บทที่ 13.การเผาไหม้ครั้งสุดท้าย
บทที่ 13.การเผาไหม้ครั้งสุดท้าย
“เรื่องนี่มันเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า?”
“สิ่งที่เจ้าทำเพื่อนางยังไม่มากพออีกหรือ?”
“ตอนนี้แม้แต่จะเดินเจ้ายังไม่มีปัญญา แล้วจะเอาอะไรไปช่วยคนอื่น?”
“ยอมแพ้เถอะ หยุดการจำลองนี้ซะ เจ้าไม่จำเป็นต้องทุ่มเทถึงขนาดนี้เพื่อใครบางคนที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง”
เพียงชั่วพริบตาเดียว ความคิดมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของ ซวี่ซี แต่ละความคิดล้วนมีเหตุผลสมควรให้เขาเพิกเฉยต่อสงครามครั้งใหญ่ระหว่างฝ่ายธรรมะและ ฝ่ายมารในครั้งนี้ได้อย่างไม่รู้สึกผิดอะไร
ร่างกายของเขาปวดร้าวและชักกระตุก
จิตใจเหนื่อยล้าแทบทนไม่ไหว
ผลข้างเคียงจากการเผาผลาญรากวิญญาณ พลังบำเพ็ญเพียร และอายุขัยของเขา
ทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอดสามปีที่ผ่านมา
และในวันสุดท้ายของชีวิตนี้ ร่างกายของเขาทรุดโทรมจนแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังแทบจะจำไม่ได้ ใบหน้าซีดขาว แขนที่เหี่ยวแห้ง ช่วงล่างไร้ความรู้สึก อาการคันลึกเข้าไปถึงกระดูก ราวกับมีสัตว์เลื้อยคลานจำนวนมากกำลังไต่อยู่ภายในร่าง ความเจ็บปวดที่บีบรัดกล้ามเนื้อของเขา เป็นเหมือนมีดคมกริบที่เฉือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“สภาพแบบนี้… แย่จริงๆ นั่นแหละ…”
ซวี่ซีฝืนทนกับความเจ็บปวด พยายามบังคับร่างกาย ใช้พลังเฮือกสุดท้ายของร่างกายที่อ่อนล้า แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้มันเจ็บเหลือเกิน และเขาก็อยากจะยอมแพ้เต็มที
เสียงอื้ออึงดังสะท้อนอยู่ในหู เหมือนเป็นคำเตือนเร่งเร้าว่าร่างกายของเขากำลังจะถึงขีดจำกัด สายตาเริ่มพร่าเลือนและถูกกลืนกินด้วยสีแดง ร่างกายที่แทบจะพังทลาย ไม่อาจจะฝืนทนได้อีกต่อไป เลือดไหลทะลักออกมาจากหู ตา ปาก และจมูก ของเขาเลอะเปรอะเปื้อนใบหน้า
ในฟันเปื้อนเลือดแดงฉาน ริมฝีปากแค่เพียงเผยอออกมาก็จะมีเลือดไหลซึมออกมา จนแผ่นเตียงใต้ร่างเขาเปื้อนไปด้วยกลีบดอกไม้สีเลือดเย็นเยียบและแปลกประหลาด
“อั่ก… อ้าา—”
เสียงร้องทรมานปะปนกับฟองเลือด ซวี่ซีไม่อาจทนต่อไปได้อีกแล้ว ความเจ็บปวดนี้เกินกว่าที่มนุษย์จะรับไหว เขาทรมานจนไม่อยากจะอดทนต่อไปอีกแม้แต่วินาทีเดียว
อยากจะปล่อยให้ความเจ็บปวดกลืนกินสติ
แล้วยอมแพ้ และจบการจำลองครั้งนี้เสียที
แต่ในความพร่าเลือนของสายตา เงาร่างที่คุ้นเคยพลันปรากฏขึ้นจากเด็กทารกเติบโตเป็นหญิงสาว จากสุขภาพแข็งแรงกลายเป็นอ่อนแอ
“พี่ชาย…โม่ลี่อยากหาเงินให้พี่เยอะๆ เลย!”
“โม่ลี่รักพี่ที่สุดเลย!”
“พี่…โม่ลี่จะต้องตายไหม?”
ความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาในหัว ดวงตาของซวี่ซีกลับมามีประกายอีกครั้ง
“โม่ลี่ยังรอให้ข้าไปช่วย ข้าจะยังตายที่นี่ไม่ได้”
เขากัดฟันดิ้นรนลุกขึ้นนั่งบนเตียง ใบหน้าซีดขาวบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด หยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นเต็มใบหน้า
เขาพยายามลุกขึ้นจากเตียง แต่เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยก็เสียสมดุล ร่างของเขาก็กลิ้งตกลงไปจากเตียงทันที
โลกหมุนเคว้ง เขาล้มลง พังข้าวของรอบเตียงกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ร่างกายที่แม้แต่ยืนยังยืนไม่ไหวแบบนี้ จะไปต่อกรกับศึกของเหล่าผู้บำเพ็ญเซียนได้จริงหรือ?
และ ซวี่โม่ลี่ น้องสาวของเขาจริงๆ แล้วจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากเขาหรือเปล่า?
ซวี่ซีไม่รู้คำตอบ
เขารู้เพียงอย่างเดียว ในฐานะพี่ชาย เขาเคยให้สัญญากับน้องสาวไว้ว่า “จะช่วยนางให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม”
เรื่องที่สำคัญไม่ใช่ว่า เขาจะทำได้หรือไม่
หรือว่า โลกจำลองแห่งนี้เป็นจะของจริงหรือไม่ สิ่งเดียวที่สำคัญ นั้นคือคำสัญญาที่เขาได้ให้ไว้เองกับปาก.
“ฮ่าฮ่าฮ่า… ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า… อ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
เสียงหัวเราะแทนเสียงร้องโหยหวนจากความเจ็บปวด ซวี่ซี หัวเราะทั้งที่ไอเป็นเลือด เขาล้มลงกับพื้น มือควานหาอะไรบางอย่าง อย่างสิ้นหวัง จนในที่สุดก็คว้าด้ามกระบี่ไม้ไว้แน่น
ทันทีได้ที่สัมผัสกับด้ามของกระบี่ไม้ กระบี่ไม้พลันปลดปล่อยพลังอันมหาศาลภายในออกมา
พลังนั้นตอบสนองต่อเจตจำนงของซวี่ซี พุ่งเข้าสู่ร่างกายที่ไร้รากวิญญาณของเขา แทรกซึมเข้าไปในเส้นลมปราณที่แตกสลาย ช่วยให้เขามีพลังขึ้นมาชั่วคราว
เขาลุกขึ้นยืน เขาก้าวออกจากบ้านอย่างโซซัดโซเซ พลังที่ถูกฉีดเข้าไปในร่างกายทำให้ร่างของเขาเริ่มแตกสลาย เลือดแดงฉานระเบิดออกเป็นกลุ่มหมอกเลือดครั้งแล้วครั้งเล่า
หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เขาอาจไม่เหลือแม้แต่ร่างให้ฝัง แต่…นั่นมันจะสำคัญอะไร?
“พี่มาแล้ว… มาเพื่อช่วยเจ้า…”
พลังอันมหาศาลพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้เหล่าผู้บำเพ็ญเซียนจากทั้งสองฝ่ายในการต่อสู้ต้องตกตะลึง พวกเขาหันไปมอง แต่เมื่อได้สติคืนมา ประกายกระบี่สายหนึ่งได้พุ่งทะยานออกไปไกลแล้ว มุ่งตรงไปยังทิศทางของ สำนักเทียนเจี้ยน ด้วยความเร็วสูงสุด
【คุณกำลังจะตาย】
【ความเจ็บปวดที่ยาวนานได้กัดกินจิตใจและร่างกายของคุณไปจนหมดสิ้น】
【ชีวิตของคุณได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว แต่ทว่า… คุณได้สร้างปาฏิหาริย์ที่เป็นไปไม่ได้ขึ้นมา】
【จิตใจที่แน่วแน่ของคุณได้ฝืนกฎแห่งร่างกาย บังคับให้มันเคลื่อนไหวอีกครั้ง】
【แม้ว่าความเจ็บปวดครั้งนี้จะหนักหนายิ่งกว่าที่ผ่านมาเป็นร้อยเป็นพันเท่า แต่คุณก็ไม่เคยคิดเสียใจ】
【คุณเหินทะยานไปบนแสงกระบี่ มุ่งหน้าสู่ ‘สำนักเทียนเจี้ยน’ ตามความทรงจำ】
