ดูแลน้องสาวเจ้าให้ดี แล้วเจ้าจะมีเนื้อกินไปตลอด!

บทที่ 3 ดูแลน้องสาวเจ้าให้ดี แล้วเจ้าจะมีเนื้อกินไปตลอด!



เด็กชายหลายคนกำลังจะจุดไฟ แม่เฒ่าหลี่เห็นอย่างนั้นจึงหยิบมันเทศสีเข้มสองสามลูกออกมาจากกองไฟ แล้วแบ่งให้พวกเขาแต่ละคนไป และบอกให้พวกเขาเอามันเทศที่เหลือไปแบ่งให้กับพ่อแม่ของตนเองด้วย



ในไม่ช้า ทุกคนในตระกูลหลี่ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็ได้กินมันเทศเผาแสนอร่อย



อู๋ฉุยฮวายืดคอของนางขึ้นมามองไปที่เถาหงอิ๋งที่กำลังกินไข่อยู่ ริมฝีปากของนางก็เม้มและบ่นพึมพำออกมาว่า "สมกับเป็นหญิงที่ให้กำเนิดหลานสาวแสนล้ำค่าของท่านแม่เสียจริง ๆ "



หลี่เหล่าเอ้อจ้องมองภรรยา พลางขยับก้นออกห่างจากนาง เพราะเขาไม่อยากจะสนใจนางอีก



ทว่าหลี่เหล่าซานและภรรยาของเขาที่ได้ยินเช่นนั้นก็กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า “ท่านแม่พูดถูก สาวน้อยคนนี้เป็นเด็กนำโชคจริง ๆ นางเกิดมายังไม่ถึงหนึ่งวันด้วยซ้ำ ใครจะไปคิดว่าเราจะเจอแต่ของดี ๆ มากมายเช่นนี้”



“ใช่แล้ว ดูท่านแม่ตอนนี้สิ ยิ้มจนปากจะฉีกไปถึงหูแล้ว ในช่วงสองปีที่ผ่านมานางต้องอด ๆ อยาก ๆ จนตอนนี้ผมของนางแทบจะขาวไปหมดแล้ว”



ในอีกด้านหนึ่ง แม่เฒ่าหลี่ก็กำลังนั่งปรึกษาอยู่กับหลานชายคนโตของนางที่พอจะรู้หนังสืออยู่บ้าง เพื่อตั้งชื่อให้กับหลานสาวตัวน้อย ชื่อเล่นนั้นได้รับการยืนยันแล้วว่าจะให้นางชื่อฟู่หนิวเอ๋อ



แต่ชื่อจริงยังเป็นปัญหา จนในที่สุดเจียเหรินก็แนะนำออกมาว่า "ท่านย่าขอรับ ตระกูลหลี่ของเรามีเพียงรุ่นที่สามเท่านั้นที่ให้กำเนิดเด็กผู้หญิงออกมา มันถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมาก ทำไมเราไม่ตั้งชื่อให้น้องสาวของข้าว่าเจียอิน ที่หมายถึงข่าวดีล่ะขอรับ มันยังเป็นคำที่ไพเราะอีกด้วย ”



เจียอิน ?



แม่เฒ่าหลี่เม้มริมฝีปาก นางรู้สึกว่าชื่อนี้ไพเราะและมีความหมายดี ทุกครั้งที่นางเรียกชื่อนี้ในอนาคต ก็ไม่ต่างจากนางกำลังจะมีข่าวดีเข้ามา !



“เอาล่ะ งั้นเอาเป็นว่าชื่อเจียอินก็แล้วกัน ! ”



หลี่เจียอินถูกย่าของนางตบเบา ๆ และกลิ่นหอมของมันเทศเผาก็ลอยมาในอากาศ ซึ่งนางก็ได้แต่นอนน้ำลายไหลและรู้สึกง่วงนอนเล็กน้อย นางได้ยินคนในครอบครัวตะโกนเรียกนางว่าเจียอินออกมา ซึ่งเป็นชื่อเดียวกันกับในชาติก่อน ก็อดไม่ได้ที่จะโค้งริมฝีปากเล็กน้อย บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมนางถึงเดินทางข้ามเวลามาที่นี่...



