สถานการณ์น่าอึดอัด
ตอนที่ 27 สถานการณ์น่าอึดอัด
หวังผิงอันเดินไปรอบๆ กำแพงด้านนอกของโรงงานร้าง ขุดแก่นคริสตัลในบริเวณใกล้เคียงทั้งหมด จากนั้นค่อยๆ เดินออกไปข้างนอกเพื่อสำรวจ
ทันทีที่เขาออกจากกำแพง เขาก็เห็นฝาปิดท่อระบายน้ำวางอยู่บนถนน เห็นได้ชัดว่าพวกหนูได้หนีออกไปจากที่นี่แล้ว
ผู้คนในโรงงานก็เห็นหวังผิงอันในเวลานี้เช่นกัน พวกเขาเห็นเขาปิดฝาท่อระบายน้ำ และวางสิ่งของหนักๆ ทับลงไปเพื่อให้มันเปิดออกจากด้านในได้ยากขึ้น
หวังผิงอันค้นพบท่อระบายน้ำหลายแห่งที่ถูกผลักเปิดออกจากด้านใน จากนั้นก็หาหินมาวางทับเอาไว้
เขาไม่อยากพบเจอกับสถานการณ์เสี่ยงตายก่อนหน้านี้อีก หนูพวกนั้นน่ากลัวเกินไปจริงๆ
แม้ว่าหนูจะยังสามารถออกมาจากที่อื่นได้ หากทางด้านนี้ถูกปิดกั้น โอกาสที่พวกเขาจะต้องพบเจอพวกมันก็จะลดน้อยลงมาก
หวังผิงอันเดินไปรอบๆ โรงงาน และปิดท่อระบายน้ำทั้งหมดที่อยู่ใกล้ๆ ขณะที่เขากำลังจะเดินไปข้างหน้าอีกระยะหนึ่ง เขาก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมา จึงต้องรีบถอยกลับ เห็นได้ชัดว่ามีบางสิ่งที่อันตรายอยู่ทางทิศนั้น
เมื่อเห็นแบบนี้ เขาจึงไม่อยากสำรวจอีก และกลับมาที่โรงงานโดยรู้สึกสบายใจมากขึ้น
หวังผิงอันยังได้ตรวจสอบชั้นหนึ่งทุกซอกทุกมุม ปิดกั้นสถานที่ๆ เชื่อมต่อกับท่อระบายน้ำด้วยสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก จากนั้นจึงกลับขึ้นไปชั้นบนอีกครั้ง
“ตอนนี้ถือว่าปลอดภัยแล้ว แต่แม้ว่าท่อระบายน้ำทั้งหมดจะถูกปิด เรายังต้องให้มีคนคอยเฝ้าหน้าต่าง และแจ้งให้ทุกคนทราบหากเกิดเหตุอะไรขึ้น”
“เราจะจัดการเรื่องนี้ทีหลัง ขอบคุณมากที่คุณทำเพื่อส่วนรวมถึงขนาดนี้”
พวกเขาเห็นสิ่งที่หวังผิงอันทำ รู้ถึงเจตนาของเขาในการทำสิ่งนั้น และรู้สึกขอบคุณเขาเป็นอย่างมาก
หวังผิงอันไม่ประทับใจกับคำเยินยอดังกล่าว เพราะเขาทำมันเพื่อตัวเอง “ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ เพราะชีวิตของผมก็เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เหมือนกัน”
เมื่อคนอื่นๆ ได้ยินเขาพูดเช่นนี้ พวกเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อ และบางคนก็คิดว่ามีโอกาสไม่น้อยที่อีกไม่นานหวังผิงอันจะจากไป
เมื่อคิดถึงสถานการณ์ดังกล่าว บางคนก็เกิดความวิตกกังวล และไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี
มีอันตรายมากมายอยู่รอบตัวพวกเขา หากไม่มีคนที่มีการรับรู้เฉียบคมอย่างหวังผิงอันอยู่ พวกเขาคงเอาชีวิตรอดได้ยาก
“พี่หลี่ เรากำลังวางแผนหารือเรื่องห้องน้ำ พี่ช่วยแนะนำเราหน่อยได้มั้ยว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี เราไม่สามารถอยู่เฉยๆ ในโรงงานแบบนี้ได้!”
