ข่าวของนักดาบไร้เทียมทาน

ในเมืองหยู ถนนหลายเส้นที่ตัดบรรจบกันพร้อมกับหลังคาที่หันหน้าชนกัน ล้วนเป็นภาพที่ทุกคนชินตา

อากาศเย็นสบายในช่วงสารทฤดูพร้อมกับสายฝนที่ตกบางเบาในตอนเช้า ทำให้บรรยากาศสดชื่นขึ้น ฝุ่นละอองที่เคยจับเป็นก้อนก็ถูกสายฝนชะล้าง ทำให้ถนนหลายเส้นกลับมาสะอาดและดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

‘หยานเอ้อ’ เป็นคนหนึ่งที่ชอบตื่นแต่เช้าไปดื่มชา วันนี้เขาก็ทำแบบที่เคยทำตามปกติ แต่เมื่อไปถึงร้านน้ำชาสถานที่ที่เงียบสงบไปพักหนึ่งกลับเต็มไปด้วยความคึกคัก ทุกโต๊ะต่างก็ถูกจับจองจนเต็ม

“เกิดอะไรขึ้น?” หยานเอ้อกวาดสายตามองทั่วร้าน เขาสังเกตว่านอกเหนือจากชาวบ้านทั่วไปแล้ว ยังมีคนของยุทธภพเจียงหูและมือปราบส่าวนหนึ่งที่จับกลุ่มคุยกันอย่างออกอรรถรส

มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเป็นแน่ เรื่องนี้ทำให้หยานเอ้อใจกระตุก ต้องมีเรื่องสำคัญบางอย่างเกิดขึ้นในเมืองหยูจึงทำให้ทุกคนมารวมตัวกันเช่นนี้

“พี่เหอ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?” เมื่อคิดเช่นนี้ หยานเอ้อก็เดินไปถามชายผู้หนึ่งที่คุ้นหน้ากันเป็นอย่างดี

“น้องหยาน เมื่อคืนเจ้าหลับลึกเลยรึ?” ชายที่ถูกเรียกว่าพี่เหอเงยหน้าขึ้นมองและถามต่อ “เหตุการณ์ออกจะใหญ่โตเพียงนั้น ทำไมเจ้าไม่รู้เรื่องเลยล่ะ?”

“เรื่องใหญ่เลยรึพี่เหอ” คิ้วของหยานเอ้อขมวดมุ่น

ชายตรงข้ามเขาหัวเราะด้วยความเห็นใจที่หยานเอ้อพลาดข่าวร้อนแรงเช่นนี้ไปได้ “เมื่อคืนนี้พรรคเฉาเริ่มลงมือแล้ว เห็นว่าสามปรมาจารย์ของพรรคเป็นผู้ลงมือและมีท่านปรมาจารย์พิษเป็นผู้กำกับ พวกเขาสามารถฆ่านักดาบไร้เทียมทานผู้นั้นได้สำเร็จ”

“ว่าไงนะ!” หยานเอ้อตกใจจนตาถลน ความไม่เชื้อฉายชัดในดวงตาของเขา “นักดาบไร้เทียมทานผู้นั้นตายแล้วจริงๆเหรอ?”

“เจ้าไม่เชื่องั้นรึ?” พี่เหอยังคงยิ้มเยาะเขา “ข่าวจากพรรคเฉาย่อมเชื่อถือได้อย่างแน่นอน เจ้ารู้หรือเปล่าว่านักดาบไร้เทียมทานผู้นั้นเป็นใคร”

“เขาเป็นใคร”

“เซว่เฉิน เจ้าของกระบวนดาบโลหิตล่องลอย”

“เป็นเขาเช่นนั้นรึ”

ร้านน้ำชาเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ ทุกคนต่างพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมือคืน

“ข้าไม่อยากเชื่อว่าเซว่เฉินผู้นั้นจะเป็นนักดาบไร้เทียมทานผู้นั้น มันน่าประหลาดใจจริงๆ”

“เจ้าลืมไปแล้วรึว่าเมื่อยี่สิบปีก่อน เขาปรากฏตัวด้วยพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่และในช่วงสิบปีที่ผ่านมาก็มีข่าวคราวของเขาเพียงเล็กน้อย เขาเก็บตัวเงียบมาโดยตลอด เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนช่างน่าประหลาดใจจริงๆ แสดงว่าระดับพลังที่แท้จริงของเขาต้องอยู่อันดับที่สูงกว่ารายชื่อพยัคฆ์ในตอนนี้อย่างแน่นอน”

