ก้าววายุเงา
ตอนที่ 12 ก้าววายุเงา
หลังจากพูดคุยกับหลัวซวนอีกสักพักหนึ่ง หลัวฉางเฟิงก็เดินเข้าไปในหอคัมภีร์
ไม่นาน เขาก็ออกห่างจากหลัวซวนที่อยู่ข้างนอก
“หลัวซวน บุตรชายของหลัวผิง ผู้นำตระกูลหลัวคนปัจจุบัน…”
“เจ้าเด็กนี่น่าสนใจเลยทีเดียว!” เมื่อมองดูร่างของหลัวซวนค่อยๆ หายไปจากระยะสายตา หลัวฉางเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะคิดกับตัวเอง
…
อีกด้านหนึ่ง อารมณ์ของหลัวซวนดูจะไม่ค่อยดี
จิตใจของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันอันหนักหน่วง
หากมองเพียงผิวเผิน บรรพบุรุษฉางเฟิงดูดีขึ้นกว่าหลายวันก่อนไม่น้อย
ไม่มีวี่แววใดๆ เลยว่าจุดจบของเขาจะมาถึง และไม่มีอาการใดๆ บ่งบอกว่าเท้าข้างหนึ่งของเขาอยู่ในหลุมฝังศพ
เมื่อพิจารณาถึงสิ่งนี้ อาจเป็นไปได้ว่าบรรพบุรุษฉางเฟิงหวนคืนสู่จุดสูงสุดเป็นการชั่วคราว เหมือนคนใกล้ตายที่อยู่ในภาวะแสงสุดท้าย
เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็จะค่อยๆ พังทลายลง
จนในที่สุด บรรพบุรุษฉางเฟิงก็ต้องพบกับจุดจบของชีวิต และเวลานั้นน่าจะอีกไม่นาน
“ท่านพ่อ เวลาของตระกูลเราใกล้จะหมดลงแล้ว”
“ท่านยังตัดสินไม่ได้อีกเหรอ ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว”
บรรยากาศนอกหอคัมภีร์แฝงไปด้วยความเคร่งขรึม และสุภาพ
กลับกันภายใน เต็มไปด้วยความเงียบสงบ
หอคัมภีร์เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของตระกูลหลัว
สถานที่แห่งนี้ใช้เก็บสรรพวิชา คัมภีร์ และทักษะบ่มเพาะต่างๆ ที่ตระกูลเก็บสะสมมาในช่วงเวลา 300 ปี
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ใช่ใครก็ได้จึงสามารถเข้ามาในหอคัมภีร์ได้
แน่นอนว่า คนรับใช้ของตระกูลหลัวไม่มีสิทธิ์
แม้แต่ทายาทที่มีสายเลือดของตระกูลหลัวไหลเวียนอยู่ในร่างก็ได้รับอนุญาตให้เข้ามาข้างในได้เพียงสามครั้งต่อเดือน และในแต่ละครั้งสามารถอยู่ข้างในได้ไม่เกินสามชั่วโมง
แน่นอนว่าหากเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ นั่นก็จะถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ท้ายที่สุดแล้ว คนที่มีพรสวรรค์เหล่านี้ก็จะได้รับการปฏิบัติเป็นอย่างดี และมีสิทธิพิเศษเสมอ
แตะ แตะ แตะ…
ขณะที่หลัวฉางเฟิงก้าวเข้าไปในหอคัมภีร์ของตระกูลหลัว และเข้าสู่ชั้นสองของหอ
ทันใดนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังเข้ามาในหูของเขา
“หากต้องการเรียนรู้ศาสตร์แห่งการปรุงยา จะต้องเรียนรู้วิธีการควบคุมไฟเสียก่อน”
“หลังจากที่สามารถควบคุมไฟได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว จะต้องศึกษาฤทธิ์ของยาแต่ละชนิดอย่างละเอียด และต้องรู้ว่ายาเหล่านั้นสามารถใช้ร่วมกันได้หรือไม่ มีผลส่งเสริมหรือหักล้างกัน”
“เอ๊ะ…”
“ตรงนี้มัน ดูเหมือนแนวทางการวิจัยของข้าดูเหมือนจะผิด”
“เฮ้อ เดิมทีข้าแค่อยากรู้ว่าจะกลั่นยาปลุกกำหนัดออกมาได้อย่างไร”
“นึกไม่ถึงเลยว่าข้าจะต้องเริ่มเรียนจากศูนย์ และค้นคว้าหาวิธีปรุงยาอย่างถูกต้องก่อน”
ณ บริเวณชั้น 2 ของหอคัมภีร์
ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งดูผอมกว่าหลัวซวน และมีรอยคล้ำใต้ดวงตากำลังบ่นพึมพำกับตัวเองอยู่
นอกจากท่าทีอดหลับอดนอนแล้ว เขายังดูเหมือนคนที่มีอาการไตวาย และขาดน้ำอีกด้วย
ขณะที่เขากำลังอ่านคัมภีร์ชื่อ ‘ทางลัดของศาสตร์แห่งการปรุงยา’ อย่างละเอียด เขาก็เดินตรงมาหาหลัวฉางเฟิงอย่างเงียบๆ
[ บุตรชายของหลัวอัน หลัวหยาง ]
เมื่อเห็นคนตรงหน้าเขา ข้อมูลเกี่ยวกับอีกฝ่ายก็พุ่งตรงเข้ามาในจิตใจของหลัวฉางเฟิง
“บรรพบุรุษฉางเฟิง?”