มีคนเปลี่ยนเรื่องคุย แม้ว่าพวกเขาจะหารือเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหาไปแล้ว แต่ก็เลือกที่จะถามหวังผิงอันอีกครั้ง เพื่อสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วม
ยิ่งมีส่วนร่วมในสิ่งต่างๆ ยิ่งได้รับความเคารพ และการยอมรับจากทุกคนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความรู้สึกผูกพันกับที่นี่มากขึ้นเท่านั้น หากเขาต้องการจากไป ก็ต้องลองคิดดูให้ดี ก็มีโอกาสที่จะพาคนอื่นๆ ไปด้วย
สำหรับคนฉลาด พวกเขาสามารถหาความเชื่อมโยงได้อย่าวรวดเร็ว จึงมีบางคนพยายามโน้มน้าว
“พี่หลี่ ช่วยแนะนำพวกเราหน่อยเถอะ”
หวังผิงอันพูดไม่ออก เมื่อถูกเรียกว่าพี่หลี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เขาก็ยังคงเสนอความคิดของตัวเองออกไป
“สำหรับเรื่องนี้ผมก็ไม่มีไอเดียดีๆ เหมือนกัน อย่างมากเราก็เปลี่ยนไปใช้ห้องน้ำที่อื่น พวกเราควรล่อซอมบี้ทั้งหมดลงมา และฆ่าพวกมัน จากนั้นก็จะสามารถขึ้นไปใช้ห้องน้ำในชั้นบนๆ ของโรงงานได้”
มีหนูอยู่ในโถส้วมซึ่งเป็นอันตราย และหวังผิงอันก็คิดวิธีแก้ปัญหานี้ได้แค่นี้เท่านั้น
หลายคนมองหน้ากันเงียบๆ วิธีการของพวกเขาเหมือนกันทุกประการ เนื่องด้วยเงื่อนไขที่จำกัด จึงมีเพียงวิธีนี้เท่านั้น “ความคิดนี้น่าจะเป็นไปได้ มาล่อซอมบี้ลงมาจากด้านบน แล้วฆ่าพวกมันกันก่อน”
จริงๆ แล้วพวกเขาเพิ่งขึ้นไปตรวจสอบ และพบว่ามีซอมบี้เหลืออยู่บนชั้นสี่ และห้าเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น ระดับอันตรายจึงไม่ได้สูงมาก
ส่วนชั้นหกและเจ็ด ไม่ค่อยมีซอมบี้มากนัก เมื่อเก็บกวาดเรือบร้อยแล้ว ส่วนที่พวกเขาจะต้องปกป้องก็มีเพียงพื้นที่ด้านล่างเท่านั้น
หวังผิงอันเฝ้าดูพวกเขาทำงานอย่างเป็นระเบียบ โดยไม่ตั้งใจจะขึ้นไปช่วย เขาเพียงแต่หาเวลาไปที่กองศพ และขุดแก่นคริสตัลออกมาอย่างเงียบๆ
ศพถูกกองรวมกันไว้ข้างหน้าต่าง และเขามักจะมาที่นี่โดยอ้างว่าจะออกไปตรวจดูภายนอก ทำให้ยังไม่มีใครสงสัยอะไร
…
หลายคนมองไปที่หวังผิงอันในระยะไกล และถามด้วยความกังวล “ดูเหมือนเขาก็เข้ากับคนอื่นๆ ในทีมไม่ค่อยได้เลย และดูเหมือนเขาจะจากเราไปได้ทุกเมื่อ ถ้าไม่มีเขาคอยเตือน ที่นี่ก็อันตรายเกินไป เราควรทำอย่างไรดี”
“นายลืมไปแล้วเหรอว่าเราเคยทำอะไรกับเขาไว้ เมื่อผ่านเรื่องแบบนั้นมาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะเข้ากับคนอื่นๆ ไม่ได้
จางเจียงเฉียวมองดูคนเหล่านี้ จากนั้นก็ถอนหายใจเบา ในช่วงเวลานี้คนที่รู้สึกอึดอัดที่สุดต้องเป็นเขาอย่างแน่นอน
เขาเหลือบมองเทียนเล่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงจริงใจ เขาก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมานิดหนึ่ง “ผมมีวิธีแก้ปัญหา เมื่อถึงตอนนั้นไม่สำคัญหรอกว่าหลี่เสี่ยวหมิงจะจากไปหรือเปล่า”
“พี่จาง พี่มีวิธีอะไร?” ทุกคนต่างมองไปที่จางเจียงเฉียว และสงสัยว่าวิธีของเขาคืออะไร
สิ่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับกัปตันคนอื่นๆ เช่นกัน พวกเขาก็กำลังคิดหาวิธีที่จะทดแทนหวังผิงอัน
“ตอนนี้พวกเราแค่ถูกเขาหลอกตาเท่านั้น ที่เขาแข็งแกร่งกว่าทุกคนในทีมก็เพราะเขาได้ฆ่าซอมบี้เป็นจำนวนมาก ถ้าเราให้ใครสักคนทำแบบเดียวกัน และความแข็งแกร่งของคนๆ นั้นก็จะมีโอกาสแซงหน้าหลี่เสี่ยวหมิงได้ในพริบตา”
“สำหรับปัญหาด้านการรับรู้ที่เฉียบคมของเขานั้นแก้ไขได้ง่ายยิ่งกว่า ด้วยคนจำนวนมากที่เรามี แค่ต้องจัดคนให้เฝ้าหน้าต่างแต่ละบาน และแจ้งให้ทุกคนทราบหากเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้น วิธีนี้ดูน่าเชื่อถือว่าพึ่งพาการรับรู้ของใครสักคน”
“เนื่องจากเขาไม่อาจเข้ากับเรา ก็จำไม่เป็นต้องพึ่งพาเขาอีกต่อไป ไม่งั้นก็มีโอกาสที่เขาจะแทงข้างหลังเราในช่วงเวลาสำคัญ เมื่อถึงตอนนั้น ความสูญเสียของเราจะยิ่งใหญ่เกินกว่าจะรับไหว”
“ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ความไว้วางใจได้ถูกทำลายไปแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเราได้อย่างแท้จริง...”
