บทที่ 43 - บทที่ 44
บทที่ 43 – แบล็คเบิร์น
ทันทีที่เดวิดกลับมาถึงอังกฤษจากสหรัฐฯ เขาก็ได้รับสายโทรศัพท์จาก เฟร์ราน โซเรียโน่—ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั้งเหนือความคาดหมายและอยู่ในความคาดหมายของเขา
ข่าวดีคือ โซเรียโน่ตอบรับตำแหน่งซีอีโอของน็อตต์สเคาน์ตี้แล้ว
หลังจากจัดการธุระกับต้นสังกัดเรียบร้อย เขาจะย้ายมาอังกฤษพร้อมครอบครัวภายในสองสัปดาห์
เดวิดดีใจสุด ๆ เพราะในยุคนี้ การจะหาซีอีโอระดับท็อปนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
พวกที่มีชื่อเสียงล้วนทำงานให้กับทีมใหญ่ ไม่มีทางที่พวกเขาจะย้ายมาร่วมงานกับน็อตต์สเคาน์ตี้ที่ยังอยู่ในลีกทูได้
แต่โซเรียโน่เป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง และเดวิดก็ฉกตัวเขาไว้ได้ก่อนใคร
เขารีบบอกโซเรียโน่ว่าให้มาถึงอังกฤษเร็วที่สุด เพราะมีสองโปรเจกต์ใหญ่ที่รอเขาอยู่—
หนึ่งคือการสร้างสนามซ้อมใหม่ของทีม
สองคือการก่อสร้างสนามเหย้าแห่งใหม่
ระหว่างที่เดวิดอยู่ในอเมริกา ทีมลงแข่งในลีกทูไปสองนัด
น็อตต์สเคาน์ตี้พบกับแบล็คพูลและวีแกน แอธเลติก ซึ่งพวกเขาสามารถเอาชนะได้ทั้งสองนัด
ชนะ 7 นัดติดต่อกัน และขึ้นเป็นรองจ่าฝูง
ตามหลังจ่าฝูงอย่างไบรท์ตันเพียง 2 แต้ม
แม้ว่าไบรท์ตันจะเป็นทีมน้องใหม่ที่เลื่อนชั้นขึ้นมา แต่พวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม
ลงแข่ง 9 นัด ชนะ 8 แพ้ 1 โดยที่แพ้แค่น็อตต์สเคาน์ตี้ทีมเดียว
อย่างไรก็ตาม เดวิดและเลิฟไม่ได้กังวลเกี่ยวกับไบรท์ตันเลย
ตราบใดที่ทีมไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน พวกเขาจะแซงขึ้นเป็นจ่าฝูงได้แน่นอน
เพราะสุดท้ายแล้ว ไบรท์ตันก็คือทีมที่พวกเขาเคยเอาชนะมาแล้ว
น็อตต์สเคาน์ตี้กำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ทำให้เลิฟเริ่มมีความทะเยอทะยานมากขึ้นในศึกฟุตบอลถ้วย
ผลการจับสลาก คาราบาวคัพรอบที่ 3 ออกมาแล้ว น็อตต์สเคาน์ตี้ต้องเจอกับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
นี่ทำให้เลิฟแอบเซ็งเล็กน้อย เพราะทีมต้องเจอกับทีมพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เพิ่งเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาพรีเมียร์ลีก พวกเขาอาจไม่ใช่ทีมที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ยังมีประสบการณ์ในลีกสูงสุด
หกปีก่อน พวกเขายังเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอยู่เลย
แต่เลิฟไม่คิดจะยอมแพ้ ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นทีมไหน เขาก็พร้อมสู้เต็มที่
และเขารู้ว่า แบล็คเบิร์นอาจไม่ได้จริงจังกับถ้วยนี้มากนัก
เป้าหมายหลักของพวกเขาคือการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก
