บทที่ 10 การกวาดล้างครั้งใหญ่
บทที่ 10 การกวาดล้างครั้งใหญ่
วันแรกที่เดวิดเข้ามานั่งทำงานในสโมสร แผนของเขาคือประกาศรายชื่อนักเตะใหม่ที่จะเข้ามาเสริมทัพในฤดูกาลหน้า แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้นั่งลงแบบสบาย ๆ เลย เลขานุการสาวสุดเซ็กซี่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารกองหนึ่ง
ในชาติก่อน เดวิดเป็นแค่หนุ่มติดบ้านที่ไม่ค่อยกล้าสบตาผู้หญิงสวย ๆ ตรง ๆ เขาถนัดแอบมองมากกว่า และถ้าถูกจับได้ เขาจะรีบทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเบี่ยงเบนสายตาทันที
ตอนนี้ก็เช่นกัน แม้ว่าเลขานุการสาวตรงหน้าจะทั้งมีเสน่ห์และเย้ายวนขนาดไหน เดวิดก็ยังติดนิสัยเดิมอยู่ เขายกถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบอย่างกระหาย เพื่อบดบังความเคอะเขินของตัวเอง
แต่ในใจกลับรู้สึกดีเหลือเกิน เลขานุการสุดสวยแบบนี้ ชาติก่อนเขาไม่มีโอกาสได้สัมผัสแน่นอน!
ยังไม่ทันที่เขาจะคิดเตลิดไปไกล เลขานุการสาวก็ส่งข่าวด่วนเกี่ยวกับทีมให้เขา
“มีนักเตะตัวหลักหลายคนเรียกร้องขอขึ้นค่าเหนื่อยค่ะ พวกเขาบอกว่าถ้าไม่ขึ้นให้ พวกเขาจะขอย้ายทีม”
เดวิดเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ เขามองเลขานุการก่อนจะถามกลับไป “จริงเหรอ?” น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีแววตกใจเลยสักนิด กลับกัน มันฟังดูเหมือนจะมีความสุขเสียด้วยซ้ำ
ใช่แล้ว เดวิดรู้สึกดีใจจริง ๆ ที่ได้ยินข่าวนี้
ฤดูกาลที่แล้ว นักเตะชุดใหญ่ของทีมล้วนเป็นพวกโนเนม แทบไม่มีใครที่เขาเคยได้ยินชื่อเลย นั่นหมายความว่า พวกเขามีศักยภาพแค่ในลีกระดับล่าง และไม่มีอนาคตในแผนการสร้างทีมของเขาอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้เขายังคิดอยู่เลยว่าจะกำจัดนักเตะพวกนี้ออกจากทีมยังไงดี ถึงพวกเขาจะไม่เก่งพอจะพาทีมไปสู่ระดับสูงขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาก็มีส่วนช่วยให้ทีมเดินมาถึงจุดนี้ จะไล่พวกเขาออกไปเฉย ๆ ก็ใจร้ายเกินไป
วิธีที่ดีที่สุดคือขายพวกเขาให้กับทีมอื่นในราคาถูก เพื่อให้พวกเขามีโอกาสได้ค่าจ้างที่สูงขึ้นในต้นสังกัดใหม่ แบบนี้ทั้งสองฝ่ายก็จะได้ประโยชน์
แต่ในเมื่อมีพวกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คิดว่าตัวเองสำคัญ แล้วพากันออกมาเรียกร้องค่าเหนื่อยเพิ่มเองแบบนี้ งั้นเขาก็จะไม่ใจดีแล้ว
