นักดาบไร้คู่ต่อสู้เคลื่อนไหวไปทั้ง 4 ทิศ
“เมืองหยูเริ่มประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว ทุกวันจะมีมือปราบและทหารรักษาการณ์ 3-5 หน่วยคอยตรวจตรารอบเมือง มีข่าวลือว่าหน่วยซวนยี่ก็เข้าร่วมในการลาดตระเวนครั้งนี้ด้วย”
“เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าพรรคมารกลับเข้าสู่ยุทธภพอีกครั้ง? หรือว่าเราจะทำสงครามกับแคว้นจ้าวอีกครั้ง?”
“เจ้าไม่รู้รึ? เมื่อวานนี้คุกเมืองหยูถูกถล่มจนราบคาบ มันถูกถล่มด้วยดาบเพียงเล่มเดียว ว่ากันว่าดาบเล่มนั้นทะลวงสวรรค์และแยกคุกใต้ดินออกเป็นสองส่วน”
“อ่า..ข้าได้ยินมาบ้างเหมือนกัน เห็นว่าผู้พิพากษาเฉาอันหมินก็เสียชีวิตใต้ซากปรักพวกนั้น เป็นฝีมือใครกัน ทำไมถึงได้ใจกล้าและทรงพลังเช่นนี้?”
“พรรรคเฉาจะต้องออกโรงแก้แค้นอย่างแน่นอน เพราะนอกจากเฉาอันหมินแล้วยังมีหลิวฮ่าวผิง บุตรบุญธรรมของประมุขพรรรคเฉาที่เสียชีวิตใต้ซากปรักพวกนั้นด้วย”
“ข้าได้ยินมาว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงของพรรคเฉากำลังเดินทางมาที่เมืองหยู เห็นว่าหนึ่งในนั้นมีรายชื่อเป็น 7 อันดับแรกของยุทธภพด้วย”
“เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ข้าเห็นว่ามีนักดาบรุ่นเยาว์แห่ไปชมทักษะดาบนั้นที่คุกใต้ดินกันหลายคนทีเดียว ตามความเห็นข้า นักดาบลึกลับผู้นั้นสามารถก้าวเข้าสู่รายนาม 10 อันดับแรกของยุทธภพของแคว้นเจียงหูได้ด้วยซ้ำ”
บรรยากาศในโรงน้ำชาต้าถงวันนี้แตกต่างจากทุกวันที่มักจะเงียบสงบ เสียงพูดคุยยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างก็พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
นักดาบนิรนามปรากฏตัวขึ้น เขาทำลายคุกใต้ดินด้วยการโจมตีเพียงดาบเดียว!
เฉาอันหมินและหลิวฮ่าวผิงเสียชีวิตอย่างอนาถ!
เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ทั้งเมืองหยูตกตะลึง การจับกลุ่มพูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมีอยู่ทั่วมุมเมือง ใบประกาศจับก็ติดอยู่สถานที่สำคัญของเมือง หน่วยซวนยี่ก็ระดมพลทำงานกันอย่างหนัก ว่ากันว่าพรรคเฉาก็กำลังตามหาคนผู้นี้ด้วยทรัพยากรทั้งหมดที่พวกเขามีเช่นกัน
คนผู้นี้เป็นใครกันแน่!? ทุกคนต่างคาดเดาไปต่างๆนาๆ
“เช้าวันใหม่ อากาศช่างสดชื่นเสียจริง”
อันจิงเปิดประตูร้านด้วยท่าทางสดชื่อน เจ้าดำลูกสุนัขตัวน้อยก็กระดิกหางอยู่ที่ปลายเท้าของเขาอย่างร่าเริง มันมีอายุไม่ถึงหนึ่งเดือนดี มันจึงเดินด้วยท่าทางโคลงเคลง ดูน่ารัก น่าเอ็นดูจนหัวใจแทบละลาย
ตอนนั้นเองที่เขามองไปที่ถนนก็เห็นว่าหานเหวินซินและมือปราบหลายนายกำลังติดประกาศบางอย่างอยู่
