บทที่ 11 เผชิญหน้ากันตรง ๆ

บทที่ 11 เผชิญหน้ากันตรง ๆ

ต่างจากแฟนบอลน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ที่ดีใจกันใหญ่ แฟนบอลน็อตต์สเคาน์ตี้กลับรู้สึกเหมือนหัวใจสลาย พวกเขาไม่อยากเชื่อเลยว่าทีมจะตัดสินใจโง่เง่าขนาดนี้

เมื่อไม่กี่วันก่อน พวกเขายังดีใจที่ทีมทุ่มเงินมหาศาลคว้าตัวกัปตันทีมจากลาลีกา ในมุมมองของพวกเขา แค่เก็บขุมกำลังหลักจากฤดูกาลที่แล้วไว้ แล้วเสริมทัพอีกไม่กี่ตำแหน่ง โอกาสเลื่อนชั้นก็จะสูงขึ้นมาก ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี บางทีฤดูกาลหน้า พวกเขาอาจจะได้เห็นทีมรักเลื่อนชั้นไปเล่นในลีกวัน เคียงข้างกับคู่แข่งร่วมเมือง

การได้สั่งสอนทีมคู่ปรับในสนามคือความฝันที่พวกเขาเฝ้ารอมากว่าสิบปี

แต่ใครจะคิดว่าทันทีที่พวกเขากระพริบตา นักเตะทีมชุดใหญ่กลับหายไปหมด! อ้อ ไม่หมดเสียทีเดียว ยังเหลืออยู่คนหนึ่ง... ฮาเวียร์ อลอนโซ่ นักเตะที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่

แล้วแค่มีนักเตะระดับลาลีกาอยู่คนเดียวจะทำอะไรได้?

หรือว่าสื่อพูดถูกกันแน่... ฤดูกาลหน้าน็อตต์สเคาน์ตี้จะต้องพึ่งอลอนโซ่ นำเด็ก ๆ จากทีมเยาวชนลงเล่นในลีกทูอย่างนั้นเหรอ?

ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเขายอมให้ทีมไม่ต้องเสียเงินซื้อตัวอลอนโซ่มายังจะดีเสียกว่า แล้วนำเงินก้อนนี้ไปใช้รั้งนักเตะที่มีอยู่แทน

แฟนบอลนับไม่ถ้วนรวมตัวกันประท้วง พากันไปยืนถือป้ายอยู่หน้าสนามซ้อมและสำนักงานใหญ่ของสโมสร เพื่อสนับสนุนนักเตะที่พวกเขามองว่าอุทิศตนเพื่อทีมมาโดยตลอด แต่กลับไม่ได้รับผลตอบแทนที่คู่ควร

เดวิดยืนมองแฟนบอลจากหน้าต่าง ไม่ได้รู้สึกโกรธเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับทำให้เขารู้สึกดี เพราะอย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าทีมยังมีความสำคัญกับพวกเขา ถ้าไม่มีใครสนใจสโมสรเลย นั่นแหละถึงจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้า

แม้จะเป็นการประท้วง แต่แฟนบอลก็ไม่ได้ใช้วิธีที่รุนแรง เดวิดจึงให้ทีมงานจัดเตรียมร่มบังแดดและเครื่องดื่มเย็น ๆ ไปให้พวกเขา เขาไม่อยากให้แฟนบอลที่น่ารักเหล่านี้ต้องทนทุกข์ทรมานกลางแดดร้อน ๆ

บางทีทางออกที่ดีที่สุดอาจเป็นการลงไปพูดคุยกับแฟนบอลด้วยตัวเอง แต่เดวิดก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่าย การอธิบายด้วยคำพูดไม่อาจมีผลได้เท่ากับการกระทำที่เป็นรูปธรรม

เขาติดต่อเควิน ไวท์ นักข่าวจาก Nottingham Evening Post ซึ่งเป็นแฟนบอลตัวยงของน็อตต์สเคาน์ตี้ ทั้งสองพูดคุยกันในห้องทำงานของเดวิดเป็นเวลานาน

วันรุ่งขึ้น Nottingham Post ซึ่งเป็นสื่อที่เอนเอียงไปทางน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ก็ยังคงเดินหน้าตีข่าวโจมตีน็อตต์สเคาน์ตี้ วิพากษ์วิจารณ์การบริหารของสโมสรอย่างเผ็ดร้อน พร้อมทั้งคาดการณ์ว่า ทีมที่ขายนักเตะตัวหลักออกไปจนหมดจะต้องตกชั้นภายในเดือนกันยายนแน่นอน

ขณะเดียวกัน Nottingham Evening Post ก็ได้เผยแพร่ข่าวการเซ็นสัญญาของสโมสร

  • คว้าตัวเดิร์ก เค้าท์ จากอูเทร็คท์ในเอเรดิวิซี ด้วยค่าตัว 1.2 ล้านยูโร
  • คว้าตัวอันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ จากเอ็มโปลีในเซเรีย บี ด้วยค่าตัว 300,000 ยูโร
  • คว้าตัวดาบิด บีย่า จากเรอัล ซาราโกซ่าในเซกุนด้าดิวิซิออน ด้วยค่าตัว 500,000 ยูโร

