วิธีเอาชีวิตรอดในฐานะลูกชายคนที่สองของตระกูลขุนนางเวทมนตร์ (20)
มองยังไงนี่ก็เป็นคนที่ต้องเก็บไว้ใกล้ตัว
ในตอนนี้ เราลองกลับมาพิจารณาตัวเลือกสองทางในหน้าต่างสถานะอีกครั้ง
ต่างจากข้อเสนอ ‘ทำให้เลโอนาร์ด วิเทลสบาคห์เป็นพวก’ ที่เคยมีเส้นทางความตายหากทำภารกิจไม่สำเร็จภายในหนึ่งสัปดาห์ คราวนี้ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ไม่มีผลถึงตาย
สิ่งนี้บอกอะไรเราสองอย่าง
ประการแรก ถึงไม่ได้นาร์เคมาเป็นพวก ก็คงไม่รู้สึกถึงการขาดหายไปของเขามากเท่ากับตอนที่ไม่มีเลโอ ไม่ใช่ว่านาร์เคไม่เก่งนะ แต่เลโอช่วยได้หลายอย่างอยู่แล้ว ‘ถึงอย่างนั้น มีพวกเยอะก็ดีกว่าอยู่ดี’ เห็นไหม พอตัดสินใจว่าจะไม่เป็นศัตรูกัน โอกาสรอดก็เพิ่มขึ้นมา 1% ทั้งที่ยังไม่ได้สนิทกันเลย แค่ตัดสินใจเฉย ๆ
ประการที่สอง ข้อนี้สำคัญสุด ต้องคิดถึงผลเสียที่อาจตามมา เพราะนาร์เคไม่ใช่ตัวละครในเนื้อเรื่องเดิม แต่ถึงยังไง นาร์เคก็คงไม่ทำร้ายฉันถึงตายหรอก ถ้าเขาเป็นพวกกุมจุดอ่อนแล้วคิดจะฆ่า หรือมีเอี่ยวกับพี่ชาย ระบบคงส่งเส้นทางตายมาให้แล้ว แถมโอกาสรอดก็คงไม่เพิ่มขึ้นตั้งแต่แรกด้วย สรุปว่า ไม่ต้องห่วง ฉันแค่ต้องดึงหมอนี่มาเป็นพวกให้ได้ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป
ผมยิ้มและตอบนาร์เค
“ขอบใจนะ เข้าใจกระจ่างเลย”
“จริงเหรอ? ค่อยยังชั่ว นึกว่าจะเครียดซะอีก”
นาร์เคหัวเราะร่าอย่างขี้เล่น พลางทำหน้าเหยเกไปด้วย เขาจับแหวนสีเขียวที่นิ้วนางข้างซ้ายแล้วยีหัวตัวเอง
“ไหวไหมน่ะ?”
“ไหว ๆ อีกแป๊บก็ดีขึ้น”
“โทษทีนะ ถามมากไปหน่อยใช่ไหม? จะไปเอายามาให้”
“เปล่า ๆ ไม่ใช่เพราะนายหรอก ฉันใช้พลังมากไปหน่อยน่ะ ว้า แย่จริง อย่างน้อยคงใช้พลังไม่ได้ไปอีกสองอาทิตย์”
ก็เหมือนกันนั่นแหละ
แต่… นี่เขาพูดออกมาตรง ๆ เลย? ท่าทางจะไม่คิดปิดบังความสามารถสินะ
แล้วนาร์เคก็เริ่มชวนคุย
“อ้อ จริงสิ ฉันเชื่อว่านายจะไม่เอาเรื่องของฉันไปพูดพล่อย ๆ นะ เข้าใจใช่ไหมว่าฉันหมายถึงอะไร?”
