ปลายยอดภูเขาน้ำแข็ง
ตอนที่ 26 ปลายยอดภูเขาน้ำแข็ง
ทุกคนมารวมกันอยู่ที่มุมห้อง ตัวสั่นเหมือนนกกระทา ภาวนาอยู่ในใจว่าหลังจากหนูพวกนั้นกินซากซอมบี้จนหมดแล้วจะรีบจากไป และอย่ามาเดินเตร่อยู่ใกล้ๆ โรงงานอีก
ซากศพนับพันด้านนอกน่าจะเพียงพอให้หนูกินจนอิ่ม และมีความเป็นไปได้สูงที่พวกมันจะจากไป เพื่อมองหาเหยื่อใหม่ๆ
แต่ทุกคนก็มีคำถามหนึ่งที่เหมือนกันอยู่ในใจ นั่นคือ ทำไมจู่ๆ หนูจำนวนมากจึงปรากฏตัวขึ้น แต่ก็ไม่น่าจะเพราะพวกมันถูกดึงดูดด้วยซากซอมบี้ที่อยู่ข้างนอก
แต่ก่อนนี้เคยมีซากศพจำนวนหนึ่งกองอยู่ข้างนอก พอพวกเขากลับมาก็พบว่ามีศพนอนเกลื่อนพื้นอยู่ แต่ก็ไม่ได้ดึงดูดหนูให้เข้ามากิน
ไม่นานก็มีคนรู้ถึงความแตกต่าง และเมื่อวานพวกเขาได้ทำบางอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นก็คือการกดชักโครก
หนูชอบอยู่ในที่มืดและชื้นแฉะ มูลที่ถูกขับถ่ายลงมาเมื่อวานคงทำให้หนูตกใจ และดึงดูดให้พวกมันมาที่นี่
“หรือจะเป็นเพราะเมื่อวานเรากดชักโครก หนูพวกนั้นจึงถูกดึงดูดมาอยู่ที่นี่?”
เมื่อได้ยิน หลายคนแสดงสีหน้าเยาะเย้ย และคนเหล่านี้ก็เป็นกลุ่มคนที่พยายามต่อต้นตั้งแต่แรก
หลายๆ คนก็คิดแบบเดียวกัน แต่ไม่ได้พูดออกมาดังๆ เพราะพวกเขาต่างเห็นด้วยกับการทำความสะอาดห้องน้ำในตอนนั้น
“ไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง หลังหนูพวกนั้นจากไปแล้ว อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ ไม่งั้นอาจจะดึงดูดพวกมันให้เข้ามาหา”
หลายๆ คนรีบบอกให้คนอื่นๆ หุบปาก เพราะถ้ามีหนูอยู่ใกล้ๆ เสียงพูดคุยก็จะดึงดูดพวกมันได้ง่าย
“แฮ่…”
ขณะนั้นเอง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น
จากนั้น ทุกคนก็รู้สึกว่าทั้งโรงงานเริ่มสั่นเล็กน้อย ราวกับว่ามีมอนสเตอร์ตัวใหญ่กำลังวิ่งเข้ามาหาพวกเขา
จี๊ด…จี๊ด
ขณะนั้น ทุกคนต่างได้ยินเสียงหนูที่อยู่ข้างนอก เสียงนั้นรุนแรง และก้าวร้าว ราวกับว่าพวกมันกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ
“ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น?”
