วิธีเอาชีวิตรอดในฐานะลูกชายคนที่สองของตระกูลขุนนางเวทมนตร์ (21)

ผมเก็บของหลังฝึกซ้อมกับเลโอเสร็จ

วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ มีเวลาเหลือเฟือ ผมเลยซ้อมมากไปหน่อย

‘นี่มัน… 6 โมงเย็นแล้วสินะ’

ข้ามมื้อเย็นไป แล้วไปอ่านหนังสือถึงเที่ยงคืนก็คงพอ ผมคว้าจี้ห้อยคอที่คอออกมาดู

“ลูคัส”

เลโอเรียกผมไว้ขณะที่ผมกำลังจะออกจากสนามฝึกซ้อม

“นายก็รู้ใช่ไหมว่าพรุ่งนี้สอบกลางภาค? ทำให้ดีที่สุดนะ แล้วเจอกันที่นี่อาทิตย์หน้า”

“ทำไมต้องเชียร์ฉันด้วย ถ้านายต้องโดนฉันแซงหน้าขึ้นมาล่ะ”

“ก็ลองดูสิ…”

เลโอหัวเราะเบาๆ อย่างใจเย็น

ปฏิกิริยาที่มั่นใจแบบนั้นก็มีเหตุผลอยู่

ไอ้หมอนี่ไม่เคยได้ต่ำกว่าอันดับสองของห้องเราเลยสักครั้ง

และ… ถึงผมจะทำคะแนนเต็มทุกวิชายกเว้นวิชาเดียว ก็ไม่มีทางติดอันดับต้นๆ ได้ เลโอเองก็รู้เรื่องนั้นดี

ในวิชาเวทมนตร์ภาคปฏิบัติ ผมทำได้แค่เก็บคะแนนเข้าเรียนพื้นฐานกับคะแนนจากรายงานพิเศษรวมกันได้แค่ 30 คะแนนเท่านั้น ยังดีที่ผมลาป่วยไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้คะแนนเข้าเรียนพวกนั้นด้วยซ้ำ

ยังไงซะ ผมก็ไม่ได้อยากได้อันดับต้นๆ อยู่แล้ว

ขอแค่ขยับอันดับขึ้นไปบ้างเล็กน้อยให้ภาพลักษณ์ของผมเปลี่ยนไปก็พอ

‘ทุ่มเทไปมากกว่านั้นก็ไม่จำเป็น’

เสียเวลาเปล่าๆ

ผมกลับไปที่หอพัก ผลักกองหญ้าที่พายกองไว้บนโต๊ะข้างๆ ออก แล้วเปิดตำราเรียน

เนื้อหาหลักๆ ผมเก็บหมดแล้ว ที่เหลือก็แค่เก็บรายละเอียดปลีกย่อยที่อาจจะเอามาออกข้อสอบได้ ผมเลยต้องอ่านทวนตั้งแต่ต้นจนจบอีกรอบ เผื่อมีส่วนไหนที่ยังจำไม่แม่น

‘ไม่คิดเลยว่าชาตินี้จะต้องมานั่งเรียนน่าเบื่อพวกนี้อีกรอบ…’

โชคดีที่วันนี้มีแค่สามวิชาที่ต้องอ่าน ผมพยายามฝืนใจไม่เอาหน้าซุกตำราแล้วก้มหน้าก้มตาอ่านไป พายที่โดนผลักไปข้างๆ เคี้ยวหญ้าตุ้ยๆ พลางถามว่า

“ลูคัส ไม่อยากอ่านหนังสือแล้ว ไปปีนผาไหม?”

