เฉินลี่ที่ถูกโน้มน้าว! ท่าแขนระเบิดของบากิ! (ฟรี)
เฉินลี่เข้าใจความหมายของซูหยางแล้ว
เขาไม่มีความคิดที่จะรับเธอเป็นภรรยา
เธอเองก็เตรียมใจไว้แล้ว
แต่พอได้ลองหยั่งเชิงดู ก็ยังอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้
เฉินลี่กระดกเหล้าขาวไปสามแก้วติดจนซูหยางเริ่มเป็นห่วง
แต่พอออกจากร้านหมาล่าไปแล้ว เห็นว่าเธอยังเดินได้มั่นคง เขาก็เบาใจขึ้นหน่อย
ส่วนใหญ่ผู้หญิงที่กล้าดื่มเอง มักจะมีคอแข็งพอตัว
ตอนสมัยมหาวิทยาลัย เคยมีรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่งมาดื่มกับพวกเขาที่หอพัก
พวกเพื่อนร่วมห้องของเขาตื่นเต้นกันใหญ่ สุดท้ายกลับโดนรุ่นน้องคนนั้นคว่ำหมดเกลี้ยง!
ฤดูร้อนที่หรงเฉิงอากาศร้อนอบอ้าว กว่าจะเย็นลงหน่อยก็ต้องรอถึงค่ำ
บนถนนยังคงมีคนเดินพลุกพล่าน
บางคนหิ้วกล่องข้าวเดินรีบเร่ง น่าจะเพิ่งเลิกงานกลับบ้าน
บางคู่เดินควงกันพลอดรักริมทาง
บางคนเดินเล่นกับเพื่อนสนิทหรือพี่น้อง
ซูหยางเอ่ยขึ้นเบาๆ “เราเดินเล่นกันหน่อยไหม?”
“อืม!”
พวกเขาเดินไปตามถนน ผ่านแนวต้นไทรใหญ่
ซูหยางก้มมองพื้นถนนที่ปูด้วยหิน ก่อนพูดขึ้นว่า
“พี่เฉินลี่ อย่ากังวลมากเกินไป และอย่ากดดันตัวเองมากนัก ยังไงซะ ฉันก็จะคอยอยู่ข้างพี่เสมอ”
จริงๆ แล้ว ตอนรู้ว่าเฉินลี่โดนไล่ออก เขากลับรู้สึกดีใจ
อย่างน้อยเธอก็ไม่ยอมก้มหัวให้เจ้านาย และไม่ยอมไป ‘ดูแล’ ลูกค้าตามที่บริษัทต้องการ
ในเมื่ออยู่ในจุดที่ช่วยได้ เขาก็ยินดีช่วยเธอ
“อืม”
เฉินลี่เงยหน้าขึ้นมองซูหยางงจากด้านข้าง ภาพใบหน้าคมเข้มทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นมาก
ยังไงเสีย เธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเอง และเป็นเธอที่บอกว่าไม่ต้องการให้ซูหยางรับผิดชอบ
ขณะนั้นเอง เธอเห็นคู่รักคู่หนึ่งเดินโอบกันอยู่อีกฟากของถนน เฉินลี่จึงค่อยๆ เกาะแขนซูหยางเบาๆ
พอได้ซบไหล่เขา เธอรู้สึกเหมือนแรงกดดันทั้งหมดถูกปลดเปลื้องไป
ในช่วงเวลาหนึ่ง…เธอหวังว่าถนนเส้นนี้จะทอดยาวออกไปเรื่อยๆ…
ไม่มีวันสิ้นสุด!
แต่ในขณะที่เฉินลี่รู้สึกผ่อนคลาย ซูหยางกลับรู้สึกอึดอัดขึ้นมา
เฉินลี่มีรูปร่างดี โครงกระดูกค่อนข้างใหญ่ ดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวล
พอเธอเอนตัวมาแนบชิดกับแขนเขา ความนุ่มหยุ่นของร่างกายก็แนบแน่นจนทำให้ซูหยางเลือดสูบฉีด
ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ ร่างกายของเขาแข็งแรงกำยำเกินไป
ซูหยางหยุดเดิน โอบเอวเฉินลี่เข้ามาแนบตัว ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะโน้มลงไปช้าๆ
เฉินลี่หดคอเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็หลับตาลง ปล่อยให้เป็นไปตามเลย
สิบนาทีต่อมา ซูหยางประคองเฉินลี่ที่เริ่มหมดแรงมาถึงหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง
เฉินลี่ชะงักเท้าไปชั่วขณะ พอเห็นป้ายโรงแรมก็อดบิดเอวซูหยางแรงๆ ไม่ได้
แต่ซูหยางโอบเอวเธอเดินต่อ เธอจึงได้แต่ทำท่าเหมือนขัดขืน แต่ก็ยอมเดินตามเข้าไป
พอเดินเข้าไปในโรงแรม เฉินลี่ก็พูดเสียงเบา
“ฉันได้ยินมาว่าในห้องโรงแรม อาจจะมีกล้องแอบถ่าย”
“งั้นเอายังไงดี?”