“ไม่มีเหตุผลที่ต้องเอาไปพูดนี่”
นาร์เคพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วลูบคางตัวเอง
“อืม ปกติคนอื่นไม่รู้เรื่องพลังของฉันเลยนะ แต่นายดันรู้ สงสัยนายก็คงได้พลังพิเศษเหมือนกันสินะ คิดดูแล้วก็แปลกดี”
จะว่าพลังพิเศษก็ไม่เชิง… แต่ฉันรู้จากหน้าต่างสถานะนั่นแหละ แต่ก็ไม่ได้แก้ต่างอะไร
ผมเอายาที่เตรียมไว้ในห้องให้นาร์ค แล้วส่งเขากลับหอพักโดยมีพายเกาะอยู่บนบ่า
และแล้ววันศุกร์สุดท้ายของเดือนกันยายน วันประเมินผลประจำเดือนก็มาถึง
เป็นการสอบที่จัดขึ้นสำหรับสาขาวิชาที่เน้นภาคปฏิบัติอย่างสาขาวิชาเวทมนตร์ โดยจะปรับระดับความยากง่ายของข้อสอบให้เหมาะสมกับระดับพลังเวทของแต่ละคน แต่เพราะปีที่แล้วลูคัสขาดสอบวัดระดับพลังซ้ำ ๆ เลยได้ยื่นรายงานทดแทนแทนการสอบ
‘ยังไงก็เปิดเผยในการประเมินผลประจำเดือนไม่ได้เด็ดขาด’
ลูคัสคนก่อนเคยได้เกรด 9 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในการจัดอันดับ 9 ระดับ
แต่ถ้าเป็นฉันในตอนนี้ไปวัดระดับ… ผลลัพธ์จะเป็นยังไงก็เห็น ๆ กันอยู่
วันนี้บรรยากาศในโรงเรียนดูคึกคักผิดปกติ เพราะเป็นทั้งการสอบประเมินผลประจำเดือนครั้งแรกของปีการศึกษาใหม่ และยังเป็นโอกาสที่ไม่ค่อยได้ออกไปนอกโรงเรียนด้วย
ผมมาถึงบริเวณประตูหลัง แล้วขึ้นรถม้าที่เจ้าหน้าที่แนะนำ
“สาขาวิชาเวทมนตร์ กลุ่ม 2 ออกเดินทาง!”
เสียงประกาศขยายเสียงด้วยเวทมนตร์ของเจ้าหน้าที่ดังก้องไปทั่วแถวรถม้าที่จอดรอ
นักเรียนที่ใช้เวทมนตร์วาร์ปได้ จะเดินทางไปยังสนามสอบนอกเมืองด้วยเวทมนตร์วาร์ป ส่วนนักเรียนที่ไม่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยของเวทมนตร์วาร์ป จะเดินทางโดยรถม้าของโรงเรียน
ในกลุ่มของพวกเรา มีสามคนที่นั่งรถม้า
ผม ผู้ที่ถูกตัดสินว่าไม่ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ยังไม่ได้สอบเพราะมีระดับพลังเวทต่ำสุด นาร์ค นักเรียนแลกเปลี่ยนชาวต่างชาติที่ได้รับการแนะนำใหเดินทางด้วยวิธีนี้เพื่อความปลอดภัย และเลโอ
ถ้าจะนับสัตว์เลี้ยงด้วย… ก็มีพายที่เกาะนาร์คไปด้วย
“ว่าแต่”
เลโอใช้ไม้กายสิทธิ์เคาะหน้าต่างเบา ๆ ร่ายเวทมนตร์ป้องกันเสียงเล็ดลอด แล้วถาม
“ตอนนี้ นาร์คก็รู้เรื่องของนายแล้วสินะ”
“อืม ใช่ บอกไปเมื่อสามวันก่อน”
แล้วหมอนี่ก็ผ่านการทดสอบความปลอดภัยแล้วแท้ ๆ แต่ก็ยังอุตส่าห์นั่งรถม้ามาด้วยกัน ที่จริงหมอนี่ปฏิเสธเวทมนตร์วาร์ปแล้วมาที่นี่โดยอ้างว่ามาดูแลนักเรียนแลกเปลี่ยนกับนักเรียนปรับตัวไม่เก่งในฐานะหัวหน้าห้อง ซึ่งก็คงพอให้พวกอาจารย์เข้าใจได้