"น่าจะเป็นซอมบี้ยักษ์ มันน่าจะอยู่ที่ระดับหนึ่งหรือสูงกว่านั้น"
ในโลกซอมบี้ มีเพียงซอมบี้ยักษ์เท่านั้นที่สามารถส่งเสียงดังขนาดนี้ได้
ซอมบี้ยักษ์มีขนาดร่างกายที่ใหญ่โต และเมื่อมันวิ่ง มันจะเหมือนภูเขาเคลื่อนที่ เสียงฝีเท้า และเสียงร้องจึงดังกึกก้อง ผู้คนจึงสามารถรับรู้ได้จากระยะไกล
เมื่อได้ยินว่าน่าจะเป็นซอมบี้ยักษ์ จางเจียงเฉียวและคนอื่นๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเป็นอย่างมากที่รอดพ้นจากภัยพิบัติมาได้
พวกเขาเคยออกไปข้างนอกมาก่อน เดิมที พวกเขาไม่คิดว่าจะมีซอมบี้ที่อันตรายถึงขนาดนี้ซ่อนอยู่ในบริเวณรอบๆ โรงงานร้าง
ไม่มีทางที่พวกเขาจะฆ่าซอมบี้ยักษ์ลงได้ แม้ว่ามันจะยืนอยู่นิ่งๆ และปล่อยให้พวกเขารุมโจมตีก็ตาม
นี่คือ ความน่ากลัวของโลกซอมบี้แห่งอบิส ไม่มีทางรู้เลยว่าจะต้องประสบพบเจอกับอันตรายอะไรบ้าง
แต่จริงๆ แล้ว การรับมือกับซอมบี้ยักษ์ง่ายกว่าซอมบี้ชนิดอื่นมาก เพราะพวกมันจะส่งเสียงดังเมื่อเคลื่อนไหวไปมา ตราบใดที่พวกเขาระมัดระวังพอ ไม่ให้ถูกพบตัว ก็จะไม่เกิดอันตรายใดๆ
สัตว์ซอมบี้ที่เกิดจากการกลายพันธุ์นั้นอันตรายที่สุด เพราะพวกสัตว์มักจะไม่ค่อยส่งเสียงเมื่อเคลื่อนไหว ดังนั้น อาจเจอพวกมันจากมุมอับสายตาได้ทุกเมื่อ หากไม่แข็งแกร่งพอ ก็มีโอกาสเป็นขนมขบเคี้ยว และตายโดยไม่รู้ตัว
หวังผิงอันพูดไม่ออก เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเรื่องเลวร้าย และอันตรายต่างประดังเข้ามาหลังจากคนอื่นๆ กลับมา พวกเขาเป็นผู้ชักนำลางร้ายหรือยังไงกัน
ดูเหมือนว่าเขาจะต้องเพิ่มความแข็งแกร่งโดยเร็วที่สุด ในโลกที่แสนอันตรายใบนี้ มีเพียงความแข็งแกร่งของตัวเองเท่านั้นที่ทำให้เขามีโอกาสรอดได้นานขึ้น
-
เสียงวุ่นวายดังอยู่ข้างนอกนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะค่อยๆ เบาลงเรื่อยๆ
บางคนที่กล้าหาญมองดูจากข้างหน้าต่าง และเห็นซากหนูนอนอยู่บนพื้นด้านนอก และยังมีศพของซอมบี้อีกจำนวนนับไม่ถ้วนอีกด้วย
ดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายจะเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง แต่หลังจากมองดูจากหน้าต่างตามมุมต่างๆ พวกเขาก็ยังไม่เห็นศพของซอมบี้ยักษ์เลย เห็นได้ชัดว่ามันยังไม่ตาย
“แล้วตอนนี้เราควรจะทำอย่างไรดี?”
หลายคนไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อ พวกเขาไม่เคยคิดว่าที่นี่จะอันตรายถึงขนาดนี้
ไม่เพียงแต่จะมีหนูจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังมีซอมบี้ยักษ์ และซอมบี้พลังจิตอยู่อีกด้วย
จางเจียงเฉียว และเพื่อนของเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ พวกเขาไม่มีทางจัดการกับซอมบี้พวกนั้นได้เลย
“พวกเราไม่มีที่ไปหรอก ข้างนอกยังอันตรายกว่าที่นี่เสียอีก”
ทุกคนก็คิดเหมือนกัน แต่พวกเขาจะไปไหนได้ล่ะ พวกเขาเคยออกไปครั้งหนึ่งแล้ว และไปไม่ได้ไกลเกินกว่า 500 เมตรด้วยซ้ำ แม้จะออกจากที่นี่อีกครั้ง ก็คงจะหนีไปไหนไม่ได้ไกล
ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าข้างนอกนั่น มีซอมบี้ที่แข็งแกร่ง คนส่วนใหญ่จึงหวาดกลัว และไม่กล้าออกไป หากพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้พวกนั้น จะไม่มีใครสามารถหลบหนีไปได้