“น่าเสียดายมากที่นักดาบไร้เทียมทานผู้นี้ต้องพบจุดจบด้วยน้ำมือของพรรคเฉา”

“พรรคเฉาน่าเกรงขามชะมัด สามารกำจัดนักดาบลึกลับผู้นั้นได้ในพริบตา ความรวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าฟาดเสียอีก”

“วิธีการของพรรคย่อมเด็ดขาดและเหี้ยมโหด ตอนแรกข้าคิดว่านักดาบลึกลับผู้นั้นจะเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเสียอีก”

“แข็งแกร่ง? ข้าไม่คิดว่าเขาเก่งกาจถึงเพียงนั้น”

“ข้าได้ยินมาว่าในเทศกาลยวี๋หลานเผินเจี๋ย พรรคเฉาจะตัดหัวของเซว่เฉินเสียบประจาน วันนั้นเราไปดูกันหรือไม่”

“ดูเหมือนพรรคเฉาตั้งใจจะประกาศศักดาว่าพวกเขาสามารฆ่านักดาบไร้เทียมทานผู้นี้ได้ เป็นการบอกทุกคนให้รู้ว่าพวกเขาแข็งแกร่งเพียงใด!”

.

.

.

เช้าที่เคยเงียบสงบกับเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยโหวกเหวก นั่นก็เพราะข่าวที่พรรคเฉาตั้งใจกระจายไปทั่วเมือง ทำให้เมืองหยูในวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ

ไม่มีใครคาดคิดว่านักดาบไร้เทียมทานที่สร้างความหวาดหวั่นให้กับพวกเขามาได้พักหนึ่งจะเป็นเซว่เฉิน เจ้าของกระบวนดาบโลหิตล่องลอย อีกทั้งยังถูกพรรคเฉาฆ่าตาย ทุกคนต่างตะลึงกับความแข็งแกร่งและกลยุทธ์ที่พรรคเฉาใช้ นับเป็นการแก้แค้นให้กับไท่หยุนซาน หลิวฮ่าวผิงและสมาชิกในพรรคเฉาได้อย่างสมศักดิ์ศรีชื่อเสียงของพรรคเฉาเพิ่มขึ้นในใจของหลายๆคนโดยไม่รู้ตัว

อันจิงยืนอยู่หน้าโรงหมอจีซื่อด้วยใบหน้าบึ้งตึง

ข้าตายแล้วเหรอ?

ทำไมไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลย?

‘ดูเหมือนพรรคเฉาจะสืบที่อยู่ของสองคนนั้นเจอแล้ว ถึงได้เกิดการปะทะขึ้น พรรคเฉาไม่ธรรมดาจริงๆ’

อันจิงพึมพำกับตัวเอง ทั้งการสืบหาข่าวการปล่อยข่าวในช่วงเวลาสั้นๆ เหล่านี้ย่อมไม่ใช่ธรรมดา ถึงแม้ข่าวลือเกี่ยวกับอิทธิพลของพรรคเฉาจะแพร่กระจายไปทั่วยุทธภพเจียงหูแต่เราจะไม่สามารถตระหนักได้ถึงอิทธิพลของพวกเขาได้ชัดหากไม่ได้สัมผัสมันด้วยตัวเอง ดูเหมือนอิทธิพลของพวกเขาจะครอบคลุมไปทั่วมณฑลเจียงหนานหรืออาจจะมากกว่านั้นแต่ไม่มีทางต่ำไปกว่านี้อย่างแน่นอน

เมื่อวิเคราะห์ได้เช่นนี้ ในใจของอันจิงก็เย็นวาบ

หากพรรคเฉาสามารถเจอตัวของเจียงซานเจียงและมู่เสี่ยวหยุนได้ สักวันหนึ่งพวกเขาก็อาจจะตามตัวเขาพบ ไม่มีใครรับประกันได้ว่าความลับจะเป็นความลับตลอดไป หากมันเกิดขึ้น..เดี๋ยวนะ? ไม่ใช่ว่าเขาตายไปแล้วหรือ? ทำไมเขาต้องมากังวลเรื่องพวกนี้ด้วย?

“นายท่านคิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?” ทันหยุนอุ้มลูกสุนัขสีดำออกมาหน้าร้าน นางเอ่ยถามผู้เป็นนายที่ดูเหมือนจะอยู่ในความคิดของตัวเองจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

หมอธรรมดาๆแบบเขาก็มีเรื่องให้เครียดด้วยเหรอ?

โฮ่งโฮ่ง! โฮ่งโฮ่ง!

