หลอมรวมเข้ากับเนื้อ กระดูก เนื้อ เส้นเอ็น และอวัยวะภายในของเขาทีละนิด การหลอมนี้ครอบคลุมทุกด้าน ไม่มีแม้แต่จุดอ่อนเดียวในร่างกายของเขา

การทดสอบของบันไดสู่สวรรค์ได้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการฝึกฝนของเขาไปแล้ว ตอนนี้เมื่อเขามองไปที่บันไดหินสีดำที่อยู่ตรงหน้าเขา เขาคิดว่ามันช่างสวยงามและน่ารักอะไรเช่นนี้

เวลาค่อย ๆ ผ่านไป

ครึ่งวัน... หนึ่งวัน... สองวัน

แต่ทั้งหวังเฉินและหวังลั่วยังคงก้าวเดินขึ้นไปไม่หยุด และทุก ๆ หนึ่งพันขั้นแรงโน้มถ่วงก็จะเพิ่มขึ้นอีกสิบเท่า

บันไดขั้นที่แปดพัน

ร่างของหวังเฉินเริ่มสั่นสะท้าน เหงื่อเม็ดโตไหลลงมาจากหน้าผาก กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขากำลังสั่นไหว ทุกเซลล์อ่อนล้าถึงขีดสุด จากนั้นก็ถูกพลังสีเขียวเข้ามาแทรกซึม ราวกับได้กินยาบำรุงขนานใหญ่ ก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

หลายต่อหลายครั้ง ที่หวังเฉินรู้สึกว่าตนเองแทบจะไปต่อไม่ไหวแล้ว แต่ด้วยเจตจำนงอันแน่วแน่ ก็ได้ผลักดันให้เขาเดินหน้าต่อไปอย่างต่อเนื่อง

เมื่อร่างกายอ่อนล้าถึงขีดสุด อ่อนแอจนแทบหมดแรง แล้วในที่สุดก็ก็ก้าวข้ามขีดจำกัด สามารถทะลวงผ่านมันไปได้ ความรู้สึกนี้ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน

หวังลั่วแม้จะเป็นยอดอัจฉริยะของสำนักเทียนหยวน แต่ในตอนนี้ร่างกายของเขาไม่ได้แข็งแกร่งเท่าหวังเฉิน เขาล้าหลังไปถึงห้าร้อยขั้น ทว่าดวงตาของเขายังคงแน่วแน่ดั่งเดิม แม้จะล้าหลังแต่ทุกย่างก้าวของเขาหนักแน่น มั่นคง ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย นี่คือการต่อสู้ของเจตจำนงอย่างแท้จริง ไม่มีทางลัด ไม่มีกลอุบายใด ๆ ให้ใช้ได้ มีเพียงจิตใจที่แน่วแน่เท่านั้น ที่จะนำพาพวกเขาไปจนถึงจุดสูงสุด

และแน่นอนถึงแม้การทดสอบนี้จะโหดเหี้ยม แต่ก็เป็นการฝึกฝนคนได้ดีที่สุด ประโยชน์ต่อผู้ฝึกฝนนั้นไม่ใช่เล็กน้อย แค่เพียงไม่กี่วันร่างกายของหวังเฉินและหวังลั่ว ก็แข็งแกร่งขึ้นเป็นเท่าตัว หากต้องฝึกฝนด้วยวิธีปกติไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่สิบปี หรือแม้แต่เป็นร้อยปี ถึงจะบรรลุขีดจำกัดนี้ได้

ผ่านไปห้าวันเต็ม ในที่สุด หวังเฉินก็เห็นร่างของวัวเขียวในที่สุด…

ตูมมมม!