“ไม่อ่ะ”

ข้อเสนออะไรของมันวะเนี่ย…

ผมไม่สนใจคำพูดของพาย แล้วตั้งใจอ่านหนังสือต่อไป

อ่านหนังสือไปได้สักพัก ผมก็พาพายขึ้นไปสูดอากาศบนดาดฟ้า

‘ทุกคนพูดถึงแต่เรื่องสอบกลางภาค’

ระหว่างทางเดิน นักเรียนที่เจอต่างก็คุยกันเรื่องสอบทั้งนั้น คงเพราะมันเป็นการสอบที่เดิมพันด้วยการเข้ามหาวิทยาลัย ทุกคนเลยอ่อนไหวเป็นพิเศษ

แน่นอนว่า นักเรียนที่นี่ก็มีเรื่องศักดิ์ศรีของห้องเรียนไร้สาระมาเกี่ยวด้วยเหมือนกัน ในฐานะที่เป็นหอพักของสาขาเรา เรื่องห้องเรียนของนักเรียนปีหนึ่งห้องอื่นเลยมีให้ได้ยินบ้างเหมือนกัน

“ลูคัส”

นาร์คเบิกตากว้างด้วยความดีใจแล้วตบหลังผมดังป้าบ

ดูเหมือนว่าหมอนี่จะขึ้นมาบนดาดฟ้าก่อนแล้ว เพื่อนๆ ที่อยู่ข้างหลังเขาค่อยๆ ถอยออกไปอย่างลำบากใจ

“นายก็ขึ้นมาที่นี่ด้วยเหรอ! เจอกันที่นี่ครั้งแรกเลยนะ เป็นไงบ้าง อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว?”

“ก็เรื่อยๆ นายล่ะ?”

“ก็ไปได้สวย เพื่อนๆ คาดหวังในตัวฉันเยอะมากเลยนะเนี่ย ถ้าไม่ได้เข้าห้องเรียนพิเศษ พวกเขาคงผิดหวังแย่”

“เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่ได้เข้า”

ถ้าไม่ใช่คนเก่งจริง คงไม่ได้มาเรียนแลกเปลี่ยนที่นี่หรอก เพราะที่นี่คัดแต่นักเรียนหัวกะทิจากแต่ละโรงเรียนมาทั้งนั้น

นาร์คหัวเราะกับคำตอบของผม แล้วถามผมว่า

“นายล่ะ? ถ้าได้เข้าห้องเรียนพิเศษด้วยกันกับเลโอคงจะดีนะ”

“ไม่รู้สิ นายก็รู้คะแนนสอบฉันนี่นา สอบครั้งที่แล้วได้ที่ 48”

“อย่าไปคิดถึงตอนนั้นสิ เป็นไงบ้าง คิดว่าตัวเองจะทำได้ไหม?”

หมอนี่มันร้ายจริงๆ

ผมไม่ตอบอะไร ทำแค่ยิ้มแล้วยักไหล่

“ไม่รู้สิ”

แล้ววันสอบกลางภาคก็มาถึง

อาจารย์คุมสอบเดินเข้ามาแจกข้อสอบ

“เวลาในการสอบ 60 นาทีครับ หลังจากได้รับข้อสอบและกระดาษคำตอบแล้ว ให้เขียนชื่อ แล้วรอ 1 นาทีนะครับ หากตรวจพบการใช้เวทมนตร์แม้แต่น้อย การสอบครั้งนี้ทั้งชุดจะเป็นโมฆะทันที”

คำแนะนำที่แสนน่าเบื่อหน่าย แต่จริงๆ แล้ว ไอ้ประโยคหลังสุดนี่มันก็แปลกใหม่ดีเหมือนกันนะ

เมื่อเสียงระฆังบอกเวลาสอบดังขึ้น ผมก็เอามือออกจากตักแล้วจับปากกา

“โอ๊ย จะบ้าตาย รอบนี้ถ้าตกอีกจะทำยังไงเนี่ย”

“เฮ้ย อีก 2 นาทีจะประกาศผลสอบแล้ว!”

