ยกระดับการบ่มเพาะ ฟื้นฟูความแข็งแกร่ง
ตอนที่ 4 จุดเริ่มต้นที่ดี
หลังจากทุกคนได้เลือกทีมของตนแล้ว และกัปตันหลายๆ คนก็มารวมตัวกันเพื่อหารือ
หวังผิงอันมองดูอบิสมอล ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับไอเทมมอลของเขา ยกเว้นว่าสกุลเงินที่เป็นเหรียญดำ และตราสังหาร
หลังจากลองตรวจสอบดู เขาก็คิดว่าไอเทมมอลของเขาดีกว่า อย่างน้อยเขาก็ยังได้รับเหรียญทองจากการฆ่าสัตว์ที่อ่อนแอในโลกความเป็นจริง
หวังผิงอันไม่ได้มองดูสินค้าในนั้นมากนัก ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่มีเหรียญดำสักเหรียญอยู่ในมือ ดังนั้นต่อให้ดูสินค้าเหล่านั้นไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร ตอนนี้ เขาควรคิดหาวิธีเอาตัวรอดก่อนจะดีกว่า
เขายังคงไม่แน่ใจว่าสกิลฮีลจะสามารถรักษาไวรัสซอมบี้ได้หรือเปล่า เขาทำได้เพียงหาที่ซ่อน และรอจนกว่าเลเวลของเขาจะสูงขึ้น
เมื่อมองไปที่โรงงานร้างที่พวกเขาอยู่ จะเห็นได้ว่าโรงงานนั้นใหญ่โตมาก มีหลายชั้น ที่ๆ พวกเขาอยู่เป็นพื้นที่เปิดโล่ง ส่วนพื้นที่อื่นๆ ที่เหลือก็ถูกครอบครองโดยเครื่องจักรต่างๆ
หวังผิงอันมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง และพบว่าสิ่งเดียวที่ใช้เป็นอาวุธได้คือขวานดับเพลิงบนกำแพง
เขาสามารถสร้างดาบทองแดงได้ แต่ดาบนั้นสั้นเกินไป ยาวกว่ามีดพร้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงไม่เหมาะในการต่อสู้กับซอมบี้ เว้นแต่ว่าสกิลฮีลจะรักษาซอมบี้ที่ติดเชื้อไวรัสได้
จริงๆ แล้ว เขายังมีดาบไม้ที่ยาวกว่าอยู่ในช่องเก็บของ แต่ก็ไม่ดีเท่าดาบทองแดง
เวลาค่อยๆ ผ่านไปทีละน้อย และกำแพงที่ปกป้องพวกเขาอยู่ก็ใกล้จะถึงเวลาสิ้นสุดแล้ว หลังจากกัปตันหลายคนได้หารือกัน พวกเขาก็กลับมาหาลูกทีมของตัวเอง
หลิวหลี่มองดูทุกคนแล้วพูดว่า “พวกเราเหล่ากัปตันได้หารือกันแล้ว และตัดสินใจวางสิ่งกีดขวางใกล้กับบันไดเพื่อล่อซอมบี้ขึ้นมา และฆ่าพวกมันทีละตัว เราจะพยายามทำภารกิจให้สำเร็จก่อน แล้วค่อยวางแผนว่าจะทำยังไงต่อไปหลังจากมีเสบียงอาหารแล้ว”
หวังผิงอันพอจะเข้าใจว่าทำไมพวกเขาจึงเลือกใช้วิธีนี้ มันเป็นวิธีเดียวกันที่แนะนำบนอินเทอร์เน็ต โดยวางสิ่งกีดขวาง และสร้างกับดักขึ้นมา
สภาพแวดล้อมที่พวกเขาอยู่นั้นเอื้ออำนวยมาก ตราบใดที่พวกเขาวางเครื่องจักรปิดกั้นตรงบันได พวกเขาก็สามารถล่อซอมบี้ และฆ่าพวกมันทีละตัวได้
แต่พวกเขาก็ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากเครื่องจักรเหล่านี้ไม่ได้เบา หากพวกเขาไม่ระมัดระวัง และซอมบี้บุกผ่านสิ่งกีดขวางที่วางเอาไว้ได้ พวกเขาก็จะจนมุม และไม่มีหนทางให้หนีเช่นกัน