เสี่ยวเฮยจ๋ายเห่าเสียงขรม มันพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนของทันหยุน

อันจังจึงลูบหัวมันเบาๆเพื่อให้มันหยุดเห่าเสียงดัง เขายิ้มและเอ่ยขึ้น “ข้าแค่คิดว่าเย็นนี้นายหญิงของเจ้าจะทำอะไรอร่อยๆให้ทานบ้าง”

ดวงตาของทันหยุนเป็นประกายเมื่อเอ่ยอย่างกระตือรือร้น “นายท่าน ข้าไม่ได้ทำอาหารให้ท่านทานนานแล้ว เย็นนี้ข้าขอแสดงฝีมืออีกครั้งได้หรือไม่”

“ไม่เป็นไร แค่นายหญิงของเจ้าคนเดียวก็พอแล้ว” เมื่อนึกถึงปูนึ่งในวันนั้นอันจิงก็อดปฏิเสธออกมาไม่ได้

“โธ่..นายท่าน” เมื่อได้ยินคำปฏิเสธของผู้เป็นนาย ทันหยุนก็อดหน้าคว่ำไม่ได้ “ไม่ไว้ใจข้าหรือเจ้าคะ?”

อันจิงมีสีหน้าจริงจังเมื่อเอ่ย “ข้าไว้ใจเจ้าเพียงแต่ไม่อยากทานข้าวเย็นเยอะ”

“เช่นนั้นข้าทำอาหารเที่ยงก็ได้เจ้าค่ะ”

“ตอนเที่ยงข้าก็ไม่อยากทานเยอะเช่นกัน”

“นายท่าน ข้าอยากลองทำอาหารให้ท่านทานจริงๆนะเจ้าค่ะ ท่านไว้ใจข้าได้เลย ช่วงหลังมานี้ข้าได้เรียนทำอาหารรายการใหม่ๆเยอะแยะทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ‘หัวสิงโตราดน้ำแดง’ ‘กุ้งผัดต้นหอม’ ‘โจ๊กต้มพุทราแดง’ ‘หมูสามชั้นต้มผัดดอง’...” ทันหยุนนับนิ้วขณะที่ร่ายรายการอาหารให้อันจิงฟัง

ประโยคที่ว่าอยากลองทำอาหารให้เขาทาน มันอาจฟังดูน่าเชื่อถือแต่ในหูของอันจิงราวกับนางพูดว่า ‘นายท่านลองทานอาหารฝีมือข้าเดี๋ยวนี้..ดูสิข้าใส่ยาถ่ายเข้าไปด้วย’

ทันใดนั้นก็มีเสียงไอดังมาจากทางเข้าร้าน

“อ่า..ท่านลุงสามนี่เอง” เมื่อเห็นผู้มาใหม่ รอยยิ้มของทันหยุนก็หุบฉับทันที

ตรงข้ามกับทันหยุนที่หุบยิ้ม อันจิงกลับยิ้มกว้าง เขานึกในใจว่า ‘อ่า..นี่ไงหนูลองยา’แต่ปากกลับเอ่ยเป็นอย่างอื่น “สมกับที่เป็นท่านลุงสามจริงๆ ท่านไปเที่ยวทั้งคืนกลับมาอีกทีก็เช้าวันใหม่ เป็นการบอกว่าถึงจะอายุมากแล้วแต่ร่างกายก็ยังแข็งแรงอยู่ ถึงจะแก่แต่ก็ยังมีแรง ทั้งยัง..”

หลี่ฟู่โจวหัวเราะเสียงเย็นเอ่ยขัดอันจิงที่กำลังสาธยายสรรพคุณของเขาอยู่ “เมื่อคืนนี้บนเรือสังคีต แม่เล้าโจวถามถึงท่านด้วย นางถามว่า...”

“โอ้..ท่านลุงสาม ท่านคงเหนื่อยน่าดู มาๆ เข้ามานั่งพักข้างในก่อนเถิด!”