“ท่านมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่…เมื่อไร?”
เมื่อเห็นหลัวฉางเฟิง หลัวหยางก็ตกใจ และพยายามซ่อนคัมภีร์ ‘ทางลัดของศาสตร์แห่งการปรุงยา’ ไว้ข้างหลัง
“ตั้งแต่เมื่อไหร่งั้นรึ” หลัวฉางเฟิงมองไปที่หลัวหยางซึ่งกำลังตื่นตระหนกเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ตั้งแต่ที่เจ้าพูดถึงความต้องการที่จะกลั่นยาปลุกกำหนัด ไม่สิ ก่อนหน้านั้นเสียอีก”
“อ๊าา!!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลัวฉางเฟิง หลัวหยางก็พยายามรีบอธิบาย “บรรพบุรุษ ข้าไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านคิด แคะ แคะ คือว่า…”
“ยาปลุกกำหนัดนั้นมีผลข้างเคียงที่ซ่อนเร้นอยู่มากมาย”
“ข้าจึงอยากศึกษามัน…”
ยิ่งหลัวหยางพยายามอธิบายมากเท่าไร เขาก็ยิ่งดูเหมือนจะทำให้เรื่องต่างๆ ดูยุ่งวุ่นวายมากขึ้นเท่านั้น
“ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจดี”
หลัวฉางเฟิงเดินเข้ามาตบไหล่หลัวหยาง
จากนั้นก็เอามือไพล่หลัง ก้าวเข้าไปในส่วนลึกของชั้นสองในหอคัมภีร์อย่างเงียบๆ
“เฮ้อ…”
“นี่ความลับของข้าแตกเร็วถึงขนาดนี้เลยเหรอ”
หลัวหยางมองไปที่แผ่นหลังของหลัวฉางเฟิง และถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
“แต่ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าท่านดูแปลกไป ช่วงนี้มีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นหรือเปล่า?”
…
หอคัมภีร์ของตระกูลหลัวมีทั้งหมดสามชั้น
ชั้นแรกเก็บคัมภีร์ที่มีค่าไม่มากนักเป็นส่วนใหญ่
สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในหมู่พวกมันก็แค่คัมภีร์ธรรมดาๆ สองสามเล่มเกี่ยวกับวิชาหมัด และท่าเท้า
บนชั้นสองของหอคัมภีร์ ที่เก็บเอาไว้ส่วนใหญ่เป็นคัมภีร์ที่มีประโยชน์ต่อตระกูลหลัวได้รวบรวมมาจากสถานที่ต่างๆ ตลอดสามร้อยปีที่ผ่านมา
ตัวอย่างเช่น คัมภีร์ ‘ทางลัดของศาสตร์แห่งการปรุงยา’ ที่หลัวหยางเพิ่งดูไป
เป็นคัมภีร์เฉพาะด้านเล่มหนึ่งที่ถูกเก็บรักษาไว้บนชั้นสองของหอ
หากจัดตามระดับของทักษะบ่มเพาะ ทักษะที่มีระดับสูงสุดในชั้นสองอยู่ที่ระดับหนึ่งขั้นสูงสุด ซึ่งก็คือต่ำกว่าทักษะระดับสองขั้นต่ำเพียงนิดเดียว
***ระดับของทักษะบ่มเพาะ : ระดับหนึ่ง สอง สาม ลี้ลับ ปฐพี สวรรค์ ( แบ่งแยกย่อยเป็นเป็นสี่ขั้นจาก ต่ำ กลาง สูง สูงสุด )
ส่วนชั้นสามของหอคัมภีร์
ส่วนใหญ่จะเก็บคัมภีร์ที่ตระกูลหลัวถือว่ามีค่ามาก
ทักษะบ่มเพาะที่ถูกเก็บไว้ที่นั่นอย่างน้อยก็ต้องสูงกว่าระดับกลางขั้นหนึ่ง
ตัวอย่างเช่น ทักษะบ่มเพาะที่เขาทำความเข้าใจไปแล้วประมาณสามในสิบส่วนอย่างทักษะพยัคฆ์คลั่ง ที่เป็นทักษะบ่มเพาะระดับสองขั้นสูงสุด
