สายแร่ชั้นยอด
ตอนที่ 13 สายแร่ชั้นยอด
หลัวฉางเฟิงจมอยู่กับห้วงความคิดเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะเปิดอ่านดูก่อน
ดังนั้น เขาจึงนั่งยองๆ ลงกับพื้น
หยิบคัมภีร์ก้าววายุเงาที่วางอยู่บนชั้นหยกออกมา
เมื่อเปิดออก เขาก็เริ่มอ่านมันอย่างระมัดระวัง
ก่อนอ่านเขายังไม่รู้สีกอะไร แต่เมื่อได้ลองอ่านดู…
ท่าทีของหลัวฉางเฟิงก็เริ่มจริงจังมากยิ่งขึ้น
คัมถีร์เล่มนี้ แม้จะเหลืออยู่เพียงครึ่งเล่มก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นทักษะบ่มเพาะระดับสองขั้นสูงสุดได้อย่างเต็มปากจริงๆ
ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น?
เหตุผลหลักคือ ทักษะบ่มเพาะนี้ซับซ้อนเกินไปจริงๆ
แม้แต่เพียงเปิดผ่านๆ ก็ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
น่าจะต้องพยายามศึกษาอย่างจริงจังก่อน จึงจะรู้ว่าจะสามารถฝึกฝนได้ยังไง
เมื่อเห็นแบบนี้ เขาก็เลือกที่จะหยิบคัมภีร์กลับติดตัวไปด้วย
ไม่นาน หลัวฉางเฟิงก็กลับมายังลานบ้านของเขาเอง
จากนั้นก็เริ่มต้นศึกษา และพยายามเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะก้าววายุเงาที่ไม่สมบูรณ์
ท้ายที่สุดแล้ว เขาสามารถก้าวหน้าได้โดยการจ่ายค่า)ราณโลหิต
ตราบใดที่เขาเริ่มต้นลงมือทำ ทุกอย่างหลังจากนั้นก็สามารถพัฒนาต่อได้
แต่หากเขาไม่คิดจะเริ่มต้นทำอะไรเลย
เท้าอีกข้างของเขาก็น่าจะได้ลงไปอยู่ในหลุมฝังศพในอีกไม่นาน
…
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตา สามวันก็ผ่านพ้นไป
ในช่วงสามวันที่ผ่านมาไม่มีอะไรสำคัญเกิดขึ้นในเมืองศิลาคราม
ทั้งเมืองก็ยังคงเหมือนเดิม
นอกจากจำนวนผู้ลี้ภัยที่เพิ่มขึ้นทุกวัน กลุ่มโจรที่อ้างสิทธิ์ในภูเขาลูกนั้นเป็นของตน และผู้คนที่อดอาหารตายอยู่ที่บ้าน
เมืองศิลาครามอันกว้างใหญ่ยังคงเงียบสงบเหมือนดังเคย
“เจ็ดวันผ่านไปแล้ว…”
ภายในดินแดนบรรพบุรุษของตระกูลจ้าว หนึ่งในสี่ตระกูลหลักของเมืองศิลาคราม
ภายในห้องที่ผู้นำตระกูลจ้าวอาศัยอยู่
จ้าวอู่ ผู้นำตระกลจ้าวคนปัจจุบันกำลังคำนวณเวลาอยู่ในใจอย่างเงียบๆ
ก่อนหน้านี้ หมอหวัง หรือที่รู้จักกันในชื่อหวังคุน เคยบอกว่าบรรพบุรุษเฒ่าแห่งดินแดนบรรพบุรุษตระกูลหลัวจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินครึ่งเดือน
ตอนนี้ผ่านไปเจ็ดวันแล้ว
จากข้อสันนิษฐาน แม้ว่าหลัวฉางเฟิงจะยังไม่ตาย เขาก็ควรจะไร้เรี่ยวแรงที่จะขับตัวแล้ว?
"เข้ามา…"
ทันใดนั้น จ้าวอู่ก็เรียกคนรับใช้ที่รออยู่ข้างนอกด้วยเสียงดังก้อง
“นายท่าน ท่านต้องการสั่งอะไรรึ?”
คนรับใช้เดินเข้ามาในห้องโดยโค้งตัวเล็กน้อย สีหน้าของเขาแสดงถึงความเคารพอย่างยิ่ง
“มีข่าวอะไรจากจากตระกูลหลัวบ้างมั้ย?” จ้าวอู่ถามด้วยเสียงต่ำ
เมื่อได้ยินคำถามนี้ คนรับใช้ของตระกูลจ้าวก็ส่ายหัวอย่างเงียบๆ
“งั้นเหรอ ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าออกไปได้แล้ว…”
จ้าวอู่โบกมืออย่างสงบ
ขณะที่เขากำลังจะจัดการเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในตระกูล
นายน้อยแห่งตระกูลจ้าว จ้าวเฉียนก็รีบวิ่งตรงดิ่งเข้ามาในห้อง
“ท่านพ่อ ข่าวดี และยังเป็นข่าวใหญ่ด้วย…”
“เป็นข่าวดีเหรอ?” เมื่อจ้าวอู่ได้ยิน เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว “เจ้าแก่ตระกูลหลัวนั่นตายแล้วเหรอ”
“เอ่อ ไม่ใช่แบบนั้น…” จ้าวเฉียนสูดหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้งก่อนที่จะสามารถเอ่ยปากอธิบายได้
“ถ้าไม่ใช่แบบนั้นแล้วยังจะมีข่าวดีอะไรอีก?”