“อ้าว? พี่หาน ทำไมวันนี้ตื่นเช้าจัง” อันจิงถามด้วยความอยากรู้
“ข้าไม่ได้นอนมาทั้งคืนต่างหากล่ะ” หานเหวินซินกล่าวเสียงอ่อนล้า ใต้ตาหมองคล้ำจนแทบกลืนไปกับดวงตาดำ “ข้าตามล่านักโทษแหกคุกตั้งแต่เมื่อคืน แล้วตอนนี้ยังต้องตามล่านักดาบนั่นอีก”
“เกิดอะไรขึ้น?” อันจิงถามด้วยความประหลาดใจที่มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่าเสแสร้ง
“นี่เจ้าไม่รู้รึ?” หานเหวินซินถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ “เมื่อคืนนี้มีนักดาบบุกเข้าไปในคุกใต้ดินส่งผลให้ผู้พิพากษาเฉาอันหมินเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีนักโทษหลบหนีไปอีกนับไม่ถ้วน”
“เรื่องจริงหรือนี่!” ท่าทางของอันจิงบ่งบอกว่าตกใจ “นี่มันเรื่องใหญ่มากเลยนะ ใครกันที่กล้าขนาดนี้”
หานเหวินซินส่ายหัวอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกันก่อนจะพูดต่อ“ยังไงซะ..ช่วงบ่ายเจ้าก็ช่วยไปที่ว่าการหน่อยแล้วกัน มีนักโทษหลายรายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากคุกถล่ม พวกเขาต้องได้รับการรักษาเร่งด่วนจากเจ้า”
“อ่า..ได้ๆ พี่ชายหาน ท่านทำงานหนักเกินไปแล้ว” อันจิงกล่าวเห็นใจกับเหตุการณ์ที่เอีกฝ่ายต้องเผชิญมาตลอดทั้งคืน
“ไอ้เวรนั่น!” หานเหวินซินกัดฟันแน่น “เมื่อคืนนี้ ข้าวางแผนกับฉินฮุยเอาไว้แล้ว ถ้าจับเจ้านั่นได้ ข้าจะถลกเขาทั้งเป็น”
คิ้วของอันจิงกระตุกโดยไม่มีคิดทันสังเกต “พี่หาน นั่นไม่ดีเลยนะ ท่านไม่ควรไปด่าใครเช่นนั้น”
หานเหวินซินกวาดสายตาไปมองรอบๆก่อนจะเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “น้องอัน..ข้าขอซื้อ‘ยาบำรุง’เพิ่มอีกหน่อย แล้วก็เพิ่มขนาดยาให้แรงขึ้นอีกเล็กน้อยได้หรือเปล่า คราวนี้ข้ามีแผนใหญ่น่ะ”
“ได้เลย” อันจิงตบอกตัวเองอย่างมั่นใจ ไม่มีใครรู้ว่าหานเหวินซินกำลังพูดถูกอะไรแต่อันจิงย่อมเข้าใจในทันที ‘ยาบำรุง’ ที่ว่านั่นย่อมเป็นยาเพิ่มกำลังของผู้ชายโดยเฉพาะ
อันจิงเดินกลับเข้าไปในร้านซึ่งจ้าวชิงเหมยและทันหยุนกำลังใส่สมุนไพรลงในตะกร้าอยู่
“วันนี้แดดดี เหมาะกับการตากสมุนไพรเจ้าค่ะ” จ้าวชิงเหมยยิ้ม “ข้าได้ยินเสียงท่านพี่เหมือนคุยกับใครที่หน้าร้าน เป็นใครหรือเจ้าคะ?”
อันจิงตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก “อ้อ หัวหน้าหานเหวินซินน่ะ เจ้าเองก็เคยเจอเขาแล้ว”
“อ้อ หานเหวินซิน” แน่นอนว่าจ้าวชิงเหมยจำหานเหวินซินได้จึงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันโดยไม่รู้ตัว “มือปราบที่บอกว่าจะตามล่าสมาชิกพรรคมารเพื่อที่ตนจะได้สร้างผลงานและเลื่อนขั้นเป็นมือปราบป้ายทองแดงนะรึเจ้าคะ เขามีเวลาว่างมาเยี่ยมโรงหมอของเราด้วยหรือเจ้าคะ?”