ข่าวการย้ายทีมเหล่านี้เหมือนเป็นการตบหน้าบรรดาสื่อที่กล่าวหาว่าน็อตต์สเคาน์ตี้กำลังจะล่มสลาย

แฟนบอลของทีมเริ่มกลับมามีความหวัง อย่างน้อยก็ชัดเจนว่าสโมสรไม่ได้ตั้งใจจะใช้แต่นักเตะเยาวชนลุยศึกลีกทู นี่ไม่ใช่การขายนักเตะโดยไม่มีแผนการ เพราะพวกเขากำลังดึงตัวผู้เล่นใหม่เข้ามาเติมเต็มทีม

ลองดูสามกองหน้าที่เพิ่งเซ็นสัญญาเข้ามาสิ อย่างน้อยก็เป็นนักเตะระดับลีกสูงสุดและลีกสองของ 5 ลีกใหญ่ในยุโรป แน่นอนว่าพวกเขาเก่งกว่ากองหน้าชุดก่อนของทีมอยู่แล้ว สโมสรไม่ได้ทำอะไรตามอำเภอใจ แต่เป็นเพราะนักเตะชุดเก่ามีฝีเท้าไม่ถึงมาตรฐาน

เมื่อเห็นข่าวนี้ ทางฝั่ง Nottingham Post ก็แทบจะควันออกหู

"ฉันไม่ตีข่าว สโมสรแกก็ไม่เปิดตัวนักเตะใหม่"
"ฉันตีข่าวด่าสโมสร แกก็รีบเปิดตัวนักเตะใหม่มาสวนกลับทันที!"
"นี่มันตั้งใจจะเล่นงานกันชัด ๆ ไม่ใช่หรือไง!?"

ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห นี่มันเป็นการตบหน้ากันอย่างเปิดเผยแบบไม่มีเยื่อใยเลย!

พวกเขาจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่าย ๆ ได้ยังไง? ถึงแม้จะไม่ได้คำนึงถึงความสัมพันธ์กับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ แต่ Nottingham Post ก็พร้อมจะเล่นงานน็อตต์สเคาน์ตี้แบบสุดทางอยู่แล้ว

วันต่อมา Nottingham Post ตีพิมพ์บทความวิจารณ์อีกครั้ง คราวนี้พวกเขาหยิบยกประเด็นแท็กติกมาโจมตี

ใจความหลักของบทความคือ "ฟุตบอลไม่ได้ตัดสินกันที่กองหน้า ต่อให้คุณมีดาวยิงเก่งแค่ไหน ถ้าไม่มีมิดฟิลด์คอยสนับสนุนก็ไม่มีความหมาย ต่อให้เป็นกองหน้าระดับลีกสูงสุดก็ไม่มีประโยชน์อะไร!"

สุดท้าย น็อตต์สเคาน์ตี้ก็ไม่อาจหลีกหนีชะตากรรมตกชั้นได้อยู่ดี สโมสรแห่งนี้กำลังเดินไปสู่หายนะอย่างไม่มีวันหวนกลับ

"จำไว้ให้ดีว่า ทีมที่ควบคุมแดนกลางได้ คือทีมที่ครองความยิ่งใหญ่!"

พูดตามตรง บทความของ Nottingham Post ก็ดูมีเหตุผลอยู่เหมือนกัน

แฟนบอลฟอเรสต์พากันเฮลั่น พวกเขาชอบทุกอย่างที่เป็นการเยาะเย้ยศัตรูร่วมเมือง

ส่วนแฟนบอลน็อตต์สเคาน์ตี้ก็เริ่มมีความกังวล ถ้าทีมเน้นแต่การดึงกองหน้ามาเสริมทัพโดยไม่คิดถึงแดนกลางจริง ๆ นั่นอาจเป็นปัญหาใหญ่

อินเตอร์ มิลาน ไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีหรอกหรือ? โมรัตติ เจ้าของทีมอินเตอร์ ชอบสะสมกองหน้าไว้เต็มทีม แต่ผลลัพธ์ล่ะ? อินเตอร์ก็ยังไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้อยู่ดี

แต่แล้ววันถัดมา น็อตต์สเคาน์ตี้ก็ประกาศเซ็นสัญญานักเตะแดนกลางอีกระลอก

อันเดรส อิเนียสต้า, เวสลีย์ สไนเดอร์, ราอูล เมเรเลส, ฟร้องค์ ริเบรี่, เซเว่น มิโซโมวิช และคริสเตียน มาจโจ้

แม้แต่ละคนจะไม่ได้มีค่าตัวสูงมาก แต่เมื่อรวมกันแล้ว สโมสรลงทุนไปกว่า 2.5 ล้านยูโร ซึ่งเป็นงบประมาณที่ทีมในลีกทูส่วนใหญ่ใช้กันทั้งฤดูกาล!

พอรวมกับ ฮาเวียร์ อลอนโซ่ ที่เซ็นสัญญามาก่อนหน้านี้ ตอนนี้แผงมิดฟิลด์ของน็อตต์สเคาน์ตี้ก็พร้อมสมบูรณ์แบบแล้ว ทำให้บทความของ Nottingham Post กลายเป็นเรื่องน่าขำไปในทันที

(โปรดติดตามตอนต่อไป!)



ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 11 เผชิญหน้ากันตรง ๆ

ตอนถัดไป