ถึงไม่รู้ว่าหลี่ฟู่โจวจะพูดอะไรแต่เขาก็รู้สึกหนาวๆร้อนๆ จึงรีบพยุงอีกฝ่ายเข้าไปในร้าน เขาเหลือบไปมองทันหยุนพลางออกคำสั่ง “ทันหยุน เจ้าไม่เห็นเหรอว่าท่านลุงสามเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ ไปเตรียมน้ำชามาให้เขาเร็วเข้า”

“อ่า..ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ทันหยุนตอบรับด้วยความงงแต่ก็รีบเข้าไปเตรียมน้ำชาตามคำสั่งของอันจิง

หลี่ฟู่โจวมองอันจิงด้วยใบหน้ากึ่งยิ้มกึ่งเย็นชา “จะว่าไปแล้ว ท่านก็ดูเหมือนบัณฑิตมากความรู้เช่นกัน”

เขายอมรับว่าครั้งแรกเขาตัดสินอันจิงด้วยอคติ ประเมินหมอน้อยผู้นี้ต่ำไป โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ที่แม่เล้าโจวพูดสรรเสริญอันจิงไม่หยุด ดวงตาของนางเปล่งประกายความชื่นชมออกมาทุกครั้งที่พูดถึงอันจิง ถ้าอันจิงไม่เก่งจริงๆก็คงยัดเงินให้นางหลายตำลึง ปฏิกิริยาเช่นนี้ถึงจะเกิดขึ้นได้

หมอหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่ธรรมดา!

อันจิงหัวเราะแห้งเมื่อตอบกลับ “ท่านลุงสาม ท่านยกยอข้าเกินไปแล้ว หมอตัวเล็กๆเช่นข้าจะไปเทียบกับบัณฑิตที่มีบุคลิกสง่างามเช่นท่านได้อย่างไร”

หลี่ฟู่โจวโบกมือปฏิเสธแม้ในใจจะยิ้มกับคำชมที่ได้รับ “เจ้าพูดเกินไป ข้ามันเป็นตาแก่ไปแล้ว”

‘นั่นสิตาเฒ่าหัวโบราณเอ้ย’ อันจิงกร่นว่าอีกฝ่ายในใจ ทันหยุนพูดถูกที่ว่าบัณฑิตเป็นพวกที่รับมือยากที่สุด เขาไม่อยากเชื่อว่าตาเฒ่าหัวโบราณผู้นี้จะทำให้เขารู้สึกไม่มั่นคงทางอารมณ์ได้ขนาดนี้

อันจิงควักเงินที่ได้จากค่ารักษาคุณหนูเฉาขึ้นมาเมื่อเอ่ยว่า “ท่านลุงสาม ข้าพอมีเงินอยู่บ้าง ถ้าคืนนี้ ท่านอยากไปเที่ยวเรือสังคีตอีกก็รับเงินนี้ไว้เถิด”

“อ่า..มันดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่”

หลี่ฟู่โจวกระพริบตาปริบๆ ปากก็บอกว่าเกรงใจแต่มือก็รีบยื่นมาคว้าเงินที่อันจิงมอบให้ทันที เขาชั่งถุงเงินในมืออย่างซุกซน แสร้งทำเป็นประหลาดใจเมื่อเอ่ยว่า “นี่ไม่ใช่ค่ารักษาที่ท่านได้จากตระกูลเฉาหรอกหรือ อืม..ในถุงนี้คงมีสักสิบตำลึงเงินเป็นแน่”

“ใช่ มีประมาณสิบตำลึงเงินได้”

อันจิงเบือนหน้าหนีเล็กน้อย เงินนี้เป็นเงินที่เขาหามาได้อย่างยากลำบากและตอนนี้เขาสามารถใช้มันเพื่อซื้อความสุขให้ตาเฒ่าหลี่ฟู่โจวเพียงเท่านั้น

“ดี ดีมาก”

หลี่ฟู่โจวเก็บเงินเข้ากระเป๋าอย่างมีความสุขพร้อมกับยิ้มร่า “คืนนี้ เราไปเรือสังคีตด้วยกันดีหรือไม่”

อันจิงรีบส่ายหัว เขาไม่รู้ว่าตาเฒ่าผู้นี้พยายามหยั่งเชิงเขาอยู่หรือเปล่า

“เฮ้อ..อย่างนี้ก็น่าเสียดายสิ” หลี่ฟู่โจวทรุดตัวลงนั่ง พลางตบไหล่อันจิงเบาๆด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นวันมะรืนนี้ ข้าก็ขอยืมเงินท่านไปเที่ยวเรือสังคีตอีกหน่อยแล้วกัน ข้ารู้ว่าท่านต้องหาเงินได้แน่ๆ”

‘ให้ตายเถอะ เวรกรรมอะไรของข้ากัน ถ้าไม่ใช่กลัวตาเฒ่านี่จะพูดเรื่องที่แม่เล้าโจวพูดถึงข้าแล้วไปเข้าหู ฮูหยินเข้าล่ะก็ ข้าไม่ยอมท่านแน่ๆ’

ตอนก่อน

จบบทที่ ข่าวของนักดาบไร้เทียมทาน

ตอนถัดไป