“มีพวกนายคนไหนที่มีค่าพลังกายถึง 6 จุดบ้าง พวกเราต้องพยายามเคลื่อนย้ายเครื่องจักรก่อน ส่วนพวกผู้หญิงจะเป็นคนคอยหาอาวุธมาให้ ระหว่างนั้น ช่วยระวังอย่าให้เกิดเสียงดังกันด้วย”
หลิวหลี่ย้ำข้อควรระวังที่พบในอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง เพราะกังวลว่าอาจมีบางคนยังไม่เข้าใจ
ค่าพลังกายของหวังผิงอันได้มาถึง 7 จุดแล้ว ดังนั้นเขาจึงเข้าร่วมการเคลื่อนย้ายด้วย
มีคนจำนวนมากที่มีค่าพลังกายถึง 6 จุด ผู้ชายอย่างน้อยครึ่งหนึ่งถึงเกณฑ์นี้ แต่เนื่องจากเป็นเพราะเรื่องเพศ ทำให้มีผู้หญิงเพียงไม่กี่คนที่มีค่าพลังกายถึง 6 จุด ในจำนวนผู้หญิง 30 คนมีเพียง 3 คนเท่านั้น
ในโลกที่ถูกรุกรานโดยอบิส แทบทุกคนพยายามออกกำลังกาย ทำให้คนส่วนใหญ่มีร่างกายที่แข็งแกร่ง
เจ้าของร่างเดิมของหวังผิงอันเป็นเพียงเด็กกำพร้า ภาระในชีวิตจึงไม่เอื้ออำนวยสำหรับการออกกำลังกาย แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังใช้เวลาออกกำลังกายวันละหนึ่งถึงสองชั่วโมง
ผู้ที่มีค่าพลังกายประมาณนี้ ส่วนใหญ่มักจะเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่เด็ก และเมื่อถึงเวลาที่พวกเขากลายเป็นผู้ถูกเลือก พวกเขาจะมีค่าพลังกายอย่างน้อย 6 จุด บางคนที่ดีกว่าอาจไปถึง 7 จุดได้ และเฉพาะผู้ที่มีพรสวรรค์เท่านั้นที่อาจไปถึง 8 จุด
หวังผิงอันที่ไม่ต้องกลัวว่าร่างกายจะมีอาการบาดเจ็บแฝงเพราะโพชั่น เขาจึงใช้เวลาเพียงเกือบเท่านั้นในการเพิ่มค่าพลังกายถึง 6 จุดได้ แต่สิ่งนี้ก็ต้องขอบคุณรากฐานที่เจ้าของร่างเดิมทำเอาไว้
จางเจียงเฉียวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นมีคนมากกว่า 30 คนเดินออกมา ด้วยจำนวนคนมากมายขนาดนี้ เครื่องจักรหนักบางเครื่องก็น่าจะสามารถเคลื่อนย้ายได้
ตราบใดที่พวกเขาปิดกั้นบันได ความปลอดภัยของพวกเขาก็จะได้รับการรับประกัน เว้นแต่ซอมบี้ระดับหนึ่งจะมาหา
ถือว่าจุดเกิดที่พวกเขาถูกส่งมานั้นถือว่าดีมากเลยทีเดียว ซึ่งบังเอิญเป็นโรงงานร้าง และอยู่ชั้นบน จึงมีจุดที่ต้องปิดกั้นเพียงไม่กี่แห่ง
“พวกนายทุกคนรออยู่ที่นี่ก่อน ผมจะไปตรวจดูว่ามีซอมบี้แถวบันไดหรือเปล่า” เมื่อจางเจียงเฉียวพูด มันก็ทำให้หลายคนประหลาดใจ
การตรวจสอบเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เมื่อเห็นว่าจางเจียงเฉียวเต็มใจที่จะรับความเสี่ยงนี้เอง เป็นไปได้ไหมว่าสิ่งที่เขาพูดในตอนแรกนั้นจะเป็นความจริง?