ซูหยางชะงักไป เขาเองก็ไม่อยากไปโผล่ในคลิปหลุดของเว็บจีน
เฉินลี่กระซิบ “ไปที่ห้องฉันเถอะ”
“แต่พี่ตงกับพวกเขา…”
“งั้นไปห้องนาย”
“โอเค!”
ซูหยางรู้สึกเหมือนสมองกำลังถูกสัญชาตญาณควบคุมแทน
พอถึงห้องที่บ้าน พวกเขาก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอารมณ์
“ใส่ถุงด้วย!”
“เอ่อ…ฉันไม่มีนะ”
ซูหยางรู้สึกเหมือนลูกธนูถูกขึ้นสายแล้ว ไม่มีทางถอย
“ในกระเป๋าฉัน…มี”
ซูหยางมองตามปลายนิ้วเรียวขาวที่ชี้ไป เห็นกระเป๋าถือใบหนึ่ง
เขาลองค้นดู พบว่ามีอยู่สองกล่อง ขนาดกลางและขนาดใหญ่
เตรียมพร้อมไว้แล้ว?
ซูหยางหันไปมองเฉินลี่ เธอรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหน้าทันที
…..
บนรถ หม่าหรานเหลือบมองเบาะหลังด้วยความอยากรู้
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นซูหยางพาผู้หญิงออกจากห้องพัก
แต่เขาก็ไม่ได้แปลกใจมากนัก เพราะคนอย่างซูหยาง ทั้งหล่อ ทั้งรวย ถ้าไม่มีแฟนสวยๆ นั่นสิแปลก!
แค่ว่า…ผู้หญิงคนนี้ ดูเหมือนจะโตกว่าเจ้านายของเขาหน่อย?
หรือว่าหัวหน้าเขาจะชอบผู้หญิงที่อายุมากกว่า?
หม่าหรานอดคิดไม่ได้
ไม่นาน รถก็จอดที่ปากตรอกที่เขาคุ้นเคย
ซูหยางกล่าว “พี่เฉินลี่ มีอะไรก็โทรหาฉันนะ”
“อืม”
เฉินลี่หยิบกระเป๋า เปิดประตูรถ แล้วก้าวเท้าขวาลงพื้น
ต่ทันทีที่ลงจากรถ เธอกลับรู้สึกว่าขาอ่อนแรง
ร่างของเธอเซไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่อยู่
ดีที่ซูหยางมือไว คว้าเอวเธอไว้ได้ทัน
ซูหยางถามอย่างเป็นห่วง “ให้ฉันพาขึ้นไปส่งไหม?”
“ไม่ต้องหรอก นายไปทำงานเถอะ!”
เฉินลี่เหลือบมองคนขับรถ ก่อนจะกลืนคำบ่นลงไป
“ยังไงพี่ตงก็น่าจะออกไปแล้ว”
“โอเค!”
เห็นซูหยางยืนกรานแบบนั้น เฉินลี่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอีก
พอซูหยางเดินเข้าไปใกล้ เธอก็จับแขนเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
หม่าหราน ซึ่งกำลังเบื่อๆ สังเกตเห็นว่าผู้หญิงสวยคนนั้น…เหมือนจะเดินโซเซเล็กน้อย
เขาสูดหายใจเข้า รู้สึกว่าภายในรถมีเพียงกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ไม่มีแม้แต่กลิ่นเหล้า
หรือว่า…? เขาหันไปมองซูหยาง
ไม่น่าจะถึงขั้นนั้นหรอกมั้ง?
ช่วงนี้ไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วน ลิฟต์เลยมีแค่ซูหยางกับเฉินลี่สองคน
ซูหยางมองดูเฉินลี่ที่พิงผนังอยู่ ก่อนจะอดแซวไม่ได้
“ดูเธอสิ ใครไม่รู้เห็นคงนึกว่าเธอกระดกไปครึ่งขวด”
ทำไมต้องครึ่งขวดน่ะเหรอ?
เพราะแค่เหล้าที่เธอดื่มเมื่อคืน ก็ยังดูสบายๆ
“ก็เพราะนายทั้งนั้นแหละ!”
เฉินลี่เตะขาซูหยางหนึ่งที แต่เขากลับไม่รู้สึกอะไรเลย
“จำไว้นะ พรุ่งนี้ไปรายงานตัวที่ฟิตเนสซิงฮั่วสาขาเขตไฮเทค เธอรับปากฉันไว้แล้ว!”
พอดีเกาเฉียงยังเปิดรับพนักงานพอดี และตำแหน่งที่ขาดอยู่ก็คือบัญชี
เฉินลี่มีใบประกอบวิชาชีพบัญชีอยู่แล้ว คงจะเริ่มงานได้ไม่ยาก
เฉินลี่กัดฟัน “นายมันสัตว์เดรัจฉาน!”
