บทที่ 05.ในชีวิตของข้า ขอมีเพียงพี่ชายก็พอ
บทที่ 05.ในชีวิตของข้า ขอมีเพียงพี่ชายก็พอ
【คุณริเริ่มการจัดระเบียบยอดเขาเสินเจี้ยน ศิษย์หญิงจากหอหลอมโอสถของยอดเขาเสินเจี้ยนถูกลงโทษให้เป็นคนก่อไฟเป็นเวลาสามเดือน เพียงเพราะนางก้าวเท้าซ้ายเข้าหอหลอมโอสถก่อน】
【ศิษย์คนอื่นต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว และพากันก้าวเท้าขวาเข้าไปก่อน】
【คุณทุ่มเทให้กับการฝึกตน และต้อนรับวันปีใหม่ครั้งแรกหลังจากเข้าร่วมสำนักเทียนเจี้ยน คุณตัดสินใจที่จะอยู่ในถ้ำและฉลองปีใหม่ร่วมกับน้องสาวของคุณ ซวี่โม่ลี่ คุณทำอาหารมื้อใหญ่แสนอร่อย】
【เด็กหญิงมีความสุขมาก กินอาหารเข้าไปคำแล้วคำเล่า】
โลกในฤดูหนาวเต็มไปด้วยความอ้างว้าง
ใบไม้ร่วงหล่น ดอกไม้เหี่ยวเฉา ป่าที่เคยเขียวขจีกลับเหลือเพียงกิ่งก้านเปลือยเปล่า แกว่งไกวในสายลมหนาว สะสมหิมะทีละชั้นจนกลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์
ซวี่ซีไม่ได้ชอบฤดูหนาวมากนัก โดยเฉพาะหลังจากเข้าสู่โลกจำลอง ตลอดห้าปีที่ซวี่ซีใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหินดำ รายได้ของเขาช่างน้อยนิด ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดเพื่อหาเลี้ยงตนเองและน้องสาว แน่นอนว่า พวกเขาไม่มีเงินเหลือพอที่จะซื้อถ่านไม้ไว้ให้ความอบอุ่น
ในตอนนั้น ซวี่ซีทำได้เพียงออกไปเก็บเศษถ่านที่ตกหล่นบนถนน หรือหากิ่งไม้แห้งนำกลับมาเผาเป็นกองไฟเล็กๆ ได้เท่านั้น
ซวี่ซียังจำได้ดี ในวันที่หิมะโปรยปรายและลมหายใจเต็มไปด้วยละอองน้ำแข็ง ทุกวันจะมีร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่ง นั่งยอง ๆ ตัวสั่นงันงกอยู่หน้ากระท่อม รอคอยการกลับมาของซวี่ซี
เมื่อซวี่ซีกลับถึงบ้าน เด็กหญิงจะรีบใช้มือเล็ก ๆ ของนางถูมือเขาอย่างแรง แล้ววางลงบนแก้มที่เย็นเฉียบของเขาเพื่อให้ความอบอุ่น พร้อมกับรอยยิ้มสดใสที่ต้อนรับการกลับมาของเขา
ลมหนาวยังคงกัดกร่อนทุกสรรพสิ่ง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย แต่ในช่วงเวลานั้น ทุกวันซวี่ซียังคงได้รับความอบอุ่นชั่วคราว และยังสามารถก้าวเดินต่อไปได้
บัดนี้ เมื่อซวี่ซีเข้าสู่สำนักเทียนเจี้ยนในฐานะผู้มีรากวิญญาณบริสุทธิ์ และมีถ้ำเป็นของตนเอง เขาไม่ต้องกังวลกับลมหนาวอีกต่อไป แต่เมื่อมองดูหิมะที่โปรยปราย เขาก็ยังเผลอเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง หวนคิดถึงความยากลำบากในอดีต
"พี่ชาย!"
เสียงใสๆของเด็กหญิงดึงซวี่ซีกลับออกมาจากภวังค์
"พี่อยู่นี่ มีอะไรเหรอ?"
"ถ้าพี่ยังไม่กิน อาหารจะเย็นหมดแล้วนะ"
ซวี่โม่ลี่ วัย 6 ขวบ แสร้งทำหน้าจริงจัง พลางชี้นิ้วเล็ก ๆ ของนางแล้วกล่าวเตือนว่า
"ทำแบบนี้ไม่ได้นะ ต้องกินตอนที่มันยังร้อนอยู่สิ!"