ทั้ง 30 คนทำสีหน้าแตกต่างกันออกไป แต่ก็ไม่มีใครแสดงออกว่าตนนั้นคิดอะไรอยู่
หวังผิงอันไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนใจร้าย แต่เพราะเขามีไพ่ตาย และไม่จำเป็นต้องได้รับการปกป้องจากคนอื่น ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่เขาจะไม่รู้สึกซาบซึ้งกับการกระทำของอีกฝ่าย
หลังจากจางเจียงเฉียวพูดจบ เขาก็เดินขึ้นบันไดไปคนเดียวจริงๆ การเคลื่อนไหวของเขาเบามาก และไม่ส่งเสียงใดๆ
ทุกคนกลั้นหายใจ หวังว่าจะโชคจะเข้าข้าง ตราบใดที่ไม่มีซอมบี้อยู่ใกล้บันได ก็มีโอกาสสูงที่จะไม่มีใครตายในช่วงสามเดือนแรกที่เป็นเหมือนบททดสอบของมือใหม่
มีคนมองออกไปนอกหน้าต่าง โรงงานแห่งนี้ถูกรายล้อมไปด้วยโรงงานอื่นๆ และไม่มีซอมบี้อยู่มากนักในบริเวณใกล้เคียง
ที่นี่เป็นจุดเกิดที่ดี อย่างน้อยก็ดีกว่าศูนย์กลางเมืองมาก
นอกจากมีซอมบี้จำนวนมากที่นั่นแล้ว ในตึกสำนักงานก็ไม่มีอะไรที่จะขัดกั้นซอมบี้ได้เลย ต่างจากเครื่องจักรในโรงงานร้างแห่งนี้ เพราะเครื่องจักรแต่ละเครื่องมีน้ำหนักอย่างน้อยหลายพันปอนด์ ยากต่อการเคลื่อนไหว
ยิ่งไปกว่านั้น ในสถานที่ที่มีซอมบี้หนาแน่น ก็จะมีซอมบี้กลายพันธุ์จำนวนมาก และยังมีซอมบี้ระดับหนึ่งอีกด้วย
เมื่อเผชิญหน้ากับซอมบี้เหล่านั้น กำแพงของอาคารก็ไม่อาจต้านทานพวกมันได้ และการวางสิ่งกีดขวางเพียงอย่างเดียวก็คงจะไม่เพียงพอ
จางเจียงเฉียวใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าจะกลับมา ทุกคนจึงรออย่างเงียบๆ และไม่มีใครก่อปัญหาใดๆ ในเวลานี้
เมื่อเห็นสีหน้าของเขาที่ดูมีความสุข ทุกคนก็ตื่นเต้นตามไปด้วย นั่นหมายความว่าไม่มีซอมบี้อยู่ใกล้บันได แผนการของพวกเขาจึงน่าจะเป็นไปได้สวย
“ผมได้เดินดูรอบๆ เลย มีเครื่องจักรบางเครื่องเหมาะกับการเคลื่อนย้าย แต่ทั้งหมดถูกยึดติดอยู่กับพื้น เราต้องหาเครื่องมือมาไขสกรูพวกนั้น โชคดีไม่มีซอมบี้อยู่ใกล้บันได จึงช่วยลดปัญหาที่เราต้องเผชิญไปมาก”
จางเจียงเฉียวบอกทุกคนถึงสิ่งที่เขาเห็น และได้ยิน ซึ่งทำให้ทุกคนมั่นใจทันทีว่าสถานการณ์ในตอนนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดแล้ว
ความหวังในการเอาชีวิตรอดนั้นสำคัญมาก แม้จะผ่านช่วงแรกไปแล้ว พวกเขาก็จะได้เปรียบในการทำภารกิจด้วยภูมิประเทศที่เอื้อ และเป็นใจเช่นนี้
หลังทำภารกิจหลักสำเร็จสักสองสามครั้ง พวกเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้น จากนั้นซอมบี้ธรรมดาพวกนี้ก็จะไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป
แม้ว่าในอนาคต ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เป็นฮันเตอร์ แต่ก็ยังเหนือกว่าคนอื่นในโลกความเป็นจริง
ตราบใดที่พวกเขาสามารถกลับไปแบบมีชีวิต และลงทะเบียนกับหน่วยงานของภาครัฐ พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย และจะได้รับเงินอุดหนุนหลายพันหยวนทุกเดือน แม้ว่าพวกเขาจะเสียชีวิตในภายหลัง ครอบครัวของพวกเขาก็ยังสามารถรับเงินอุดหนุนต่ออีกหนึ่งปี
เมื่อเทียบกับเงินเดือนเฉลี่ยที่อยู่ที่ประมาณหนึ่งพันหยวนในโลกความเป็นจริงแล้ว ฮันเตอร์จำนวนมากยังคงเต็มใจที่จะรับเงินอุดหนุนจำนวนหลายพันหยวน ซึ่งเป็นหลายเท่าของเงินเดือนของคนธรรมดาทั่วไป
ในความเป็นจริง เจ้าของร่างเดิมของหวังผิงอันก็สามารถเลือกไปลงทะเบียน รับเงินอุดหนุนได้ด้วยเช่นกันหากเขากลับมาได้อย่างปลอดภัย แต่เพราะเขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะรอดกลับมาได้หรือเปล่า
ดังนั้น เขาจึงไปหาบริษัทเงินกู้เพื่อที่ขอยืมเงินเพื่อเข้ายิม เขาต้องการออกกำลังกายในเดือนสุดท้าย และสนุกกับชีวิตไปด้วย
เพียงแต่บริษัทเงินกู้ไม่ปฏิบัติตามกฎ และฆ่าเขาโดยตรง ซึ่งนำไปสู่การข้ามมิติ และสวมร่างของหวังผิงอัน
“ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวนายจะได้ล้างแค้นอย่างแน่นอน”
หวังผิงอันจะไม่ยอมให้คนของบริษัทเงินกู้มีชีวิตอยู่ เหตุผลหลักคือ เขาไม่ต้องการให้ความจริงที่ว่าเขาฟื้นคืนชีพถูกเปิดเผย การช่วยเจ้าของร่างเดิมแก้แค้นนั้นเป็นเพียงผลพลอยได้