“ฮ่าๆๆ” ซูหยางหัวเราะเสียงดัง “ฉันจะถือว่าเธอชมฉันละกัน!”
ส่วนเมื่อคืนซูหยางใช้วิธีไหน ‘โน้มน้าว’ ให้เฉินลี่ตกลง อันนี้ก็เล่ายาวเลยทีเดียว
หลังจากส่งเฉินลี่ถึงห้อง ซูหยางก็ลงลิฟต์ไปคนเดียว
แต่เขาไม่รู้เลยว่า ขณะที่เขาเดินจากไป เฉินลี่กำลังยืนพิงขอบหน้าต่าง มองแผ่นหลังของเขาเงียบๆ
พอเงาของซูหยางลับตา เฉินลี่ก็ทิ้งตัวลงบนเตียง
เธอพลิกตัว มองเพดาน พึมพำกับตัวเอง
“ช่างมันเถอะ คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ เดินไปทีละก้าวละกัน”
สองสามวันก่อน เธอเคยรู้สึกสิ้นหวังจนแทบจะถอดใจ
แต่การที่เธอเลือกซูหยางให้เป็น ‘คนแรก’ ของเธอ มันก็มีเหตุผลมากกว่านั้น
เธอไม่ใช่คนที่มองหาแค่ผู้ชายที่หน้าตาดีถูกใจเท่านั้น
ถึงซูหยางจะปิดประตูใส่หน้าเธอ แต่เขาก็เปิดหน้าต่างให้เธอเช่นกัน
และเพราะแบบนั้น เธอจึงมีความมั่นใจมากขึ้น!
คิดถึงตรงนี้ เธอรู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งตัว จึงมุดเข้าไปในผ้าห่ม
หน้าตรอก ซูหยางกระโดดขึ้นรถอย่างคล่องแคล่วว่องไว หม่าหรานมองแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า
เขาอาจจะคิดมากไปเองจริงๆ
เพราะเจ้านายของเขายังดูสดชื่นแข็งแรงอยู่เลย!
หม่าหรานถาม “เจ้านาย ไปกินข้าวเช้าไหม?”
“ฉันกินมาแล้ว”
แต่ผมยังไม่ได้กินเลย
“ไปส่งฉันที่ฟิตเนส ระหว่างทางนายแวะซื้อข้าวเช้าได้”
“ได้เลย เจ้านาย!”
วันนี้ซูหยางอารมณ์ดีมาก พอมาถึงฟิตเนส เขาก็เริ่มต้นด้วยการวิ่ง
เขารู้สึกว่าวันนี้ร่างกายสดชื่น เบาสบายสุดๆ
แม้ว่าจะผ่านศึกหนักเมื่อคืน แต่มันก็ไม่ได้กระทบกับเขาเลย
คนหนุ่มสาวนี่มันฟื้นตัวเร็วจริงๆ!
แถมเขาไม่ใช่แค่คนหนุ่มธรรมดาด้วยสิ!
หลังจากวิ่งเสร็จ เขาก็เดินไปยังโซนเวทเทรนนิ่ง แล้วก็เห็นกลุ่มวัยรุ่นราว 7-8 คนกำลังมุงดูลั่วอี้ฮั่น
เหล่าเทรนเนอร์ต่างก็ยืนดูอยู่ด้วย
“พี่ฮั่น มาอยู่ที่ซิงฮั่วได้ไง?”
“พี่ฮั่น ผมเป็นแฟนคลับพี่เลยนะ ติดตามพี่ใน โต่วอิน ตลอด!”
“พี่ฮั่น โชว์ท่าแขนระเบิดของบากิให้ดูหน่อยได้ไหม!”
"……"
ยังมีวัยรุ่นบางคนหยิบมือถือขึ้นมารัวชัตเตอร์ถ่ายคลิปรัวๆ
ซูหยางเองก็เดินเข้าไปสมทบ พร้อมตะโกนขึ้นว่า “ใช่เลย พี่ฮั่น! โชว์ท่าแขนระเบิดของบากิให้ดูหน่อยสิ!”
เขายังจำท่านั้นของลั่วอี้ฮั่นได้ติดตา
ในวงการฟิตเนสของหรงเฉิง ลั่วอี้ฮั่นถือว่ามีชื่อเสียงพอตัว ถ้าเธอมาทำงานที่ซิงฮั่วแล้วมีการโปรโมตออกไป ก็จะช่วยเพิ่มชื่อเสียงให้ฟิตเนสได้มากทีเดียว
การได้โฆษณาฟรีแบบนี้ แถมไม่ต้องเสียค่าโปรโมต คือความสุขของคนชอบของฟรี!
พอเห็นเจ้านายตัวเองลงไปแจมกับพวกหนุ่มๆ ด้วย ลั่วอี้ฮั่นก็อดกลอกตาไม่ได้
“ก็ได้!” ลั่วอี้ฮั่นหันไปบอกกลุ่มคนที่มุงดู “พวกนายถอยไปหน่อย”
“ได้เลย พี่ฮั่น!”