ไม่นานคืนที่เงียบสงบก็ผ่านพ้นไป...เมื่อเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นมาถึง ครอบครัวหลี่ก็ออกเดินทางกันอีกครั้ง โดยที่วันนี้พวกเขาไม่ได้หยุดพักแม้แต่น้อย รวมเป็นระยะทาง 50 ลี้ จนหนังศีรษะของพวกเขาชาจากการโดนแดนมาทั้งวัน



แม่เฒ่าหลี่เห็นว่าหลานสาวของนางหน้าแดงมากแล้ว จึงทนไม่ไหวรีบตะโกนบอกทุกคนไปว่า "หาที่พักกันก่อนเถอะ จะได้หั่นมันเทศแล้วต้มข้าวฟ่าง เราจะพักกินโจ๊กกันแถวนี้ก่อน"



ก่อนที่คนอื่น ๆ ในครอบครัวหลี่จะทันได้ตอบสนอง ก็เกิดความโกลาหลขึ้นที่กลุ่มผู้ลี้ภัยตรงหน้าทันที ชายคนหนึ่งวิ่งกลับมา เขาโบกไม้โบกมืออย่างแรง "นี่ ๆ รีบเดินกันเร็วเข้า ข้าเจอแม่น้ำสายเล็ก ๆ อยู่ตรงนั้น ! "



เมื่อได้ยินว่ามีแม่น้ำอยู่ข้างหน้า กลุ่มคนก็วิ่งออกไปราวกับถูกฉีดด้วยเลือดไก่ ในไม่ช้าก็มีแม่น้ำปรากฏให้เห็น แม่น้ำสายนี้ตื้นมาก ทว่าก็เพียงพอสำหรับทุกคนที่จะล้างเนื้อล้างตัวและเอามาทำอาหาร



หลี่เหล่าซื่อสงสารภรรยาและท่านแม่ของเขามาก เขาจึงเข้าไปอุ้มลูกสาวมาไว้บนหลัง แล้วเดินมาที่แม่น้ำ เพื่อจะล้างเนื้อล้างตัวให้นาง ส่วนเด็กเหลือขอสองคนอย่างเจียอันและเจียซีก็ช่วยกันขุดทรายเอาหินมากั้น ทำเป็นแอ่งเล็ก ๆ และกำลังจะกลับขึ้นไปดื่มนมแพะ



ร่างกายของหลี่เจียอินรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว แต่หลังจากนอนหลับมาทั้งวัน พลังของนางก็กลับมาอีกครั้ง นางจึงตั้งใจที่จะแสดงปาฏิหาริย์ออกมาในเวลานี้ ขณะที่หลี่เหล่าซื่อกำลังจะตักน้ำใส่ถัง นางก็ได้ร้องไห้ออกมา



หลี่เหล่าซื่อรีบวางลูกสาวของเขาลง และคลายผ้าออกจากตัวนาง เจียอันและเจียซีเห็นอย่างนั้นก็วิ่งเข้ามาและถามว่า "น้องสาวฉี่หรือเปล่าขอรับ ? "



ทว่าหลี่เจียอินก็ร้องไห้ออกมาเพียงสองครั้งเท่านั้น หลี่เหล่าซื่อเห็นเช่นนั้นจึงรีบกลับไปตักน้ำ แต่จู่ ๆ ก็มีปลาตะเพียนตัวใหญ่และตัวเล็กหลายตัวว่ายอยู่ในแอ่งที่ทำไว้ ทำให้เขาอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ



ปลาตะเพียนแต่ละตัวมีความยาวมากกว่าหนึ่งฉื่อ และมีน้ำหนักสามถึงสี่ชั่ง หางของมันสะบัดเหวี่ยงไปมาอย่างแรงราวกับว่ามันไม่ชอบที่แคบแบบนี้ ...