“อ้อ เลโอ นายก็รู้แล้วเหรอเนี่ย”
นาร์คพยักหน้าเหมือนจะบอกว่า ‘ว่าแล้วเชียว’ เลโอแสร้งยิ้ม แต่สีหน้าเหมือนอยากจะเข้าไปกระชากคอเสื้อเต็มที
ผมพอจะประเมินสถานการณ์รอบด้านคร่าว ๆ แล้วว่านาร์คคงไม่เป็นภัยกับตัวเอง แต่เลโอคงไม่คิดแบบนั้น
คงกำลังคิดว่า ‘หมอนี่ไว้ใจอะไรนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เพิ่งเจอกันไม่นาน ถึงขั้นเล่าข้อมูลสำคัญขนาดนั้นให้ฟัง’ ล่ะมั้ง
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังพยายามรักษามารยาทในฐานะเพื่อนร่วมห้องอยู่
เลโอพยักหน้าเหมือนพยายามทำความเข้าใจ
“อืม ก็ถึงเวลาขยายขอบเขตแล้วสินะ”
เลโอเคาะที่จับข้างเก้าอี้เบา ๆ พลางครุ่นคิด
“การที่ลูคัสยอมบอกเรื่องสำคัญขนาดนั้นกับนายโดยตรง แสดงว่าลูคัสต้องมั่นใจในตัวนายมากแน่ ๆ”
“อืม… ก็คงงั้นมั้ง”
นาร์คอ้ำอึ้งเล็กน้อยตอนตอบคำถาม เลโอขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อจับได้ถึงความผิดปกติจากน้ำเสียงนั้น
เลโอกุมขมับหลังจากฟังนาร์คอธิบายอยู่นาน
“พลังพิเศษคือ… ญาณทิพย์ กับ… พยากรณ์?”
เลโอถอนหายใจในใจ
‘ที่แท้ลูคัสไม่ได้พูดเองนี่เอง นาร์คถึงได้มีท่าทีแบบนั้น’
พลังแบบนี้เป็นพลังที่อันตรายมาก หากผู้ใช้มีเจตนาร้ายแม้แต่นิดเดียว พอจับสังเกตจากสีหน้า นาร์คก็รีบอธิบาย
“ฉันรู้ว่านายคิดยังไง แต่ฉันขอยืนยันก่อนเลยว่าฉันไม่ได้คิดจะทำร้ายใครทั้งนั้นนะ ถึงนายอาจจะไม่เข้าใจก็เถอะ แต่จริง ๆ ฉันไม่อยากบอกเรื่องพลังของตัวเองให้ใครรู้เลยด้วยซ้ำ”
‘ไม่อยากบอก แล้วจะบอกฉันทำไม’… คำถามนี้ไม่มีประโยชน์ที่จะถามออกไป
ในมุมของนาร์ค เขาคงไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนที่คิดจะฆ่าเพื่อน ถึงนาร์คจะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากโรงเรียนศาสนาก็เถอะ แต่เรื่องแบบนี้ก็ต้องคิดมากเป็นพิเศษอยู่ดี
เลโอพยักหน้า
“อืม ฉันไม่อยากถามอะไรอีกแล้ว ขอโทษที่เซ้าซี้ถามมากไปหน่อย”
“ไม่หรอก เข้าใจได้น่า นี่มันสถานการณ์ที่อันตรายจริง ๆ นี่นา”
ตอนนั้นเอง รถก็หยุดลง คนขับรถม้าลงจากที่นั่งแล้วตะโกนบอก
“ถึงแล้วครับ”
เลโอดูเหมือนจะยังไม่ไว้ใจนาร์คสนิทใจ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับไม่เชื่อใจไปเลยเสียทีเดียว