ซวี่ซีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มแล้วตอบว่า
"ได้สิ"
ตะเกียบไขว้กันไปมา ทั้งคู่คีบอาหารให้กันโดยไม่ต้องพูดอะไร
ก่อนที่ฤดูใบไม้ผลิจะมาเยือน แม้ว่าฤดูหนาวจะโหดร้าย แต่ตราบใดที่เราอยู่ด้วยกัน เราก็จะสามารถรอคอยการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิได้เสมอ
【คุณกับน้องสาวใช้เวลาร่วมกันอย่างอบอุ่นในวันปีใหม่】
【ในช่วงเวลาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ คุณผนึกพลังวิญญาณบริสุทธิ์จนก่อรากฐานได้อย่างสมบูรณ์ ทำลายสถิติการสร้างรากฐานที่เร็วที่สุดของสำนักเทียนเจี้ยน คุณจึงกลายเป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน】
【คุณได้รับรางวัลจากอาจารย์หลี่หว่านโซ่ว ได้รับกระบี่บินชั้นยอดและอาวุธป้องกันที่เข้าชุดกัน】
【คุณไม่ลืมสัญญาที่ได้ให้ไว้กับน้องสาวของคุณ หลังจากได้กระบี่บิน คุณได้พาน้องสาวเหินขึ้นฟ้าไปด้วยกัน เมื่อถามว่านางรู้สึกอย่างไร นางเพียงตอบว่ามีความสุขที่ได้บินไปกับพี่ชาย】
【ฤดูหนาวผ่านพ้น ฤดูใบไม้ผลิหวนคืน ทุกสรรพสิ่งเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง】
【ในฐานะผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน คุณต้องรับผิดชอบมากขึ้นภายในสำนัก เพื่อให้น้องสาวไม่เหงา และเพื่ออนาคตของนาง คุณส่งนางไปเข้าเรียน】
【วันแรกที่เข้าเรียน น้องสาวของคุณมองคุณด้วยดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา คิดว่าคุณจะทอดทิ้งนาง แต่สุดท้ายก็สามารถคลายความเข้าใจผิดลงได้】
【หลังจากนั้นไม่นาน น้องสาวของคุณก็ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมาย นางเฉลียวฉลาดเป็นพิเศษ คุณยินดีในเรื่องนี้มาก เพียงแต่สิ่งที่ทำให้คุณกังวลคือน้องสาวของคุณดูเหมือนจะเป็นเด็กเก็บตัว และไม่มีเพื่อนในวัยเดียวกันเลย】
【คุณกังวลเกี่ยวกับอนาคตของน้องสาว】
"พี่ชาย ชีวิตนี้มันยาวไหม?"
"ยาวสิ"
"แล้วชีวิตนี้มันสั้นไหม?"
"ก็สั้นนะ"
"เอ๋? ทำไมมันมีทั้งยาวทั้งสั้นล่ะ? ฟังดูแปลกจัง"
"ก็นั่นแหละคือชีวิต"
เด็กหญิงขมวดคิ้วอย่างงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะให้คำตอบของตัวเอง
"ชีวิตมันยุ่งยากจังเลย... โม่ลี่แค่อยากอยู่กับพี่ชายก็พอ ไม่เห็นต้องมีเพื่อนก็ได้"
【เด็กผู้หญิงก็มีมาตรฐานของตัวเอง คุณทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยไปตามนั้น】
【กาลเวลาผ่านไป คุณและเด็กหญิงใช้ชีวิตร่วมกันในสำนักเทียนเจี้ยนปีแล้วปีเล่า ความสัมพันธ์ของพวกคุณก็แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น】
【ในปีที่เจ็ดหลังจากที่คุณทะลุมิติมา คุณมีอายุ 13 ปีแล้ว และการฝึกตนของคุณก็พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น เด็กหญิงก็อายุ 7 ปีแล้ว และสามารถเรียนจบทุกหลักสูตรในโรงเรียนได้ภายในหนึ่งปี】
【ในปีที่แปดของการทะลุมิติ คุณมีอายุ 14 ปี และได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นกลางของระดับสร้างรากฐาน ในมือถือกระบี่เถาวัลย์แห้งสังหารผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำปลอม ถึงกับมีคนตั้งฉายาให้กับคุณว่าเป็นผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำล่วงหน้า แต่คุณกลับไม่รู้สึกอะไรเลย】