ก่อนที่เขาจะทันได้กล่าวอะไรออกมา เจียอันและเจียซีที่เข้ามาเห็นก็ได้ตะโกนออกมาด้วยความดีใจว่า "ทุกคน ในแอ่งมีปลาตะเพียนด้วย นี้ก็ปลาตะเพียน ปลาตะเพียนเยอะแยะไปหมดเลย ! "



ไม่ไกลนัก คนที่มาตักน้ำก็ได้ยินเสียงตะโกนจึงมองมาที่นี่ บางคนถึงกับกระโดดลงไปในแม่น้ำ ตั้งใจจะลงไปจับปลาตะเพียน



เจียอันและเจียซีหดศีรษะลงทันที ถอดเสื้อผ้าของพวกเขาออกอย่างรวดเร็ว จับปลาตะเพียนในแอ่งออกมาห่อด้วยเสื้อ จากนั้นก็อุ้มมันกลับไปหาทุกคน



หลี่เหล่าซื่อรีบอุ้มลูกสาวขึ้นมาด้วยมือข้างหนึ่ง และถือถังที่มีปลาตะเพียนดัวยมืออีกข้าง แล้วรีบเดินตามกลับไปด้วยความงงงวย



“โอ้ ไปได้ปลาพวกนี้มาจากไหน ! ปลาตะเพียนตัวนี้ตัวใหญ่มาก และยังมีปลาตัวเล็กอีกมากมาย ! ” คนในครอบครัวหลี่รีบเดินมามุงดูอย่างบ้าคลั่งด้วยความดีใจ แม่เฒ่าหลี่จึงตัดสินใจสั่งลูกสะใภ้รองและลูกสะใภ้สามให้ไปฆ่าปลาเอามาทำน้ำแกงกินให้หมด เนื่องจากอากาศร้อนจึงไม่สามารถเก็บพวกมันไว้ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องทำกินให้หมดในคราวเดียว



เมื่อทุกคนได้แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง หลี่เหล่าซื่อก็กระซิบว่า "ท่านแม่ นี่มันแปลกมากจริง ๆ ตอนไปที่แม่น้ำ ฟู่หนิวเอ๋อร้องไห้ ข้าจึงกลับขึ้นมาเกลี้ยกล่อมนางเพียงไม่กี่คำ พอกลับมาที่แม่น้ำอีกครั้ง ปลาก็อยู่ในแอ่งที่เจียอันและเจียซีได้ทำไว้ แอ่งนี้เล็กมาก แต่กลับมีปลาตะเพียนอยู่ในนั้นมากกว่าสิบตัว ... "



แม่เฒ่าหลี่จ้องมองลูกชายของนางและสาปแช่งออกมา "ดูเจ้าพูดเข้าสิ ข้าบอกเจ้าแล้วว่าของพวกนี้คือพรของฟู่หนิวเอ๋อ อาหารเหล่านี้ที่เราได้ พระเจ้าได้มอบมันให้กับฟู่หนิวเอ๋อ เรากำลังได้รับผลประโยชน์จากนาง"



หลี่เหล่าซื่อได้แต่เกาหัวด้วยความงุนงง จริง ๆ แล้วที่ผ่านมาเขารู้สึกว่าท่านแม่ของเขาเพ้อเจ้อเล็กน้อย แต่ตอนนี้เมื่อเห็นสมาชิกในครอบครัวได้กินแต่ของดี ๆ ก็เริ่มไม่รู้สึกแปลกใจอีกต่อไป ดูเหมือนว่าเขาจะกลายเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดลูกสาวนำโชคให้กับตระกูลจริง ๆ



หลี่เจียอินแสร้งทำเป็นพ่นน้ำลายเป็นฟองออกมา ยิ้มอย่าง "ไร้เดียงสา" และทาน้ำลายไปบนหลังพ่อของนางราวกับว่าไม่รู้อีโหน่อีเหน่



เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่สงสัยในความสามารถของนางได้ !