“รีบเข้าไปดูเร็ว! เดี๋ยวลงไปบอกที่ห้องพักรวมนะ”

เย็นวันศุกร์ วันสุดท้ายของการสอบ บรรยากาศในหอพักครึกครื้นไปด้วยเรื่องการประกาศผลสอบ ผมลงมาจากดาดฟ้าแล้วเข้าห้อง

‘ใกล้เที่ยงคืนแล้วสินะ’

ผลสอบจะออกวันนี้เลย ซึ่งก็คือวันที่สอบเสร็จนั่นแหละ

แน่นอนว่ามันเป็นแค่ลำดับที่ยังไม่ได้ปรับแก้ แต่จริงๆ แล้วแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรหลังจากนี้หรอก

ผมหยิบใบบันทึกผลการเรียนที่ได้ตอนเข้าเรียนออกมา

พอถึงเที่ยงคืน เวทมนตร์ที่โรงเรียนลิงก์ไว้ก็จะปรากฏขึ้นบนกระดาษแผ่นนี้

ผมค่อยๆ ไล่ดูตั้งแต่หน้าแรก จนกระทั่งหยุดอยู่ที่รายการบันทึกลำดับที่ในหน้าสุดท้าย มีลำดับที่ที่ผ่านมาเรียงกันอยู่

[สอบกลางภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วง ปี 1] [50/50] [100/100]

[สอบปลายภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วง ปี 1] [50/50] [99/99]

[สอบกลางภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิ ปี 1] [49/49] [100/100]

[สอบปลายภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิ ปี 1] [48/49] [98/99]

‘ย่ำแย่ชะมัด’

ตัวเลขในช่องแรกคือลำดับที่ในห้อง 2 สาขาวิชาเวทมนตร์ของลูคัส ส่วนตัวเลขในช่องหลังคือลำดับที่ของสาขาวิชาเวทมนตร์ทั้งหมด

นอกจากสอบครั้งล่าสุดแล้ว ที่เหลือทั้งหมดคืออันดับรั้งท้าย

เสียงระฆังจากหอระฆังดังขึ้นแต่ไกล

สอบกลางภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วง ปี 2

ตัวอักษรสีฟ้าสดเริ่มปรากฏขึ้นใต้ลำดับที่ล่าสุด

ผมกลั้นหายใจแล้วกำมือแน่น

หมึกสีฟ้าซึมลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว

[สอบกลางภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วง ปี 2]

เมื่อถึงสุดขอบช่อง หมึกก็หยุดไปครู่หนึ่ง แล้วแผ่ขยายออกไปด้านข้างอีกครั้งในทันที

ผมขมวดคิ้วแล้วจ้องกระดาษเขม็ง

ปึก—

การเคลื่อนไหวหยุดลง กระดาษแห้งสนิท

[สอบกลางภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วง ปี 2] [6/50] [10/100]

‘…เฮ้อ’

จบแล้ว

ที่ 6 ของห้อง ที่ 10 ของสาขาวิชาเวทมนตร์ทั้งหมด

แค่นี้ก็พอใจแล้ว ไม่มากไป ไม่น้อยไป ผมอยากได้แค่ระดับนี้แหละ

ผมพลิกกระดาษไปดูคะแนนแต่ละวิชา

‘แน่นอนว่า…’

วิชาปฏิบัติเวทมนตร์พื้นฐานได้ 30 คะแนนโดดๆ วิชาเดียว

จากทั้งหมดสิบวิชา เจ็ดวิชาได้ 100 คะแนนเต็ม

อีกสองวิชาที่เหลือได้ 97 คะแนนกับ 95 คะแนนตามลำดับ

‘คะแนนเฉลี่ย 92.2 คะแนน’

ดูจากอันดับที่ 6 ของห้อง 2 และอันดับที่ 10 ของทั้งหมดแล้ว… แสดงว่าในห้อง 1 มีแค่สี่คนเท่านั้นที่อยู่เหนือผม

‘รอบนี้ห้อง 1 แผ่วไปหน่อยนะ’