ผมสังเกตการณ์นักเรียนคนอื่น ๆ ในการประเมินผลประจำเดือน แล้วมองตามนาร์เคกับเลโอที่ผลัดกันออกมาคุยกันอยู่พักใหญ่
ตอนนั้นเอง หางตาผมก็เหลือบไปเห็นกลุ่มคนสามสี่คน
ถึงจะมองไม่ชัด แต่ดูเหมือนพวกเขากำลังมองมาทางนี้แล้วคุยกัน พอผมลุกขึ้นยืน พวกเขาก็รีบเดินจากไปทันที
‘…หืม’
รู้สึกแปลก ๆ
ผมเดินออกมานอกเขตสนามสอบ พอออกมาถึงนี่ก็เห็นชัดขึ้น พวกเขากลุ่มนั้นกำลังยืนอยู่ในซอยแถวบ้านคน แล้วมองมาทางผมจริง ๆ ด้วย
พายลุกขึ้นยืนแล้วเกาะไหล่ผม พลางถาม
“พวกนั้นมองพายเหรอเนี่ย?!”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีสิ”
ตอนนั้นเอง นาร์คก็ผิวปากเรียกพาย
ไม่นาน พายก็กลับมาเกาะไหล่ผมอีกครั้ง
“ไม่ใช่พายซะหน่อย…. พวกนั้นคุยเรื่องลูคัสเปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนเปิดเทอมปี 2 นี่นา~? ว่าแต่เมื่อกี้ว่าอะไรนะ”
“อืม เข้าใจแล้ว”
ผมพอจะรู้สถานการณ์แล้วล่ะ
เรื่องเล่าลือในโรงเรียนคงค่อย ๆ แพร่กระจายไปถึงร้านค้าแถวโรงเรียน แล้วก็ค่อย ๆ กระจายออกไปเรื่อย ๆ ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ แล้วพวกนั้นก็คงกำลังคุยเรื่องนั้นกันอยู่
‘ช่างเถอะ’
ถ้าแคร์เรื่องพวกนี้ คงไม่ตัดสินใจมาสอบกลางภาคตั้งแต่แรกแล้ว
ผมกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วหยุดสายตาที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง
‘ลองอ่านหนังสือพิมพ์ดูหน่อยดีกว่า’
ลองดูหน่อยดีกว่าว่าจะมีสื่อที่เป็นทางการพูดเรื่องของผมบ้างไหม นอกจากข่าวลือปากต่อปาก
ไหน ๆ ก็เขียนรายงานทดแทนเสร็จแล้ว แถมระหว่างรอสอบก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วด้วย ผมเลยซื้อหนังสือพิมพ์กับนิตยสารที่แผงขาย แล้วกลับมาที่รถม้า
เลโอที่ดูเหนื่อยล้าจากการถูกเพื่อน ๆ รุมล้อม พอเห็นกองหนังสือพิมพ์ในรถม้าก็ขมวดคิ้ว
“ทำอะไรน่ะ?”
“วิเคราะห์แนวโน้ม”
ไม่มีเวลามานั่งอ่านพวกนี้ทั้งหมดหรอก
ผมกางหนังสือกับหนังสือพิมพ์ออกเป็นตั้ง แล้วเอาไม้กายสิทธิ์ไปวางไว้ข้างบนสุด จากนั้นก็ร่ายเวทมนตร์บทหนึ่งที่จำได้ขึ้นใจ
―จงค้นหา แล้วเจ้าจะพบ
ปลายไม้กายสิทธิ์เปล่งแสงสีขาวโพลน
ผมพูดคำที่ต้องการค้นหาก่อนที่แสงจากไม้กายสิทธิ์จะดับลง
“อัสคาเนียน”
มือขยับไปเองโดยอัตโนมัติ พลิกไปได้สี่ห้าแผ่นก็เจอตัวอักษรที่ดูโดดเด่นสะดุดตา ผมวงกลมที่ข่าว
“…ไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?”