แม่เฒ่าหลี่เห็นอย่างนั้นก็รีบเข้าไปอุ้มหลานสาวของนางไว้ และตะโกนบอกลูกสะใภ้ว่า "ยังไม่ต้องรีบตุ๋นปลา ให้อุ่นนมแพะมาก่อนเร็ว ๆ เข้า ฟู่หนิวเอ๋อของข้าจะต้องอิ่มท้องก่อน ! "



เถาหงอิงพยายามลุกขึ้นยืนใต้ร่มเงาของต้นไม้ เดินไปหาลูกสาวของนางด้วยรอยยิ้ม เมื่อกินไข่และดื่มนมแพะเข้าไป ตอนนี้นางคงจะสามารถให้นมลูกสาวของนางได้แล้ว !



หลี่เจียอินฟังครอบครัวของนางคุยกันอย่างมีความสุข และบิดตัวไปมาอย่างภาคภูมิใจ ซึ่งทำให้เถาหงอิงคิดว่านางกำลังจะอึ จึงรีบเปิดผ้าอ้อมออกมาดู



หลี่เจียอินได้เผยก้นที่ขาวเนียนออกมาอีกครั้ง แต่นางเพียงแค่ฉี่เท่านั้น เนื่องจากในท้องของนางมีเพียงนมแพะ



ไม่นานหลี่เจียอินก็รู้สึกง่วงนอนอีกครั้ง หลี่เหล่าซานก็ได้สร้างเตาดินธรรมดาอีกเตาอย่างรวดเร็วและวางหม้อดินเผาไว้บนนั้น



เตาหนึ่งไว้ตุ๋นปลาตะเพียนใส่กะหล่ำปลี ส่วนอีกเตากำลังทอดปลาตะเพียนตัวเล็ก



พวกเขาไม่ได้นำน้ำมันถั่วเหลืองมาจากที่บ้านมากนัก มีเพียงน้ำมันส่วนหนึ่งและเต้าเจี้ยวหนึ่งไหเท่านั้น เมื่อเทเต้าเจี้ยวลงในน้ำมันที่ร้อนจัด ไม่นานมันก็ส่งกลิ่นหอมลอยออกมาคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ



การตุ๋นปลาตะเพียนจะต้องเอาไปจี่ในน้ำมันเล็กน้อย จนทั้งสองด้านเป็นสีน้ำตาลทอง จากนั้นก็เติมเต้าเจี้ยวลงไปผัดด้วยกัน พอได้ที่ ก็เติมน้ำลงไป เมื่อน้ำเดือด น้ำแกงจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวนวล



กลิ่นหอมกระจายไปทั่ว จนผู้ลี้ภัยคนอื่น ๆ ก็ได้แต่ชดน้ำข้าวตามไป ทว่าเด็ก ๆ พวกนั้นกลับทนไม่ไหว และเริ่มมารวมตัวกันรอบ ๆ พวกเขาทีละคน



เจียอันและเจียซีเห็นว่าเด็กพวกนั้นมายืนน้ำลายไหลอยู่ข้างหม้อ พวกเขาก็เดินเข้าไปเผชิญหน้า และตะโกนไล่เป็นครั้งคราว



จนในที่สุด ปลาในหม้อทั้งสองก็พร้อมทานแล้ว ตระกูลหลี่ไม่สนใจว่ามันจะร้อนหรือไม่ พวกเขารีบใส่มันลงไปในท้องอย่างรวดเร็ว เถาหงอิงก็ดื่มน้ำแกงปลาไปอึกใหญ่ เพื่อที่น้ำนมของนางจะได้มาเสียที



หลี่เจียอินนอนอยู่ในอ้อมแขนของแม่ของนาง เมื่อได้กลิ่นหอมของน้ำแกงที่ลอยเข้ามาในจมูก ลิ้นเล็ก ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเลียไปมา น้ำลายไหลออกมาที่มุมปากไปจนถึงคอ



เมื่อเถาหงอิงเห็นอย่างนั้น นางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความรักที่นางมีต่อลูกสาวหรือว่าน้ำแกงปลานั้นช่วยบำรุงน้ำนมได้จริงๆ เพราะตอนนี้นางรู้สึกคัดที่หน้าอกของนางมาก นางจึงลองยัดมันเข้าไปในปากของลูกสาวดู จากนั้นก็รู้สึกเหมือนกับว่าน้ำนมของนางเริ่มไหลออกมาจริง ๆ



