ออกจากศูนย์ฝึกโคลนี่ย์

อาเธอร์คุยกับโค้ชอยู่สักพัก ก่อนจะกลับไปที่หอพักตามความทรงจำเพื่อเก็บของและเตรียมกลับบ้าน มีเพื่อนคนหนึ่งอาสามาช่วยและขอลาครึ่งวันเพื่อขับรถไปส่งเขา

“อย่าคิดมากไปเลยนะ อาเธอร์ ลอนดอนมีทีมฟุตบอลตั้งมากมาย ถ้านายไม่ได้อยู่กับอาร์เซนอล นายก็ยังสามารถไปเล่นให้ทีมอื่นได้อีก ถ้าไม่ไหวจริง ๆ นายลองลดมาตรฐานลงก่อน ไปเริ่มจากลีกวันหรือลีกทู แล้วตอนทีมชุดใหญ่พัก ฉันจะพานายไปหาทีมใหม่ด้วยตัวเองเลย”

“ขอบคุณนะ ฉันไม่มีวันยอมเลิกเล่นฟุตบอลหรอก” อาเธอร์ยิ้มอย่างมั่นใจ

เมื่อมาแล้วก็ต้องอยู่ให้ได้ นับจากนี้เขาคือ "อาเธอร์ คิง" ชาวอังกฤษ และคนที่อยู่ข้างกายเขาในตอนนี้ สตีฟ ฮูด ก็ถือเป็น“ทีปรึกษา”ของเขา ในความทรงจำของอาเธอร์ สตีฟเป็นเหมือนครอบครัวและพี่น้องแท้ ๆ ที่เขารักที่สุด

สตีฟมีส่วนสูง 185 เซนติเมตร น้ำหนักเบากว่าอาเธอร์อยู่มาก แค่ 70 กิโลกรัม ดูแล้วค่อนข้างผอมบาง ถึงจะไม่แข็งแกร่งนักในเรื่องปะทะตัว แต่ในทีมอาร์เซนอล U18 เขาคือหัวใจสำคัญในตำแหน่งมิดฟิลด์ เป็นกองกลางสายเทคนิคที่ได้รับการจับตามอง

สตีฟมีทักษะการเลี้ยงบอลยอดเยี่ยม การส่งบอลเต็มไปด้วยจินตนาการ และยังมีเทคนิคกับความเร็วที่โดดเด่น

ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก เล่นฟุตบอลด้วยกันตั้งแต่ประถม ก่อนจะเข้าสู่ศูนย์ฝึกเยาวชนของอาร์เซนอลด้วยกัน

สตีฟเป็นคนอังกฤษแท้ ๆ มีผิวขาวซีด ดวงตากลมโตลึกซึ้ง ใบหน้ามีสันคม ริมฝีปากบาง สิ่งที่ดูแปลกตาที่สุดคงเป็นเส้นผมที่ดกหนาและหยักศกเล็กน้อย ภาพลักษณ์และบุคลิกของเขาคล้ายคลึงกับสตีฟ แม็คมานามาน นักเตะเรอัลมาดริด จนดูเหมือนไม่มีทางหัวล้าน

สตีฟเป็นคนที่ถ่อมตัว สุภาพ และนอบน้อมอย่างแท้จริง นักเตะในทีม U18 ทุกคนต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา แม้ว่าอาเธอร์จะเล่นได้ไม่ดีจนส่งผลให้ทีมมีผลงานย่ำแย่ สตีฟก็ไม่เคยตำหนิเขาเลย ยังคอยให้กำลังใจและช่วยปลอบเขาในวันที่ทีมแพ้อีกด้วย

อาเธอร์เพิ่งจะเข้ามาอยู่ในโลกนี้ใหม่ ๆ แต่จากความทรงจำที่เขามีเกี่ยวกับสตีฟ กลับทำให้เขาประทับใจอย่างมาก สตีฟเป็นคนที่น่าคบหา การมีเพื่อนในวงการแบบนี้ช่วยให้เขาประหยัดเวลาและหลีกเลี่ยงปัญหาหลายอย่าง เพราะถ้าให้เขาซ้อมเองทุกอย่างคงลำบากมาก

สตีฟขับรถยนต์มาสด้าสีดำคันใหม่เอี่ยม ครอบครัวของเขามีฐานะดีมาก เขาสอบใบขับขี่ได้ตั้งแต่อายุน้อยและขับรถมาแคมป์ฝึกซ้อมด้วยตัวเอง เป็นที่อิจฉาของเพื่อนนักเตะหลายคน

หลังขึ้นรถ สตีฟเตือนเขาว่า “ฉันต้องอยู่อีกสองอาทิตย์ถึงจะได้กลับบ้าน ฉันแนะนำให้นายไปเล่นบอลกับทีมสมัครเล่นเพื่อรักษาฟอร์มไว้ก่อน โฟกัสให้ดีที่สนามแข่ง นายจะได้มีโอกาสเซ็นสัญญาให้สำเร็จ อย่าไปฟังพวกตัวประกอบที่อาจมาชวนให้นายไปเป็นนักแสดงนะ อย่าหลงกลเด็ดขาด”

“...”