“ในเมื่อพวกเขาอยากไป ก็ให้ไปซะสิ! ขึ้นค่าเหนื่อย? ไม่มีทาง!” เดวิดหัวเราะเยาะ
เลขานุการสาวถึงกับอึ้งไป เธอคิดว่าเจ้านายของเธอจะต้องทำทุกทางเพื่อรั้งนักเตะตัวหลักไว้ แต่ผลกลับเป็นตรงกันข้ามแบบสุดขั้ว
“แจ้งนักเตะทีมชุดใหญ่ทุกคนว่าพวกเขาสามารถมองหาต้นสังกัดใหม่ได้ สโมสรจะไม่ตั้งค่าตัวแพงเกินไปเพื่อขัดขวางการย้ายทีม ส่วนพวกที่ขู่จะย้ายทีมเพื่อเรียกร้องค่าเหนื่อย ก็บอกพวกเขาว่าถ้าไม่มีทีมไหนยอมจ่ายค่าตัวตามที่สโมสรตั้งไว้ พวกเขาก็จะต้องไปเล่นในทีมสำรอง เพราะฤดูกาลหน้า จะไม่มีที่ว่างให้พวกเขาในทีมชุดใหญ่อีกต่อไป”
เลขานุการสาวอ้าปากค้าง จนแทบจะยัดไข่เข้าไปได้ทั้งฟอง เดวิดแอบชอบความรู้สึกนี้เหมือนกัน การเป็นคนที่มีอำนาจมันรู้สึกดีจริง ๆ
เมื่อเหล่านักเตะชุดใหญ่ของน็อตต์สเคาน์ตี้ได้รับประกาศนี้ พวกเขาก็ช็อกจนพูดไม่ออกกันไปตาม ๆ กัน ไม่มีใครเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ช่วงก่อนหน้านี้ สโมสรมีข่าวใหญ่ไม่หยุด ทั้งเรื่องที่ประธานสโมสรเอาทีมไปจำนองกับธนาคาร นักเตะต่างพากันวิตกกังวล กลัวว่าสโมสรจะมีปัญหาทางการเงิน จนหลายคนเริ่มมองหาทีมใหม่อย่างลับ ๆ
แต่แล้วไม่กี่วันต่อมา ก็มีข่าวว่าประธานสโมสรลงทุนก้อนใหญ่ และจ่ายค่าตัวแพงลิ่วซื้อมิดฟิลด์จากลาลีกามาเสริมทีม ดูยังไงก็น่าจะเป็นสัญญาณว่า ทีมกำลังมุ่งสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
เมื่อแน่ใจว่าทีมมีเงิน พวกนักเตะก็เริ่มคิดกันว่า ไหน ๆ ทีมก็กำลังจะก้าวหน้าแล้ว พวกเขาที่ช่วยพาทีมมาถึงจุดนี้ก็ควรได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม จึงรวมตัวกันเรียกร้องขึ้นค่าเหนื่อย พร้อมขู่จะย้ายทีม
พวกเขามั่นใจมากว่าสโมสรจะต้องตามใจพวกเขาแน่นอน
แต่พวกเขาคิดผิด… คิดผิดอย่างมหันต์!
สโมสรไม่เพียงแต่ไม่ขึ้นค่าเหนื่อยให้ แต่ยังโยนพวกเขาทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ไม่มีแม้แต่โอกาสให้ต่อรอง
นักเตะส่วนใหญ่ไม่ได้จงรักภักดีต่อสโมสรอยู่แล้ว เมื่อได้รับแจ้งว่าพวกเขาสามารถหาทีมใหม่ได้โดยไม่ถูกกีดกัน ก็ไม่มีใครโวยวายอะไรมาก พวกเขายอมรับชะตากรรมและเริ่มหาทีมใหม่ทันที
แต่พวกที่ขู่ย้ายทีมเพื่อเรียกค่าเหนื่อยนี่สิ...