จ้าวอู่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาจึงนั่งพิงเก้าอี้ และมองไปที่จ้าวเฉียนอย่างสงบ
“พ่อ คนของเราที่ส่งออกไปสำรวจเหมืองหินชิงสือได้ส่งข่าวกลับมาแล้ว”
“พวกเขาบอกว่านอกเมืองศิลาคราม มีการค้นพบสายแร่ชั้นยอด”
“หลังจากการประมาณคร่าวๆ ความยาวของสายแร่เส้นนั้นอาจยาวถึง 900 ฟุต!”
“สายแร่ชั้นยอดที่มีความยาว 900 ฟุตหรือ?” เมื่อจ้าวอู่ได้ยิน เขาก็ยืนขึ้นอีกครั้ง สีหน้าของเขาดูตื่นเต้นเล็กน้อยขณะที่เขาถาม “เจ้าแน่ใจใช่มั้ย?”
“ท่านพ่อ ข่าวนี้เป็นความจริงอย่างแน่นอน คนพวกนั้นคงไม่กล้าหลอกลวงเราด้วยข่าวแบบนี้หรอก”
“อย่างไรก็ตาม…” ในขณะที่เขากำลังพูด จ้าวเฉียนก็ดูลังเลขึ้นมา
“พูดมา มัวอืมอำอะไรอยู่ได้” คิ้วของจ้าวอู่ขมวดเล็กน้อย มีลางสังหรณ์ร้ายผุดขึ้นมาอย่างคลุมเครือในใจของเขา
“อย่างไรก็ตาม สายแร่ชิงสือเส้นนี้ คนของตระกูลหลัวก็รู้ข่าวเช่นกัน”
“ยิ่งกว่านั้น หลัวหย่งได้เคลื่อนไหวก่อนเรา เขานำผู้ฝึกตนจำนวนมากมาเฝ้าตรงที่เราพบสายแร่ชั้นยอด”
“แล้วพวกเขายังขับไล่คนของตระกูลเรามให้ออกจากพื้นที่แถวนั้นด้วย”
เมื่อจ้าวเฉียนพูดจบ บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไป ดูน่าอึดอัดใจ
“ตระกูลหลัวล้ำเส้นเกินไปแล้ว”
“เจ้าหลัวหย่งนั้นก็ด้วย เขากล้าทำแบบนี้ได้ยังไง?”
ยิ่งจ้าวอู่พูดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น เขาถึงขั้นอยากนำคนออกไปสังหารหลัวหย่งโดยตรงด้วยซ้ำ
แต่ความคิดก็คือ ความคิด ความจริงก็คือ ความจริง
ความจริงก็คือ แม้ว่าเขาจะมีความสามารถพอในการฆ่าหลัวหย่ง แต่ตระกูลจ้าวของเขาก็คงจะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากตระกูลหลัวอย่างแน่นอน
ในภาวะสงครามเช่นนี้ หากความแข็งแกร่งของตระกูลใดได้รับความเสียหาย
มันคงจะไม่ต่างอะไรกับการเรียกหาหมาป่าให้มาขย้ำคอ มีโอกาสที่จะสูญสิ้นทั้งตระกูล
การกระทำเช่นoyhoถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ โดยแลกมาด้วยกำไรอันน้อยนิด
“ท่านพ่อ แล้วตระกูลจ้าวของเราควรทำอย่างไรต่อไปดี?”