ถึงจะไม่รู้ว่าคะแนนเฉลี่ยของห้องนั้นจะเป็นยังไงก็เถอะ

แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษอยู่ดี

เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่พวกนักเรียนเขาใส่ใจกัน แต่ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับห้อง 1 พวกนั้นสักนิด

‘ยังไงก็ตาม…’

สอบครั้งแรกที่นี่จบลงแล้ว

ผมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความรู้สึกสบายใจปนกับความรู้สึกสับสนบางอย่าง

จากนี้ไปอะไรหลายๆ อย่างจะเปลี่ยนไป ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อย ไปจนถึงความปลอดภัยของตัวผมเอง

แน่นอนว่าข่าวนี้จะต้องไปถึงหูพี่ชาย แล้วพี่ชายจะต้องลงมือทำอะไรสักอย่างแน่ๆ

จากที่เคยสุขสบายมาตลอด เว้นก็แต่ปฏิกิริยาแย่ๆ จากคนรอบข้าง ตอนนี้ผมไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

ทันใดนั้นเอง บนกองเศษหญ้าบนโต๊ะก็มีแสงวาบขึ้น พายที่ปรากฏตัวขึ้นจากกลางอากาศกระโดดผลุงผลังมาหาผมถึงบนเตียง

“ลูคัส!”

“อาทิตย์นึงแล้วนี่นา นาร์คให้ถามเรื่องอันดับอีกแล้วเหรอ?”

“อื้อ!”

“บอกไปว่าไม่บอก”

ผมหัวเราะแล้วส่งพายกลับไปหานาร์คอีกครั้ง

พายกลับไปที่ห้องของนาร์คแล้วก็กลับมาหาผมอีกครั้งในเวลาไม่ถึงนาที

“ทำไมล่ะ?!”

“สอบตก”

“เขาบอกว่าถ้าพูดแบบนั้นแสดงว่าโกหกแน่ๆ~!”

“หมอนั่นนี่มันช่างสังเกตดีจริงๆ”

ผมตอบสั้นๆ แล้วส่งพายกลับไปที่ห้องของนาร์คอีกครั้ง

“ห้องเราเฉลี่ยเท่าไหร่แล้วเนี่ย?!”

“ตอนนี้เก็บมาได้ 32 คน เฉลี่ย 57.1”

“พวกนายรีบๆ เอามาส่งหน่อย! แค่นี้ทำไม่ได้เหรอ? ไม่เห็นจะยากเลย แค่เขียนคะแนนลงบนกระดาษไม่ต้องเขียนชื่อก็ได้!”

พวกชอบโวยวายแบบนี้มีอยู่ทุกที่จริงๆ

เช้าวันจันทร์ สัปดาห์หลังจากสอบเสร็จ ผมหัวเราะแห้งๆ กับเสียงเร่งเร้าดังลั่นที่ดังมาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องเรียน

ยังไงซะ พวกนั้นก็คงไม่ถามผมหรอกมั้ง อาจจะมโนคะแนนของผมไปใส่ในการคำนวณเรียบร้อยแล้วก็ได้

ด้วยความสงสัย ผมเลยเอ่ยปากถามหมอนั่น

“ขอดูกระดาษหน่อย”

“……”

ผมไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงดุดัน แค่พูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ห้องเรียนก็เงียบลงในชั่วพริบตา

นักเรียนที่เมื่อกี้ยังเสียงดังโวยวายอยู่หันไปมองเพื่อนๆ อย่างเคอะเขิน แล้วเม้มปากบนเบาๆ ก่อนจะยื่นกระดาษมาให้ผม

ไม่ต้องดูนานก็รู้แล้ว ตั้งแต่บรรทัดบนสุดก็มีเลข 0 ที่ดูยังไงก็รู้ว่าเป็นของใครสองตัวเขียนอยู่

ตัวนึงเป็นของคนที่ขาดเรียนไปนาน คนที่ไม่ได้มาโรงเรียนตั้งแต่ปลายปีหนึ่ง อีกตัวนึงก็คงเป็น…

‘คงเป็นของฉันสินะ’

ขำชะมัด

ไม่เอาคะแนนรายงานพิเศษมาใส่ให้ด้วยเหรอเนี่ย

ก็นั่นสินะ พวกหมอนี่จะไปรู้คะแนนรายงานพิเศษของคนอื่นได้ยังไงกัน

ผมส่งกระดาษคืนให้หมอนั่นด้วยรอยยิ้มละมุนละไมเป็นการปลอบใจให้กับบรรยากาศที่เย็นเยียบลงในทันที

“คิดคะแนนเป็น 0 เหรอ?”