【เด็กหญิงที่อายุ 8 ปี เริ่มช่วยคุณจัดการกับงานจิปาถะของยอดเขาเสินเจี้ยน ด้วยรูปร่างหน้าตาที่น่ารักของนาง นางเป็นที่รักของศิษย์ทุกคนบนยอดเขา】
【ในปีที่เก้าของการทะลุมิติ คุณมีอายุ 15 ปี ได้เติบโตขึ้นอย่างแท้จริง หลุดพ้นจากภาพลักษณ์ที่ยังเยาว์วัยในอดีต ไม่ว่าคุณจะไปที่ใด ล้วนได้รับคำชื่นชมจากทั้งผู้อาวุโสและศิษย์รุ่นเยาว์ คุณได้ก้าวข้ามผู้ฝึกตนในรุ่นเดียวกัน และกลายเป็นดาวรุ่งแห่งเส้นทางสายธรรมะ】
【เด็กหญิงอายุ 9 ปี แม้ว่านางจะไม่มีพรสวรรค์ด้านการฝึกตน แต่ก็ตั้งใจช่วยคุณบริหารยอดเขาเสินเจี้ยน และนางก็ทำได้ดีมาก】
【สิบปีหลังจากทะลุมิติ คุณมีอายุ 16 ปี และเด็กหญิงมีอายุ 10 ปี】
เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า
ทุกสิ่งค่อย ๆ ดีขึ้นทีละนิด
ซวี่ซีพึงพอใจกับชีวิตแบบนี้มาก
เขาไม่เพียงแต่แข็งแกร่งขึ้นและเพิ่มคะแนนรางวัลของโลกจำลอง แต่ยังสามารถดูแลซวี่โม่ลี่ได้อย่างดี ทำให้เด็กหญิงคนนี้มีชีวิตที่ดีขึ้น
แม้ว่าเขาจะรู้ว่านี่เป็นเพียงโลกจำลองที่ไม่ใช่ความจริง แต่ประสบการณ์ที่แบ่งปันกัน และความรู้สึกที่เกิดขึ้น ล้วนแต่เป็นของจริง
ดังนั้นซวี่ซีจึงอยากจะทำให้ชีวิตของเด็กหญิงดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
"เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ..."
"แค่พริบตาเดียว ก็เข้าสู่ปีที่สิบแล้ว วันเกิดปีที่สิบของโม่ลี่ก็มาถึงแล้ว"
"รู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง ที่พี่ได้พบกับเจ้าขณะที่หลบหนีจากภัยอดอยาก..."
นี่เป็นปีที่สิบของซวี่ซีในโลกจำลอง เขาอายุ 16 ปีแล้ว ซวี่ซีเงยหน้ามองดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า รู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย ก่อนจะเหาะกลับไปยังถ้ำของตนโดยใช้กระบี่บิน เตรียมนำของขวัญวันเกิดไปให้กับน้องสาวที่น่ารัก
ทุกอย่างช่างงดงาม ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี มันควรที่จะเป็นเช่นนั้น...
"อืม... พี่ชาย...?"
"โม่ลี่เจ็บเหลือเกิน..."
เมื่อซวี่ซีเดินกลับเข้าไปในถ้ำ เขากับไม่พบร่างเล็กๆ ที่มักจะรอคอยเขาอยู่เป็นประจำ
เมื่อเดินเข้าไปอีกไม่กี่ก้าว เขาก็เห็นเด็กหญิงนอนอยู่บนพื้น ใบหน้าของนางซีดเผือด ที่มุมปากมีเลือดไหลซึมออกมา เปื้อนที่ริมฝีปากของนางจนเป็นสีแดงเข้มแปลกตา ดูแย่มาก ดูอันตรายเกินไป ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ละเลยไปไม่ได้
"โม่ลี่!"
ซวี่ซีรีบพุ่งเข้าไปหาน้องสาวของเขาอย่างรวดเร็ว หยิบสมุนไพรและโอสถรักษาทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวออกมา ทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตของนาง
โชคดีที่มันได้ผล หลังจากที่นางหลับไปได้ครึ่งชั่วโมง ซวี่โม่ลี่วัยสิบปีก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา นางมองซวี่ซีอย่างอ่อนแรง พยายามยิ้มให้ และพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"โม่ลี่รู้...ว่าพี่ชาย...ต้องมาช่วยโม่ลี่แน่ ๆ"
"เพราะแบบนั้น โม่ลี่ถึงได้รอ..."
"ดีจัง...ในที่สุด โม่ลี่ก็รอจนพี่ชายกลับมาในวันนี้..."