เพียงก้าวข้ามขั้นสุดท้าย พันธนาการทั้งหมดก็พลันสลายไปหมดสิ้น แสงสีเขียวครามอันหนาแน่นแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา พลันปะทุออกจากร่างของเขา พุ่งทะยานขึ้นไปยังท้องฟ้า ราวกับตะวันสีเขียวครามที่เจิดจ้า

เพียงแค่ลมหายใจเดียว พื้นที่สีเขียวก็เกิดพายุขึ้นมา แสงสีเขียวครามเข้มข้นถูกหวังเฉินดูดซับหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขา แล้วแปรเปลี่ยนเป็นพลังปราณอันแข็งแกร่ง

ตลอดห้าวันที่ผ่านมาพลังปราณของเขาถูกเผาผลาญเพื่อหลอมร่างกายจนเกือบหมดสิ้น

แต่บัดนี้เมื่อเริ่มดูดซับพลังอีกครั้ง มันก็เหมือนกับน้ำท่วมที่ไหลบ่าออกมา หยุดไม่ได้ พลุ่งพล่านและเชี่ยวกราก เหมือนคลื่นทะเลนับหมื่นลี้

ไม่รู้ว่าพลังงานสีเขียวที่แพร่หลายไปทั่วพื้นที่สีเขียวนี้เป็นพลังงานชนิดใด หวังเฉินรู้สึกเพียงว่าพลังงานปราณนี้เข้ากันได้ดีกับเคล็ดวิชาเก้าสังวรแห่งการหลอมกายของเขา เขาสามารถดูดซับโดยไม่มีสิ่งเจือปนแม้แต่น้อย พลังปราณจำนวนมากถูกหลอมออกมา ในเวลาอันสั้น การฝึกฝนของเขาก็เริ่มเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดไปข้างหน้า การฝึกฝนขั้นที่สามนั้นยากเพียงใด เขาย่อมรู้ดี แต่ในขณะนี้เขากลับรู้สึกว่าการฝึกฝนเป็นเรื่องที่ง่ายมาก

พลังงานมหาศาลปะทุออกมาในร่างกายของเขา คลื่นพลังปราณไหลบ่าไม่หยุด ระดับพลังของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว และในไม่ช้าก็บรรลุถึงจุดสูงสุดของช่วงต้นของขั้นที่สาม

"โอกาสเช่นนี้ หายากยิ่งนัก ขั้นที่สามจงทะลวงให้ข้าซะ!!"

ฮ่าาาา

เสียงตะโกนกึกก้องหวังเฉินอ้าปากดูดกลืนพลังปราณมหาศาลเข้ามาอีกครั้ง ทั่วทั้งร่างของเขาในขณะนี้ดูเหมือนกลายเป็นหลุมดำอันไร้ที่สิ้นสุด ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปโดยไม่เลือก

ตูมมม!!

พันธนาการของขั้นที่สามช่วงต้นพลันถูกทำลายลง ในขณะนั้นเอง มหาสมุทรสีเขียวครามก็ปรากฏเป็นเงาภาพขึ้นรอบกายของเขา สะพานทองคำทอดข้ามมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ แผ่ซ่านวิถีแห่งเต๋าอันลึกล้ำออกมา พลังอันแกร่งกล้า พุ่งทะยานขึ้นฉีกท้องฟ้าเป็นเสี่ยง ๆ

วัวเขียวที่ยืนอยู่ด้านข้าง ตกตะลึงกับการระเบิดพลังของหวังเฉินในครั้งนี้ ดวงตาของวัวเขียวเบิกกว้าง จ้องมองไปที่ก้อนแสงสีเขียวที่ลุกโชนอยู่ตรงหน้า

"นี่มัน…เจ้าหนูนี่ มันดูดซับพลังไปถึงขนาดไหนกัน"

แสงสีเขียวครามเจิดจ้าห่อหุ้มร่างของหวังเฉินเอาไว้ พลังของเขายังคงเพิ่มพูนขึ้นต่อไป จากขั้นที่สามช่วงต้น ไปจนถึง ขั้นที่สามช่วงต้นขั้นสูงสุด จากนั้นทะลวงเข้าสู่ ขั้นที่สามช่วงกลาง และสุดท้าย ขั้นที่สามช่วงกลางขั้นสูงสุด จากนั้นพลังอันดุเดือดทั่วร่างกายเขาในที่สุดก็ค่อย ๆ สงบลง

ตอนก่อน

จบบทที่ การทดสอบขีดจำกัด

ตอนถัดไป