“ในชั่วโมงเรียนไง”
“อยากรู้เลยว่าคะแนนสอบกลางภาคของนายจะเป็นยังไง”
ผมปล่อยให้เลโอหัวเราะเยาะไป แล้วก้มลงอ่านข่าวต่อ
เป็นข่าวสั้น ๆ ที่เอาเรื่องการเปลี่ยนแปลงของผมกับเฟลโรมามาผูกโยงกัน ผมพลิกกลับไปหน้าแรกเพื่อดูชื่อหัวหนังสือ
‘หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นนี่เอง’
จัดจำหน่ายแค่ในเมืองนี้เท่านั้น
การเข้าถึงต่ำ จำนวนผู้ใช้ก็น้อยตามไปด้วย
แต่การที่เรื่องของผมเริ่มแพร่กระจายออกไปจากช่องทางท้องถิ่นแบบนี้ ก็เป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูไว้
ผมหยิบหนังสือพิมพ์ของสำนักข่าวที่ใหญ่กว่าเดิมมา แล้วใช้เวทมนตร์เดิมอีกครั้ง
คราวนี้ เงียบกริบ
ก็คงงั้นสินะ
ถึงนักเรียนที่น่าสงสัยว่าจะเป็นเฟลโรมาจะกลับมาใช้ชีวิตในโรงเรียนตามปกติแล้ว แต่การจะเอาเรื่องแค่นี้ไปเขียนข่าวก็… ดูจะเกินไปหน่อย
ถ้าข่าวลือเรื่องเฟลโรมาเพิ่งจะเริ่มแพร่สะพัดเมื่อไม่นานมานี้ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ไอ้บ้านั่นคลั่งมาเป็นวันสองวันแล้ว การจะมาเจาะจงพื้นที่ข่าวให้เรื่องพวกนี้คงยาก
งั้นสิ่งที่ผมควรจับตาดู น่าจะเป็นอะไรที่อยู่ในฝั่งตรงข้ามนั่นมากกว่า
ทันใดนั้น เลโอก็พับหนังสือพิมพ์ในมือลง แล้วส่ายหน้า
“ลูคัส ถ้าเป็นพี่ชายของนาย ฉันว่าคงไม่ดูพวกหนังสือพิมพ์ที่เป็นทางการแบบนี้หรอก”
เลโอหยิบนิตยสารเล่มบาง ๆ ที่วางอยู่ล่างสุดขึ้นมา
“คงดูพวกแท็บลอยด์มากกว่า”
จริงด้วย ปัญหาคือพวกนิตยสารซุบซิบพวกนั้นนี่แหละ
พวกนี้ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอยู่แล้ว เปิดดูคร่าว ๆ ก็รู้เลยว่าเนื้อหาคนละโลกกับพวกนิตยสารหรือข่าวสารบ้านเมือง เป็นพวกภาพข่าวชวนขมวดคิ้วทั้งนั้น
แน่นอนว่ามีข้อเสียตรงที่เต็มไปด้วยเรื่องโอเวอร์เกินจริง บิดเบือน หรือข่าวปลอมจนแทบไม่มีความน่าเชื่อถือเลย
แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการนำเสนอประเด็นที่คนทั่วไปสนใจ แต่สื่อทั่วไปไม่นำเสนอ
เลโอพลิกนิตยสารซุบซิบไปมาพลางถาม
“เอายังไง จะให้ช่วยกันปิดข่าวไหม?”
“ไม่จำเป็นขนาดนั้น”
เปลืองแรงเปล่า ๆ
การเผยแพร่ภาพถ่ายหรือข้อมูลของนักเรียนในสังกัดโรงเรียนที่ได้รับการรับรองจากราชวงศ์โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นผิดกฎหมาย แถมต่อให้เป็นสื่อแท็บลอยด์ก็ยังเมินอำนาจของตระกูลใหญ่ไม่ได้อยู่ดี พูดง่าย ๆ คือยังไงก็ต้องรักษากรอบอยู่บ้าง
ผมอ่านนิตยสารซุบซิบที่เลโอยื่นให้ พลางพูด
“ที่ลองหาข้อมูลนี่ไม่ใช่ว่าจะไปปิดข่าวนะ ที่จริงคือห้ามปิดด้วยซ้ำ”
“หือ? ทำไมล่ะ?”