“ใครรึเจ้าคะที่บอกว่าจะตามล่าสมาชิกพรรคมาร?” ทันหยุนเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“มือปราบหานน่ะ เขาเป็นคนชอบคุยโว แต่ที่จริงแล้วเป็นคนขี้ขลาดจะตาย ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก” อันจิงส่ายหน้าว่าไม่ต้องไปให้ค่ากับคำพูดของคนผู้นี้ก่อนจะหันไปพูดกับจ้าวชิงเหมยต่อ
“ว่าแต่น้องหญิง เจ้าเก็บสมุนไพรชุดนั้นของข้าไว้ที่ไหนรึ พอดีหัวหน้าหานขอซื้อเพิ่ม ข้าเลยจะเตรียมให้เขาสักหน่อย”
“ตรงนั้นเจ้าคะ ข้าวางไว้ตรงตู้ทางทิศตะวันออก” ว่าแล้วก็หยิบขวดยาที่วางเรียงรายอยู่เต็มตู้มาให้อันจิงหนึ่งขวด
อันจิงเปิดฝาขวดและใส่ผงสลอดเข้าในขวดยาหนึ่งหยิบมือ เขาปิดฝาและเตรียมบรรจุขวดยาลงในถุงกระดาษ
‘พี่หาน ถือว่าเป็นบทเรียนเล็กๆน้อยๆที่ท่านสาปแช่งข้าแล้วกัน’
“หืม? นายท่าน นั่นไม่ใช่ผงสลอดหรอกหรือเจ้าคะ?” ทันหยุนเดินเข้ามาใกล้และมองด้วยความสงสัย
“เอ่อ...ใช่”
มือของอันจิงถึงหยุดชะงักไปชั่วขณะ เขาตื่นตระหนกอยู่ในใจ ‘ทันหยุนเรียนรู้ได้เร็วมาก นางรู้แม้กระทั่งว่านี่คือผงสลอด หากนางรู้ว่าข้าแอบใส่มันลงในยาของหานเหวินซิน ภาพลักษณ์ที่แสนดีของข้าต้องพังทลายเป็นแน่’
“นายท่านใจร้ายเกินไปแล้ว” ใบหน้าของทันหยุนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “ถึงข้าจะเป็นเพียงสาวใช้แต่ข้าอยากจะบอกท่านว่าไม่ควรใจร้ายขนาดนั้น”
“หืม?” อันจิงตกตะลึงไปชั่วขณะ
“เราต้องใจกว้างกว่านี้เจ้าค่ะ” ทันหยุนกล่าวพร้อมกับใส่ผงสลอดใส่ในขวดยาของหานเหวินซินไม่ยั้งมือ
“เอ่อ..” เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผากของอันจิง ผงสลอดในปริมาณที่เยอะมาก ถ้ามันออกฤทธิ์ระหว่างที่หานเหวินซินกำลังเผด็จศึกหญิงงามอยู่ล่ะก็...
“นายท่าน เดี๋ยวข้าเอาไปมอบให้เขาเองเจ้าค่ะ” ทันหยุนกล่าวอย่างพอใจขณะที่นางบรรจุขวดยาลงในห่อกระดาษ
เมื่อมองดูร่างของทันหยุนที่กำลังเดินจากไป อันจิงก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายด้วยความกังวล หวังว่าหานเหวินซินจะไม่ดื่มยาขวดนี้ก่อนจะเผด็จศึกนะ..
“มือปราบหาน นี่ยาของท่านเจ้าคะ นายท่านให้ข้ามาส่งให้” ทันหยุนกล่าวขณะที่ก้าวออกไป นางโค้งตัวลงเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มหวานส่งให้อีกฝ่าย
“ขอบคุณเจ้ามาก แม่นางทันหยุน” หานเหวินซินกล่าว ใบหน้าของเขาแดงก่ำเมื่อมองเห็นใบหน้าน่ารักของทันหยุน
‘น้องอัน เจ้าช่างโชคดีจริงๆ ไม่เพียงแต่มีฮูหยินที่น่ารักเท่านั้นแต่ยังมีสาวใช้ที่มีเสน่ห์อีกด้วย เจ้าโชคดีขนาดนี้ได้อย่างไร?’