“…คะแนนของคุณเหรอ?”

“ถ้าไม่ใช่คะแนนฉันแล้วจะถามทำไม”

“อ้อ ก็เขียนไปแบบนั้นแหละ แต่ว่าเมื่อปีก่อนนาย… เปล่าๆ ไม่มีอะไร บอกมาหน่อยได้ไหมว่าได้เท่าไหร่ เดี๋ยวฉันเขียนแก้ให้”

“ช่างมันเถอะ เอาไว้อย่างนั้นแหละ”

เมื่อได้ยินแบบนั้น หมอนั่นก็รับกระดาษไปถืออย่างระมัดระวัง แล้วรีบถอยห่างจากผม

ตอนนั้นเองก็มีใครคนหนึ่งเปิดประตูห้องเข้ามาอย่างแรง

“เฮ้ย พวกนาย! ไปถามอาจารย์มา อาจารย์บอกว่าค่าเฉลี่ยห้องเรา 59.1!”

“หา?! แล้วห้อง 1 ล่ะ?”

“ไปสืบมาดีไหม?”

“เออ ไปๆ ฉันไปด้วย”

บรรยากาศที่แข็งทื่อไปเมื่อกี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นักเรียนเริ่มคุยกันเสียงดัง

“แล้วห้องเราจะได้เข้าห้องเรียนพิเศษกี่คน?”

“นายไม่ได้เข้าอยู่แล้วนี่ จะไปสนใจทำไมเนี่ย”

“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย มองการณ์ไกลหน่อย นี่มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีเลยนะเว้ย”

“ยูลเรียกับเลโอได้เข้าแน่นอน นาร์คก็น่าจะเข้าด้วยมั้ง? นาร์ค! นายได้ที่เท่าไหร่?”

“ไม่บอก”

นาร์คเหลือบมองมาทางผมแล้วทำหน้าทะเล้นเลียนแบบคำพูดของผม

ตอนนั้นเองก็มีนักเรียนคนหนึ่งเบิกตากว้างแล้วตะโกนว่า

“ทุกคน ฟังนะ…! รอบนี้ฉัน… ฉันน่าจะได้เข้าห้องเรียนพิเศษด้วย!”

‘อืม?’

นักเรียนคนที่เคยถามทางผมนี่นา

ชื่ออะไรนะ… เมลวินนี่นา

“ได้ที่เท่าไหร่เนี่ย?”

“ที่ 9 ของทั้งหมด…!”

“ว้าว เกือบหลุดโผแล้วนะเนี่ย”

“ยินดีด้วย! ห้องเราได้ห้องเรียนพิเศษสี่คนแล้วเหรอ? ห้องเรายังมาไม่ครบเลยนี่นา ขาดอีกห้าคนถึงจะครบใช่ไหม?”

ผมนั่งเท้าคางฟังพวกนั้นคุยกัน

สอบครั้งแรกห้องเราได้ 6 คน ห้องนั้นได้ 4 คน

หลังจากนั้นสถานการณ์ก็พลิกผัน กลายเป็น 3 ต่อ 7 กับ 4 ต่อ 6 สลับกันไปมา เรื่องไร้สาระพวกนั้นดังแว่วมาเข้าหู

‘…ในความคิดฉันนะ ตอนนี้ไม่ได้แข่งกับห้อง 1 แล้ว แต่ต้องแข่งกับเพื่อนที่ได้เข้าห้องพิเศษด้วยกันเองแล้วมากกว่ามั้ง’

ผมเลิกล้มความคิดนั้นไปอย่างรวดเร็ว

ถ้าเป็นแบบนี้… ก็คงเป็นเพราะแบ่งห้องเรียนแค่สองห้องจริงๆ นั่นแหละ

ตอนนั้นเอง พวกที่ออกไปข้างห้องก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาแล้วตะโกนว่า

“เฮ้ย พวกนาย! 58.4!”