แม้แต่ภายในชั้นสาม มันก็ยังถือเป็นคัมภีร์ที่ทรงคุณค่าที่สุดเล่มหนึ่ง
ทางลัดของศาสตร์แห่งการปรุงยา
ทางลัดของศาสตร์แห่งการหลอมศาสตรา
สารานุกรมพืชพรรณ
เคล็ดลับแห่งการฝึกตน
ทฤษฎีแห่งโชคชะตา
หลัวฉางเฟิงมองไปที่คัมภีร์หลายเล่มตรงหน้า แล้วหยิบขึ้นมาสองสามเล่มอย่างลวกๆ แล้วพลิกดู
เขาตั้งใจจะลองอ่านดูเพียงหน้าแรกๆ เพื่อลองทดสอบบางอย่าง
แม้จะเปิดอ่าน ‘ศาสตร์แห่งการปรุงยา’ และ ‘ศาสตร์แห่งการหลอมศาสตรา’ ก็ไม่ได้ถูกเพิ่มขึ้นในหน้าต่างระบบอย่างที่คาดเอาไว้
ดูเหมือนจะต้องทำความเข้าใจเนื้อหาในคัมภีร์ในระดับหนึ่งก่อน ถึงจะมีระดับเปอร์เซ็นต์บอกเหมือนกับของทักษะพยัคฆ์คลั่ง
“ช่างเถอะ ลองไปดูที่ชั้นสามของหอคัมภีร์กันก่อนดีกว่า…”
ด้วยความคิดนี้ในใจ หลัวฉางเฟิงจึงมุ่งหน้าไปยังชั้นสามของหอคัมภีร์
หลังจากที่เขาก้าวเท้าเข้าสู่ชั้นสามของหอ
เขาก็บอกได้เลยทันทีว่าจำนวนคัมภีร์บนชั้นสามมีน้อยกว่าชั้นหนึ่ง และชั้นสองมาก
คัมภีร์ระดับสองขั้นกลาง ก้าวก่านเฟิง
คัมภีร์ระดับสองขั้นสูง บาทาหยิน
คัมภีร์ระดับสองขั้นกลาง ดัชนีเหล็ก
แม้ว่าคัมภีร์บนชั้นสามจะมีน้อยกว่า
แต่ระดับของคัมภีร์ ทั้งทักษะบ่มเพาะ และวิชาต่างๆ ก็สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
“ก้าวก่านเฟิง ท่าเท้า? วิชาตัวเบา?”
“ดูเหมือนจะดีทีเดียว…”
หลัวฉางเฟิงหยิบคัมภีร์ระดับสองขั้นกลางที่ถูกเรียกว่าก้าวก่านเฟิงขึ้นมา และพลิกดูอย่างสบายๆ
หลังจากกวาดตาอ่านอย่างรวดเร็ว เขาก็วางคัมภีร์ที่เขียนเกี่ยวกับวิชาตัวเบาในมือลง
จากนั้น ก็เดินลึกเข้าไปยังชั้น 3 ของหอคัมภีร์อย่างเงียบๆ
ยิ่งหลัวฉางเฟิงเดินไปลึกมากยิ่งขึ้นเท่านั้น คัมภีร์ที่เขาเห็นก็ยิ่งมีน้อยมากขึ้นเท่านั้น
แต่ระดับของคัมภีร์แต่ละเล่มก็สูงขึ้นตามไปด้วย
จนกระทั่ง เขามาถึงส่วนลึกสุดของชั้นสาม
เขาก็ได้เห็นคัมภีร์ที่ดูเก่าแก่โบราณ วางอยู่ย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยบนชั้นหยกขาว
คัมภีร์ระดับสองขั้นสูงสุด ทักษะพยัคฆ์คลั่ง
อย่างไรก็ตาม สายตาของหลัวฉางเฟิงไม่ได้ถูกดึงดูดโดยคัมภีร์เล่มนั้น
ตรงกันข้าม เขากลับถูกดึงดูดไปที่คัมภีร์อีกเล่มหนึ่ง หรือควรจะพูดอีกนัยหนึ่งคือ คัมภีร์บ่มเพาะเพียงครึ่งเล่มที่วางอยู่ที่ตรงมุมของชั้นหยกขาว
คัมภีร์ระดับสองขั้นสูงสุด ก้าววายุเงา ( ไม่สมบูรณ์ )
เมื่อเห็นคัมภีร์บ่มเพาะสายความเร็ว ดวงตาของหลัวฉางเฟิงก็หรี่ลงเล็กน้อย
ในใจของเขา มีคำถามหนึ่งผุดขึ้นมา แค่ครึ่งเล่มก็เทียบได้กับระดับสองขั้นสูงสุดแล้ว หากมีครบทั้งเล่มล่ะ จะอยู่ในระดับใด ระดับสามขั้นต่ำหรือสูงยิ่งกว่านั้น