“มือปราบหาน อย่าลืมดื่มยานะเจ้าคะ ข้าเป็นคนจัดยานี้ในท่านเองเจ้าคะ” ทันหยุนเอ่ยพร้อมกระพริบตาน่ารักส่งให้
“แน่นอน ข้าจะดื่มให้หมดขวดเลย แม่นางทันหยุนอุตส่าห์เตรียมให้ทั้งที ข้า.หานเหวินซินจะต้องดื่มจนหมดแน่นอน” หานเหวินซินตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ใบหน้าของเขาแดงก่ำอย่างขัดเขิน
“โจ๊กสมุนไพรของนายหญิงที่เตรียมให้นายท่านคงเสร็จแล้ว เดี๋ยวข้ากลับไปยกให้นายท่านก่อนนะเจ้าคะ ข้าขอตัว” ทันหยุนกล่าวด้วยรอยยิ้มและเดินกลับเข้าไปในโรงหมอ
เมื่อเห็นรูปร่างเย้ายวนใจของทันหยุน หานเหวินซินก็ยิ่งอิจฉาอันจิงมากขึ้นเรื่อยๆ
.
.
.
ย่างเข้ายามบ่าย อันจิงก็ถือล่วมยาเดินทางไปยังที่ศาลากลางเมืองเพื่อรักษาผู้บาดเจ็บ จึงเหลือเพียงฮูหยินและสาวใช้ที่อยู่บ้าน
ในห้องโถงหลังร้าน จ้าวชิงเหมยยืนไพล่หลังด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ท่านประมุข เราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ ตอนนี้เจียงซานเจียถูกช่วยออกไปแล้ว” ทันหยุนเอ่ยเสียงต่ำ
“นักดาบลึกลับผู้นี้เป็นใครกันแน่” จ้าวชิงเหมยกล่าวเสียงเย็น
“เขากล้าที่จะต่อกรกับพรรคมารของเรา คนผู้นี้ช่างใจกล้าราวกับหมาป่าจริงๆ” ทันหยุนพูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา
“โฮ่งโฮ่ง!”
เจ้าดำตัวน้อยก็เห่าอยู่ข้างๆพวกเขา ดูเหมือนมันกำลังสนับสนุนความคิดของทันหยุนอยู่
“การที่คนผู้นี้เข้ามาขัดขวางแผนการของข้าแล้วชิงตัวเจียงซานเจียไป ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นศัตรูกับพรรคมารของเรา” จ้าวชิงเหมยกล่าวอย่างใจเย็น
“ตอนนี้ทั้งพรรคเฉาและราชสำนักกำลังตามหาเขาอยู่ซึ่งมันอาจเป็นทั้งเรื่องดีและไม่ดีสำหรับพวกเราก็ได้ ตอนนี้เมืองหยูถูกบังคับใช้ภาวะฉุกเฉินแล้ว การกวดขันย่อมเข้มงวดขึ้น ดังนั้นเตือนพระภิกษุหน้าผีให้ระมัดระวังมากขึ้นและอย่าปล่อยให้ข้อมูลที่เขารวบรวมมาได้หลุดไปเป็นอันขาด ส่วนคนของเราก็ให้กลับไปที่พรรคก่อน ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะเปิดเผยตัว”
“เราต้องสืบหานักดาบผู้นี้ให้เจอ ข้าไม่ยอมให้ใครหรือเหตุการณ์ใดมาทำลายแผนข้าเป็นอันขาด”
“รับทราบเจ้าค่ะ” ทันหยุนกล่าวรับอย่างนอบน้อม “..ยังมีอีกเรื่องเจ้าคะที่พระภิกษุหน้าผีแจ้งมา”
“ว่ามา”
“ท่านอาจารย์กำลังเดินทางมาที่นี่เจ้าค่ะ”
“หืม?” น้ำเสียงของจ้าวชิงเหมยสูงขึ้น แสดงถึงความประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าอาจารย์จะเดินทางมา
“ท่านอาจารย์บอกว่า..เขาอยากเจอชายที่ท่านประมุขแต่งงานด้วยเป็นการส่วนตัวเจ้าค่ะ” ทันหยุนเอ่ยเสียงเบา
“บอกเขาว่าไม่ต้องมา” จ้าวชิงเหมยพูดโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
“ท่านอาจารย์ย่อมทราบเรื่องนี้เจ้าค่ะว่าท่านประมุขไม่อยากให้เขามา...” ทันหยุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักใจ “.
.ยิ่งไปกว่านั้น..ดูเหมือนท่านอาจารย์จะเดินทางมาถึงแคว้นหยานแล้วนะเจ้าคะ”