ทุกคนต่างรู้สึกไม่พอใจเมื่อได้ยินคำอธิบายของจางเจียงเฉียว เพราะมันทำให้พวกเขาต้องเสียสละทรัพยากร หากทำแบบนี้ พวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้นได้ยังไง?
แต่สิ่งที่อีกฝ่ายพูดก็ไม่ผิด เป็นการดีกว่าที่จะไว้วางใจคนในทีมของตัวเอง มากกว่าที่จะไว้วางใจหวังผิงอัน
“แล้วพี่คิดจะเสนอใคร อย่าบอกนะว่าคิดจะเสนอตัวเอง!”
จางเจียงเฉียวส่ายหัว และพูดว่า “แน่นอนว่าไม่ใช่ผม เพราะนั่นจะทำให้พรสวรรค์ของผมสูญเปล่า และผมก็ยังไม่คิดจะแลกเหรียญคำกับค่าพลังกายในตอนนี้ ดังนั้น ผมของแนะนำหลิวหลี่ให้เป็นคนที่จะได้รับโอกาสนั้น”
หลิวหลี่ไม่คิดเลยว่าจางเจียงเฉียวจะแนะนำเขา มันทำให้เขารู้สึกแปลกใจมากจริงๆ
แต่เขาก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และก้าวออกมาข้างหน้า “หากผมได้รับโอกาสนั้น ผมก็ขอสัญญาว่าจะรับรองความปลอดภัยของทุกคนในอนาคต พวกนายก็คงได้เห็นแล้วครั้งก่อนที่เราออกไป ผมได้ช่วยชีวิตคนไว้มากแค่ไหน”
จางเจียงเฉียวจึงแนะนำหลิวหลี่ด้วยเหตุผลนี้ คนแบบนี้จะไม่ทำลายสะพานหลังจากกข้ามไปแล้ว ดังนั้นทุกคนจึงวางใจได้
“ผมเห็นด้วย แต่เราจะให้เขาเพิ่มความแข็งแกร่งมากแค่ไหน เราไม่สามารถให้เขายึดทรัพยากรทั้งหมดเป็นเวลานานได้”
เวลานี้ หลิวหลี่ไม่รู้จะพูดอะไร เขาจึงหันไปหาจางเจียงเฉียวเพื่อขอความช่วยเหลือ หวังว่าจางเจียงเฉียวจะสามารถพูดแทนเขาได้อีกครั้ง
จางเจียงเฉียวก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง และกล่าวต่อว่า “มันไม่จำเป็นต้องมากเกินไป หลี่เสี่ยวหมิงมีค่าพลังกายเพียง 6 จุดในตอนแรก ต่อให้เขาทำภารกิจสังหารนับร้อยครั้งก็สามารถเพิ่มค่าพลังกายได้เพียง 4 จุดเท่านั้น ค่าพลังกายของหลิวหลี่อยู่ที่ 7 จุด เมื่อได้รับเพิ่มอีก 4 จุดก็จะสามารถแซงหน้าหลี่เสี่ยวหมิงได้ หากในอนาคตเขาคิดจะแทงข้างหลังเราจริงๆ ก็จะมีได้คนคอยยับยั้ง”
ทุกคนมองมาหน้ากันไปมา และลังเลอยู่พักหนึ่ง แต่ครั้งนี้มันแตกต่างจากครั้งก่อน
คราวที่แล้วมันเป็นวิกฤตแห่งชีวิตและความตาย แต่คราวนี้เขาแค่ต้องการสร้างอีกคนขึ้นมากดหวังผิงอันเอาไว้ มันทำให้ยากที่จะตัดสินใจได้ในทันที