“อะไร ค่าเฉลี่ยห้องข้างๆ เหรอ?”

“อือ”

นักเรียนเฮกันลั่นกับเรื่องไร้สาระสุดๆ

ผมหันไปมอง ก็เห็นนักเรียนอีกสี่ห้าคนที่คิดเหมือนกับผม

แต่ถึงอย่างนั้นก็สู้เสียงของคนอีกสี่สิบคนไม่ได้ ในห้องเรียนยังคงอบอวลไปด้วยเรื่องผลสอบ

“ห้อง 1 ก็มีคนได้ห้องพิเศษ 4 คนแล้วเหมือนกันนี่นา? แต่พวกนั้นยังมาไม่ครบตั้งสิบสามคนแน่ะ”

“หา? อีก 7 นาทีจะหมดเวลาเรียนแล้วนะ? ไม่มีความรับผิดชอบเอาซะเลย”

“ถ้ามีพวกติด 10 อันดับแรก ของสาขาออกมาล่ะ?”

“……”

นักเรียนคนหนึ่งหัวเราะคิกคักออกมา แต่พอรู้ตัวว่าอีกฝ่ายยังมีโอกาสมากกว่า ก็หน้าเจื่อนไป

โชคดีที่ระหว่างนั้นเองก็มีนักเรียนห้องเราคนหนึ่งที่ได้อันดับ 10 อันดับแรกของสาขาปรากฏตัวขึ้นมา บรรยากาศเลยไม่จมดิ่งลงไป แต่กลับมาคึกคักอีกครั้ง

“ห้องเราห้าคนแล้วเหรอ? ขอร้องล่ะ ขอให้ห้อง 1 แพ้ราบคาบไปเลยเถอะ….”

“ไม่เอาน่า ตั้งสติหน่อย พวกเราไม่ได้แข่งกับห้องข้างๆ แต่ต้องแข่งกับเพื่อนในห้องเราเองที่จะได้เข้าห้องพิเศษต่างหาก”

“ตอนนี้พวกห้องเรามากันครบแล้ว ไม่มีเพิ่มแล้ว เลิกหวังเถอะ แค่แบ่งกันคนละครึ่งได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว”

นักเรียนต่างก็พูดกันไปต่างๆ นานา

ระหว่างนั้นก็มีเรื่องที่ดูเข้าท่าอยู่บ้างหลุดออกมา แต่ก็ถูกกลบไปด้วยเรื่องไร้สาระตามสไตล์นักเรียนอย่างรวดเร็ว

ตอนนั้นเอง อาจารย์ก็เปิดประตูเข้ามา

นักเรียนรีบกลับไปนั่งประจำที่กันอย่างลนลาน ในที่สุดห้องเรียนก็กลับมาเงียบสงบ

“ดูเหมือนว่าทุกคนจะอยากรู้ผลกันแล้วสินะครับ ตั้งแต่เช้าห้องพักอาจารย์แทบแตกแล้วนะครับ ปี 2 กันแล้ว ยังทำตัวเหมือนเด็กปี 1 แบบนี้ไม่ได้นะครับ ไม่ต้องพูดอะไรมาก พวกคุณคงรู้ตัวกันดีอยู่แล้วใช่ไหมครับ?”