พวกเขาตกที่นั่งลำบาก เพราะพวกเขาไม่ได้เก่งถึงขั้นที่ทีมอื่นจะยอมจ่ายค่าตัวแพง ๆ ให้ หากประธานสโมสรทำจริงอย่างที่พูด พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องไปอยู่ในทีมสำรอง ซึ่งหมายถึงการดับอนาคตในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ
เมื่อคิดได้แบบนี้ พวกเขาก็เริ่มเสียใจและสาปแช่งตัวเองที่หลงคิดแต่เรื่องเงิน
ถึงจะยังมีค่าเหนื่อยจากทีมสำรองอยู่ แต่ถ้าต้องติดแหง็กอยู่ที่นั่นหลายปี อาชีพนักฟุตบอลของพวกเขาก็จบเห่แน่นอน เมื่อหมดสัญญาแล้ว จะไปหาทีมใหม่ก็ยาก เงินที่สะสมมาก็ไม่พอให้ใช้ไปทั้งชีวิต พวกเขาจะเอายังไงต่อดี?
สุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจหาทางออกด้วยการปลุกปั่นแฟนบอล
การที่สโมสรล้างบางนักเตะทีมชุดใหญ่ขนาดนี้ มันเป็นการกระทำที่บ้าบอโดยสิ้นเชิง ต่อให้มีแผนซื้อนักเตะใหม่เข้ามา แต่ในช่วงเวลานี้มันดูแย่มาก ถ้าพวกเขาปล่อยข่าวให้แฟนบอลรู้ เชื่อว่าแฟนบอลจะต้องลุกฮือขึ้นมาต่อต้านแน่นอน
ถ้าพวกเขากระตุ้นให้แฟนบอลกดดันสโมสรได้ ประธานสโมสรก็อาจต้องยอมอ่อนข้อให้ สุดท้ายพวกเขาอาจได้อยู่ต่อ หรือไม่ก็ถูกขายออกไปในราคาถูก ซึ่งอย่างหลังถือว่าเป็นทางออกที่ดีกว่าการไปเล่นกับเด็ก ๆ ในทีมสำรองแน่ ๆ
ดังนั้น พวกเขาจึงแอบส่งข่าวไปให้ Nottingham Post ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นที่มักเข้าข้างทีม น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ มากกว่าน็อตต์สเคาน์ตี้
ไม่นาน ข่าวเรื่องการกวาดล้างครั้งใหญ่ของทีมก็ถูกตีพิมพ์ และกลายเป็นหัวข้อข่าวที่ร้อนแรงที่สุดในน็อตติงแฮม
แฟนบอลของฟอเรสต์ต่างพากันหัวเราะเยาะศัตรูร่วมเมือง
“นี่มันเป็นการบริหารทีมที่โง่ที่สุดในโลกแล้ว!”
ต้องเข้าใจก่อนว่า นักเตะทีมชุดใหญ่ของน็อตต์สเคาน์ตี้ยังมีฝีเท้าที่เหมาะสมกับระดับลีกอย่างน้อยก็ในลีกทู เพราะพวกเขาสามารถยืนหยัดอยู่ในลีกนี้ได้อย่างมั่นคง แม้จะไม่สามารถเลื่อนชั้นได้ แต่การจบอันดับที่ 8 สองฤดูกาลติดต่อกันก็คือหลักฐานที่ดีที่สุด
แต่ตอนนี้สโมสรกลับตัดสินใจโละนักเตะที่มีศักยภาพระดับลีกทูออกไปทั้งหมด แล้วฤดูกาลหน้าคิดจะใช้แค่นักเตะหน้าใหม่ไม่กี่คน บวกกับเด็กจากทีมเยาวชนลุยศึกอย่างนั้นเหรอ?
นี่มันโอกาสทองในการหัวเราะเยาะศัตรูร่วมเมืองชัด ๆ! ไม่แน่ว่าหลังจบฤดูกาลหน้า พวกเราอาจจะไม่ได้เห็นพวกเขาในลีกทูอีกเลยก็ได้ เพราะน็อตต์สเคาน์ตี้มีแต่จะตกชั้นเท่านั้น!
(โปรดติดตามตอนต่อไป!)