ตอนนี้แบล็คเบิร์นรั้งอันดับกลางตารางพรีเมียร์ลีก ชนะ 3 แพ้ 2 ยังไม่ถึงขั้นเสี่ยงตกชั้น แต่ก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่มั่นคง
พวกเขาคงต้องโฟกัสกับลีกมากกว่าบอลถ้วยแน่ ๆ
ก่อนถึงเกมคาราบาวคัพ น็อตต์สเคาน์ตี้ต้องแข่งในลีกอีก 3 นัด
นัดแรกพบกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้
ในเกมนี้ เลิฟเลือกพักผู้เล่นตัวหลักหลายคน ส่งผู้เล่นสำรองลงสนาม
คาร์ดิฟฟ์คิดว่าน็อตต์สเคาน์ตี้ยอมแพ้ไปแล้ว
แต่เดวิดรู้ดีว่า แม้จะเป็นทีมสำรอง แต่นักเตะเหล่านี้คืออนาคตของวงการฟุตบอล และพวกเขาแข็งแกร่งพอ ๆ กับตัวจริง
คาร์ดิฟฟ์เปิดเกมด้วยความมั่นใจ แต่พวกเขากลับถูกน็อตต์สเคาน์ตี้ไล่บุกแบบไม่ให้หายใจทันที
พวกเขาพยายามจะเปิดเกมบุกแลกหมัด แต่สุดท้ายต้องถอยร่นไปตั้งรับแทบทั้งเกม
คาร์ดิฟฟ์เลือกอุดเต็มที่
พวกเขาต้องการรักษาสกอร์ 0-0 ไว้ให้ได้ เพราะแค่เสมอกับน็อตต์สเคาน์ตี้ก็ถือเป็นความสำเร็จแล้ว
แต่เดวิดที่นั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรองกลับรู้สึกหงุดหงิด
ตลอดทั้งเกม น็อตต์สเคาน์ตี้พยายามเจาะแนวรับของคาร์ดิฟฟ์อย่างหนัก
พวกเขายิงไปทั้งหมด 39 ครั้ง
แต่บางลูกข้ามคาน
บางลูกโดนบล็อกโดยกองหลัง
บางลูกโดนนายประตูเซฟไว้ได้
และอีกสองครั้ง บอลชนเสา
เมื่อเข้าสู่ช่วงทดเวลา ฮาลิล อัลตินท็อป ได้ยิงจากหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งเฉียดเสาออกไป
กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา
น็อตต์สเคาน์ตี้ 0-0 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้
แม้จะครองเกมได้ทั้งหมด แต่ผลเสมอ 0-0 ทำให้น็อตต์สเคาน์ตี้เสียตำแหน่งรองจ่าฝูง
ไบรท์ตันชนะอีกนัด นำห่างออกไป
แมนส์ฟิลด์ชนะ แซงน็อตต์สเคาน์ตี้ขึ้นไปที่ 2
ตอนนี้ น็อตต์สเคาน์ตี้รั้งอันดับ 3 ของตาราง
นักเตะรู้สึกหดหู่ เพราะพวกเขาเล่นได้ดีกว่า แต่กลับเก็บได้แค่ 1 คะแนน
เดวิดและเลิฟเดินเข้าไปในสนาม และบอกลูกทีมว่า
"มันก็แค่เกม ๆ หนึ่ง ไม่ใช่วันสิ้นโลก"
"จำไว้นะ เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับทีมที่จอดรถบัสแบบนี้ให้มากขึ้น เพราะพวกมันจะทำแบบนี้อีกแน่ ๆ"
เขารู้ดีว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่น็อตต์สเคาน์ตี้แข็งแกร่งขึ้น ทีมอื่นจะเลือกมาอุดใส่แน่นอน
หลังจากที่แซงขึ้นไปอยู่อันดับ 2 จิโน่ โปซโซ่ ประธานสโมสรแมนส์ฟิลด์ก็รีบออกมาคุยโวทันที
"ฤดูกาลนี้ แมนส์ฟิลด์จะเลื่อนชั้นแน่นอน!"
"เหมือนกับที่เรานำหน้าน็อตต์สเคาน์ตี้ตอนนี้ เราจะไล่แซงไบรท์ตัน และคว้าแชมป์ลีกทู!"
"น็อตต์สเคาน์ตี้ไม่มีอะไรพิเศษเลย แค่ช่วงแรกทีมอื่นยังจับทางพวกมันไม่ได้เท่านั้นเอง!"
"แต่ตอนนี้ทุกทีมรู้แล้วว่าต้องเล่นยังไงกับพวกมัน! ดูจากเกมกับคาร์ดิฟฟ์ก็รู้แล้ว มันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นหรอก!"
(จบบทนี้)
บทที่ 45 – ชนะก็ลำบาก แพ้ก็ลำบาก