“ก็ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าพี่ชายจะใช้ช่องทางไหนหาข้อมูลของฉัน ถึงจะสกัดข้อมูลที่จะเข้าไปถึงพี่ชายได้ไงล่ะ จริงไหม?”
พอได้ยินแบบนั้น เลโอก็จ้องหน้าผมเงียบ ๆ แล้วค่อย ๆ เอ่ยปาก
“ถ้านายไม่บอก ฉันคงคิดว่านาย… เหมือนเป็นคนละคนกับเมื่อก่อนเลยนะ”
“……”
พวกตาดีนี่มันน่า…
ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“เพิ่งรู้เหรอ”
“ก็นั่นสินะ นายก็เป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่ขึ้นปี 2 นี่นา ฉันก็แค่พูดไปงั้นแหละ”
ผมสูดหายใจลึก ทำไมถึงรู้สึกผิดต่อลูคัสคนเก่าก็ไม่รู้
ผมรีบเปลี่ยนเรื่อง
“ว่าแต่ว่า…”
“แต่ขอพูดอีกเรื่องได้ไหม”
อะไรอีกล่ะเนี่ย
ผมยิ้มแล้วรอฟังเขาพูด
“ฉันพอจะมองออกนะว่าสักวันนายจะต้องเอาเรื่องพวกนี้มาใช้ประโยชน์แน่ ๆ แต่… ถ้านายปล่อยให้เรื่องพวกนี้คาราคาซังแบบนี้ต่อไป คนก็จะจับจ้องการเปลี่ยนแปลงของนายได้นะ ดูสิ ตอนนี้เรื่องของนายก็ไปถึงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นแล้ว”
ก็เรื่องนี้นี่เอง
ผมตอบอย่างใจเย็น พลางรู้สึกว่าจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองเป็นปกติ
“ก็ว่าจะพูดเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนนี้เหมือนกัน”
“ว่าแล้ว… นายมีแผนอะไรอีกแล้วใช่ไหม?”
“ใช่”
ก็ตรงนี้แหละที่บอกว่าตาดีแล้วดีจริง ๆ
ผมโน้มตัวไปหาเลโอ แล้วประสานมือ
“แต่แผนนี้ จะเริ่มทำหลังสอบกลางภาค”
สามอาทิตย์ผ่านไป
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนติดปีกบิน เพราะผมเอาแต่ฝึกฝนร่างกาย ฝึกเวทมนตร์ และทำทุกวิถีทางเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง
ลูคัส เรเน่ อัสคาเนียน
ฉายา: นักล่าแห่ง ???
พละกำลัง: +0.9 [+3.9]
จิตใจ: -3.2
พลังเวท: ?
ทักษะ: +2.15 [+5.15]
ชื่อเสียง: -10
โชค: -0.9
คุณสมบัติพิเศษ: รุ่งอรุณ 777, พลังศักดิ์สิทธิ์, เสน่ห์ (Lv.1)
เมื่อเทียบกับค่าสถานะเริ่มต้นที่ติดลบทั้ง -5 และ -10 ตอนนี้หน้าต่างสถานะก็ดีขึ้นมากแล้ว
ช่วงที่ผ่านมา นอกจากงานประเมินผลประจำเดือนเมื่อเดือนกันยายน ก็ไม่มีตารางเรียนอะไรเป็นพิเศษ
แต่ตอนนี้ ตารางเรียนสำคัญกำลังใกล้เข้ามาแล้ว
พรุ่งนี้ก็สอบกลางภาคแล้ว