【เมื่อคุณมาถึง… กลับพบว่าที่แห่งนั้นถูกทำลายไปแล้ว】
【โลหิต เศษแขนขา สมบัติวิเศษที่แตกหัก】
【สงครามยังคงดำเนินอยู่ แต่ทว่า…ภาพเบื้องหน้าช่างเป็นดั่งนรกบนดิน】
【ทั้งสำนักเทียนเจี้ยน กลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่อาบไปด้วยเลือด】
【คุณตกตะลึง หัวใจเต็มไปด้วยความกังวลถึง ‘น้องสาว’ และ ‘อาจารย์’ ของคุณ】
【คุณคว้ากระบี่ไม้ ฝืนร่างกายเข้าสังหารศัตรู】
【บางคนจำคุณได้ บ้างตกตะลึง บ้างดีใจ และบ้างหวาดกลัว】
【และคุณบ้าคลั่งไปแล้ว…】
สำนักเทียนเจี้ยนเป็นสำนักอันแข็งแกร่งในระดับ ‘จิตวิญญาณทารกแรกกำเนิด’
แม้จะไม่ใช่หนึ่งในสุดยอดของสำนักของโลกบำเพ็ญเซียน แต่ก็ยังเป็นสำนักที่มีรากฐานมั่นคง ศิษย์รุ่นก่อนล้วนภาคภูมิใจในสำนักแห่งนี้
ทว่า…
เมื่อเผชิญกับคลื่นมหาศึกของทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายธรรมะและฝ่ายมาร แม้จะแข็งแกร่งดั่งสำนักเทียนเจี้ยน ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ได้
ยอดเขากระบี่พังทลาย วิหารหลักถูกฟันขาดกลาง ศิษย์นับไม่ถ้วนถูกสังหาร แต่ละยอดเขาถูกปิดล้อม แม้แต่ ผู้บำเพ็ญเซียนระดับจิตวิญญาณทารกแรกกำเนิด ก็ยังถูกสังหารไปหลายคน
สิ้นหวัง โกรธแค้น และแล้วความโกรธที่ท่วมท้นก็เปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่งในการสังหาร ก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้น ฝ่ายมารได้วางแผนที่รัดกุม มีบางคนที่พวกเขา ต้องสังหารให้ได้
เช่น…ซวี่โม่ลี่
ศิษย์เอกอันดับที่สองแห่งยอดเขาเสินเจี้ยน
นางคืออัจฉริยะที่โดดเด่นเกินไป สามารถเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานได้สำเร็จภายในหนึ่งปี
และยังตั้งใจที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นแก่นทองคำภายในเวลาเดียวกัน เหล่าผู้อาวุโสฝ่ายมารต่างหวาดกลัวนาง
พูดได้ว่า…เหตุผลหลักที่สำนักเทียนเจี้ยนถูกโจมตีครั้งนี้ กว่าครึ่งเป็นเพราะว่านางที่แข็งแกร่งเกินไป
แม้แต่ ผู้นำฝ่ายมาร ยังอดคิดไม่ได้ว่า ควร ควบคุมนางให้เป็นพวก แต่ถ้าควบคุมนางไม่ได้…ก็ต้องสังหารนางทิ้งทันที
"ยอมแพ้ซะเถอะ เทพธิดาโม่ลี่!"
"หากเจ้าเข้าร่วมกับสำนักมารแห่งสวรรค์ของเรา เจ้าจะได้ตำแหน่งสตรีศักดิ์สิทธิ์ทันที!"
"เจ้าไม่มีทางหนีออกจากที่นี่ได้!"
สองผู้บำเพ็ญระดับแก่นทองขั้นปลาย
สามผู้บำเพ็ญระดับแก่นทองขั้นกลาง
เก้าผู้บำเพ็ญระดับแก่นทองขั้นต้น
นี่คือจำนวนของศัตรูที่ล้อมรอบ ซวี่โม่ลี่ พวกเขาตะโกนโน้มน้าวให้นางยอมแพ้ แต่แววตาที่มองนางนั้นเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
เพราะตรงหน้าของพวกเขา คือหญิงสาวในชุดขาวสะอาด มือถือกระบี่ยาว ร่างกายสูงส่งและเยือกเย็น
“ซวี่โม่ลี่”
อัจฉริยะที่ได้รับการขนานนามว่า “งดงามดั่งเซียน”
พลังของนางแข็งแกร่งและดุดัน นางใช้พลังระดับสร้างรากฐาน สังหารผู้บำเพ็ญระดับ แก่นทองไปแล้วหลายคน แต่ท้ายที่สุดแล้วนางก็ยังคงเป็นเพียง “ผู้สร้างรากฐาน”
พลังปราณมีขีดจำกัด แม้จะแข็งแกร่งเหนือฟ้า แต่นางจะเอาชนะคนสิบกว่าคนที่อยู่เหนือนางไปได้อย่างไร?