“เดี๋ยวผมจะไปตรวจดูข้างล่างให้” หวังผิงอันรู้สึกว่าหัวใจเต้นช้าลง พวกหนู และซอมบี้ยักษ์ควรจะจากไปแล้ว
ตอนที่หนู และซอมบี้ยักษ์อยู่ที่นี่ หัวใจของเขาเต้นเร็วมาก แต่ตอนนี้มันช้าลง เห็นได้ชัดว่าอันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ที่เขาอยากไปตรวจดูด้านล่างก็เพราะอยากจะขุดแก่นคริสตัล
เขาอยู่ในอบิสได้เพียงไม่กี่วัน แต่เขาได้เผชิญกับอันตรายมากมาย ซึ่งทำให้เขารู้สึกได้ถึงความเร่งด่วน
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าน่าจะมีเวลาเพียงพอ แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ที่ค่อยๆ เลวร้ายลง เขาก็ต้องเสี่ยง เพื่อที่จะเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น
ด้วยสัญชาตญาณที่มี มันสามารถช่วยให้เขาหลีกหนีอันตรายได้ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาจึงยินดีที่จะเสี่ยง
“พี่หลี...ถ้าพี่ลงไป หนูพวกนั้นอาจถูกดึงดูดขึ้นมาที่นี่ก็ได้” ความกลัวของหลายๆ คนยังคงอยู่ แต่ก็ต้องมีคนลงไปตรวจสอบสถานการณ์จริงๆ
หวังผิงอันเหลือบมองไปยังคนที่พูด และอธิบายว่า “ผมมีการรับรู้ที่เฉียบคม หากมีอันตราย ผมจะพยายามหลีกหนีมันล่วงหน้า แม้ว่าจะถูกพบตัว ผมจะไม่ดึงดูดอันตรายให้ขึ้นมาถึงที่นี่อย่างแน่นอน”
เมื่อคิดถึงคำสัญญาครั้งก่อนของเขา ทุกคนก็เต็มใจที่จะเชื่อว่าหวังผิงอันจะรักษาคำพูด
"หากซอมบี้ธรรมดา ผมจะล่อพวกมันมาให้ แต่ถ้าเป็นหนูซอมบี้ ผมต้องหาทางจัดการกับพวกมันเอง”
เมื่อได้ยินข้อเสนอนี้ ทุกคนก็ต่างพยักหน้า ด้วยเครื่องจักรที่ขวางทางอยู่ พวกเขาสามารถฆ่าซอมบี้ธรรมดาได้มากเท่าที่จะต้องการ
“ระวังตัวด้วย หากพบเจออันตราย พี่ควรรีบกลับมาทันที”
หวังผิงอันพยักหน้า เขาทำสิ่งนี้เพื่อตัวเอง
หลังจากการต่อสู้ระหว่างหนูกับซอมบี้ ซอมบี้ควรจะเหลืออยู่น้อยมากในบริเวณใกล้เคียง ดังนั้น การขุดแก่นคริสตัลเพื่อรับเอาเหรียญทองจึงน่าจะเป็นเรื่องง่าย
ทุกคนเฝ้าดูหวังผิงอันจากไป และชื่นชมความกล้าหาญของเขาในใจ พวกเขาเชื่อว่าทีมต้องการคนอย่างเขาจริงๆ
…
หวังผิงอันเดินลงไปที่ชั้นหนึ่ง ซึ่งพบซากหนู และซอมบี้จำนวนหนึ่ง
เห็นได้ชัดว่าถ้าซอมบี้ยักษ์ไม่เข้ามายุ่ง พวกเขาคงถูกหนูพวกนี้ค้นพบในไม่ช้า ซอมบี้ตัวอื่นๆ ที่มันพามาจึงกลายเป็นโล่เนื้อให้กับพวกเขาโดยปริยาย
หวังผิงอันพยายามสังเกตสภาพแวดล้อมอย่างระมัดระวัง ตอนนี้ เขาไม่รู้สึกถึงอาการใจสั่นใดๆ ซึ่งหมายความว่าบริเวณใกล้เคียงน่าจะปลอดภัย
เขาหยิบมีดออกมาแล้วเริ่มขุดแก่นคริสตัลจากหัวหนู และซอมบี้
“แก่นคริสตัลของหนูมีราคาประมาณ 5 เหรียญทอง...” หวังผิงอันขุดแก่นคริสตัลของหนูออกมาชิ้นหนึ่ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันไม่มีมูลค่าเท่ากับแก่นคริสตัลของซอมบี้มนุษย์
พอเข้าใจได้ ไม่ว่ายังไงขนาดตัว และรูปร่างก็แตกต่างกัน
ในโรงงานมีซากศพไม่มากนัก และหวังผิงอันก็ขุดแก่นคริสตัลออกมาได้อย่างรวดเร็ว และได้เหรียญทองสะสมรวมกันมากกว่า 170 เหรียญ
ข้างนอกมีศพมากกว่าข้างในหลายเท่า แทบจะไม่มีที่ให้เหยียบ บางแห่งยังถูกวางเป็นชั้นๆ แสดงให้เห็นว่ามีหนูจำนวนมากตายกองกันอยู่
หวังผิงอันจึงเริ่มขุดแก่นคริสตัลแถวๆ ริมผนัง นี่เป็นจุดบอด และผู้คนข้างบนไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ได้