หลี่เจียอินถูกจุกนมปิดเต็มปาก ทำให้นางเห็นอีกาดำจำนวนมากบินไปมาอยู่ตรงหน้า จิตวิญญาณที่เป็นผู้ใหญ่ของนางรับไม่ได้จริง ๆ ที่ต้องมาดูดนมจากเต้า และนมแม่ก็ไม่ได้มีกลิ่นหอมเหมือนนมแพะ



แต่เมื่อเห็นดวงตาของผู้เป็นแม่แดงก่ำไปด้วยความตื้นตันใจ นางก็กลายเป็นคนโหดเหี้ยมและเริ่มดูดนมอย่างแรง



“ท่านแม่ ข้ามีน้ำนมแล้ว โอ้ ฟู่หนิวเอ๋อน่าจะอิ่มแล้วเจ้าค่ะ ! ”



ครอบครัวหลี่ทุกคนมองดูฉากนี้อย่างมีความสุข "น้ำแกงปลานี้ช่วยบำรุงน้ำนมได้มาก ! "



หลี่เหลาเอ้อและหลี่เหลาซานหลีกเลี่ยงความสงสัย และเลือกที่จะเหลือบมองไปทางอื่นแทน



เด็กหลายสิบคนที่นั่งดูน้ำลายไหล ก็ใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ วิ่งไปหยิบหม้อน้ำแกงปลาที่มีปลาสองสามชิ้นเหลือในหม้อขึ้นมาดื่ม



“ท่านย่า พวกเขากำลังขโมยน้ำแกงปลาของเราไปขอรับ ! ” เจียซีและเจียอันตะโกนด้วยความหงุดหงิดและอยากจะตามไปเอา แต่แม่เฒ่าหลี่ก็ได้หยุดพวกเขาเอาไว้



“ทุกคนกลับมา ! ” นางเคาะกล้องยาสูบแล้วถอนหายใจ “พวกเขาต่างก็อดอยากเหมือนกัน ลืมมันไปเถอะ เอาหม้อไปล้าง เก็บข้าวของ และดูแลสัมภาระของเราก็พอ ยิ่งเดินทางไปไกลมากเท่าไร มันก็ยิ่งจะยากขึ้นเท่านั้น"



หลี่เจียอินเพิ่งดูดนมจากเต้าเสร็จ และแม่ของนางก็กำลังอุ้มนางให้เรอ นางเห็นทุกอย่างตรงหน้า และยิ่งรักตระกูลหลี่มากยิ่งขึ้น



แม่เฒ่าหลี่หันกลับมาและเห็นว่าหลานสาวยิ้มให้นางพร้อมกับน้ำลายที่ไหล นางก็รีบลุกขึ้นไปอุ้มเจ้าตัวน้อยมากล่อมนอนอย่างเต็มที่



หลังจากดื่มนมจนอิ่มท้อง หลี่เจียอินก็ไม่สามารถควบคุมความง่วงนอนของนางได้อีกต่อไป นางได้หลับไปอีกครั้ง ตอนที่กำลังฝันหวาน ก็ได้ยินเสียงคนร้องไห้ปลุกนางให้ตื่นขึ้นมา



นางยังคงนอนอยู่ในอ้อมแขนของเถาหงอิงเช่นเคย แต่ก็รู้สึกได้ว่าอากาศมันร้อนเล็กน้อย



ค่ำคืนได้ผ่านพ้นไป ท้องฟ้าก็เริ่มสดใสอีกครั้ง แต่ไม่ไกลจากตรงนั้นมากนัก เกวียนคันหนึ่งถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย พวกเขากำลังดึงเด็กหลายคนขึ้นไปบนเกวียน



ตอนก่อน

จบบทที่ ดูแลน้องสาวเจ้าให้ดี แล้วเจ้าจะมีเนื้อกินไปตลอด!

ตอนถัดไป