“ท่านคงไม่คิดจะให้เราเฝ้าดูอยู่เฉยๆ ขณะที่ตระกูลหลัวยึดครองเหมืองแห่งนั้นหรอกใช่มั้ย”
จ้าวเฉียนรู้สึกไม่ค่อยเต็มใจ
แม้ว่าเขาจะไม่รู้มากเกี่ยวกับกิจการของตระกูลก็ตาม และสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าสายแร่ชั้นยอด ความรู้ของเขาก็ยังมีจำกัดอยู่มากเช่นกัน
แต่เขาก็รู้สิ่งหนึ่ง นั่นคือ สายแร่ชิงสือชั้นยอดที่มีความยาวประมาณ 900 ฟุตนี้เทียบได้กับเหมืองทองคำอย่างแน่นอน
ยิ่งในช่วงเวลาอันสบสันวุ่นวายจากเพลิงสงคราม
ราคาของแร่ชิงสือที่แข็งแกร่ง และทนทานเช่นนี้มีแนวโน้มจะพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน
หากถึงเวลานั้นจริงๆ ตระกูลหลัวก็จะทำเงินได้มากมายมหาศาลจากสายแร่ชั้นยอดเส้นนี้ เมื่อพวกเขาเริ่มขุดเหมือง
จากนั้น พวกเขาก็จะสามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองศิลาครามในชั่วข้ามคืน
“ตอนนี้สิ่งเดียวที่เราทำได้คือ รอ”
ภายในห้อง สีหน้าของจ้าวอู่เปลี่ยนไปมา และดูไม่ค่อยดี
“ท่านคิดจะให้เรารออะไร” จ้าวเฉียนไม่ค่อยเข้าใจว่าพ่อของเขากำลังคิดอะไรอยู่
“ยังไม่ถึงเวลาสุกงอม เราต้องรอไปก่อน”
“พวกเราทำได้แค่รอจนกว่าบรรพบุรุษเฒ่าของตระกูลหลัวจะตาย”
“รอจนกว่าความขัดแย้งระหว่างพี่น้องทั้งสามภายในดินแดนบรรพบุรุษตระกูลหลัวจะรุนแรงยิ่งขึ้น”
“นั่นจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับตระกูลจ้าวของเราที่จะเคลื่อนไหว” จ้าวอู่กล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
หลังจากพูดจบแล้ว เขาก็ก้มหัวลง และเริ่มจัดการกับเรื่องบางเรื่องที่เกิดขึ้นภายในตระกูล
เขาไม่คิดจะสนใจบุตรชายที่ไร้ประโยชน์อย่างจ้าวเฉียนอีกต่อไป
…
ภายในเมืองศิลาคราม นอกเหนือจากตระกูลหลัว และตระกูลจ้าวแล้ว
ยังมีตระกูลจิ่งที่ควบคุมบ่อนการพนันทั้งหมด และตระกูลหูที่ควบคุมตลาดการค้าทั้งหมด
นับตั้งแต่ตระกูลจิ่งเปิดบ่อนการพนันจำนวนมากในเมืองศิลาคราม และได้รับผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ
พวกเขาจึงไม่สนใจการขุดเหมือง และการขายแร่ชิงสือมากนัก
พวกเขาไม่ได้กังวลมากนักเกี่ยวกับสายแร่ชิงสือชั้นยอดที่เพิ่งค้นพบนอกเมือง
ต่างจากตระกูลหูที่ควบคุมตลาด และการซื้อขายของเมืองศิลาคราม พวกเขาอยากรู้เรื่องนี้เป็นอย่างมาก
“หมินเอ๋อร์ เจ้าคิดว่าใครจะเป็นผู้ชนะระหว่างตระกูลหลัว และตระกูลจ้าว?”
ในดินแดนบรรพบุรุษของตระกูลหู ภายในลานบ้านอันวิจิตรงดงาม ใต้ศาลาที่สร้างด้วยแร่ชิงสือ
หูต๋า ผู้นำตระกูลหูคนปัจจุบัน และบุตรชายของเขานั่งสนทนากันอยู่ที่นี่
นั่นคือ นายน้อยของตระกูลหู ทายาทสายตรง หูหมิน
ทั้งสองคนนั่งอยู่คนละด้านของโต๊ะหินในศาลา เล่นเกมหมากรุก และพูดคุยกันด้วยเสียงที่แผ่วเบา
“หากเป็นแค่ระหว่างตระกูลหลัว และตระกูลจ้าว ตระกูลจ้าวก็น่าจะเป็นผู้ชนะในตอนท้าย!”
“ใกล้กับเมืองศิลาคราม เพิ่งมีการค้นพบสายแร่ชั้นยอดที่มีความยาวประมาณ 900 ฟุต”
“แม้จะเป็นเช่นนี้ ผู้นำตระกูลจ้าวก็สามารถยับยั้งชั่งใจ และยังไม่คิดจะเคลื่อนไหว”
“นี่แสดงให้เห็นว่าความคิดอ่านของเขานั้นไม่ธรรมดาเลย”
“นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือเมื่อไม่นานมานี้ว่าบรรพบุรุษเฒ่าของตระกูลหลัวกำลังจะตาย เวลาของเขาเหลืออีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น”
“หากตระกูลหลัวสูญเสียการป้องปรามจากบรรพบุรุษฉางเฟิง ความขัดแย้งระหว่างสามพี่น้องจะเลวร้ายลงอย่างไม่ต้องสงสัย”
“หากตระกูลหลัวไปถึงจุดนั้น การล่มสลายของพวกเขาก็คงไม่อยู่ไกลเกินเอื้อม…”