“ครับ/ค่ะ”

“ถ้าต่อไปยังทำตัวแบบนี้อีก จะหักคะแนนจิตพิสัยนะครับ”

อาจารย์ขู่เสียงเข้มแล้วกางแฟ้มที่ถือมา

“ใบบันทึกผลการเรียนของแต่ละคน ทางโรงเรียนได้แจกให้ไปตั้งแต่ตอนเข้าเรียนแล้วนะครับ เที่ยงคืนก็ประกาศลำดับที่ไปแล้ว คงเช็กกันมาแล้วเรียบร้อยใช่ไหมครับ”

อาจารย์พลิกใบบันทึกผลการเรียน แล้วหยิบซองจดหมายบางๆ ออกมาจากแฟ้ม

“ต่อไปจะเป็นใบยินยอมเข้าห้องเรียนพิเศษนะครับ นักเรียนที่ผมเรียกชื่อให้ออกมารับข้างหน้าเลย ยูลเรีย, เลโอนาร์ด”

อาจารย์เรียกชื่อโดยไม่ได้ดูตัวอักษรที่เขียนอยู่บนซองด้วยซ้ำ ในฐานะที่เป็นนักเรียนที่แย่งอันดับหนึ่งและสองของห้องกันมาตลอด ตอนนี้ก็คงไม่ต้องเสียเวลาเช็กซ้ำแล้ว เสียงปรบมือดังแสบแก้วหู

พอถึงลำดับที่สาม อาจารย์ถึงได้ยกแว่นขึ้นอ่านชื่อ

“นาร์ค”

นาร์คไฮไฟว์กับเพื่อนๆ แล้วเดินออกไปข้างหน้า เพื่อนร่วมห้องปรบมือแสดงความยินดีเหมือนกับสองคนแรก

“ขอบคุณครับ/ค่ะ”

“เพิ่งจะมาถึงจักรวรรดิได้เดือนเดียว แต่ก็ปรับตัวตามได้ดีมากแล้ว ดีใจด้วยนะครับ ต่อไป ฮิลเดการ์ด”

หลังจากกล่าวคำทักทายสั้นๆ สองสามคำ อาจารย์ก็ยื่นซองให้แล้วหมอนั่นก็เดินกลับมาที่นั่ง

“เมลวิน”

พอได้ยินชื่อตัวเอง เมลวินก็รีบลุกจากที่นั่งแล้ววิ่งออกไปข้างหน้าอย่างลุกลี้ลุกลน

“รอบนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าห้องเรียนพิเศษใช่ไหมครับ? เห็นถึงความพยายามอย่างชัดเจนเลยครับ ยินดีด้วยนะครับ”

“ขะ ขอบคุณครับ…! จะพยายามให้เต็มที่ครับ!”

“ผมหวังว่าจะได้เห็นนะครับ”

อาจารย์ยกยิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยน

ไฟแรงจริง… ผมหัวเราะแห้งๆ กับท่าทีที่ฮึกเหิมของนักเรียนคนนั้น ไม่รู้ว่าอารมณ์มันแสดงออกมาทางสีหน้ามากไปแค่ไหน เสียงปรบมือที่ค่อยๆ เบาลงเลยดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้ง

“คนสุดท้าย…”

พอเมลวินกลับไปนั่งที่เรียบร้อย อาจารย์ก็ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับพลิกแฟ้มไปมา อาจารย์คว่ำแฟ้มแล้วหยิบซองจดหมายที่เหลืออยู่ซองสุดท้ายออกมา นักเรียนบางคนพอเห็นภาพนั้นก็เบิกตากว้าง

“อะไรวะ ยังมีอีกคนเหรอ?”

“ในนี้ไม่น่าจะมีใครที่เข้าข่ายได้อีกแล้วนี่นา…?”

อาจารย์เลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นโดยไม่ได้พูดอะไร แล้วก้มลงดูใบบันทึกผลการเรียนอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยชื่อออกมา

“ลูคัส”

ตอนก่อน

จบบทที่ วิธีเอาชีวิตรอดในฐานะลูกชายคนที่สองของตระกูลขุนนางเวทมนตร์ (21)

ตอนถัดไป