คำพูดนั้นทำให้อาเธอร์นึกถึงใครบางคนที่สตีฟเรียกว่าตัวประกอบขึ้นมาในหัวทันที คนคนนั้นคือเพื่อนบ้านผู้หญิงที่โตมาด้วยกัน อายุแก่กว่าเขาหนึ่งปี

เพื่อนบ้านคนนี้ชื่อ "เอมิลี่ บลันต์" เธอเป็นหญิงสาวที่เคยมีปัญหาพูดติดอ่างอย่างรุนแรง แต่ด้วยการฝึกฝนผ่านการแสดง เธอเริ่มใช้การเลียนแบบการพูดของคนอื่นเป็นวิธีบำบัดตัวเอง และมันได้ผลอย่างน่าประหลาดใจ ทุกวันนี้เธอพูดได้คล่องแคล่วแล้ว จะมีก็เพียงตอนที่เหนื่อยหรือเครียดมากเท่านั้นที่จะกลับมาติดอ่างเล็กน้อย

สิ่งที่ทำให้อาเธอร์ประหลาดใจคือ เอมิลี่ในโลกนี้คือหนึ่งในนักแสดงหญิงที่ดังที่สุดของอังกฤษในอนาคต

ในโลกคู่ขนานนี้ เธอเคยแสดงบทบาทที่โด่งดังในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น นักรบสาวสุดแกร่งใน Edge of Tomorrow ที่ฆ่าทอม ครูซมานับครั้งไม่ถ้วน หรือการรับบทในภาพยนตร์ผจญภัย Jungle Cruise คู่กับเดอะร็อค ที่มีสไตล์เหมือน “เฉินหลงหญิง”

แต่สิ่งที่เป็นที่เล่าลือที่สุดคือ การที่เธอปฏิเสธบท Black Widow ของ Marvel เพื่อไปรับบทในหนังตลก Gulliver’s Travels ที่ไม่ประสบความสำเร็จนัก!

เอมิลีวัย 19 ปี ไม่ได้เป็นแค่นักแสดงตัวประกอบ แต่เธอสามารถรับบทนำในละครเวทีได้ และในวงการละครโทรทัศน์ เธอยังเป็นนักแสดงหน้าใหม่ เธอมักจะไปเยี่ยมบ้านของอาเธอร์ และชอบแนะนำให้เขาลองเข้าวงการบันเทิง โดยบอกว่าเขามีหน้าตาดีมากจนถ้าไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ก็ถือว่าเสียของ

แต่ตัวตนก่อนหน้านี้ของอาเธอร์กลับไม่สนใจข้อเสนอนั้นเลย เขาไม่มีความฝันที่จะเป็นนักแสดง สิ่งที่เขาต้องการคือการเป็นนักฟุตบอลระดับโลก เพราะแฟนบอลคนไหนจะไม่อยากคว้าแชมป์ลีกสูงสุด แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก หรือแม้กระทั่งแชมป์ฟุตบอลโลกกันล่ะ?

เมื่อได้รู้ว่าตัวเองมีเพื่อนสนิทต่างเพศที่น่ารักแบบนี้ อาเธอร์ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตใหม่ของเขาน่าสนุกขึ้นไปอีก “เทพแห่งฟุตบอล” ในเกมนี้ให้รางวัลเขามาเพียบ ไม่เพียงแต่ร่างกายที่ดี แต่ยังเหมือนจะเลือก “แฟนสาว” ให้เขาเรียบร้อยแล้วด้วย

ตามความทรงจำที่เขามี เอมิลี่เริ่มแสดงออกชัดเจนว่าปลื้มเขามาตั้งแต่อายุ 15 ปี เธอมักจะทำท่าทางคล้ายคนหลงรักเวลาเห็นเขา แต่ทั้งสองคนไม่เคยมีอะไรเกินเลยกัน เพราะตัวตนเดิมของเขาเป็น “หนุ่มรักฟุตบอล” แบบสุดตัว ไม่สนใจเรื่องผู้หญิง

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เอมิลี่กล้าที่จะสารภาพรักและตามจีบเขาอย่างเปิดเผย แต่เขากลับปฏิเสธเธอไปโดยไม่คิดมาก เหตุผลคือ “แฟนสาวจะทำให้เขาช้าลงตอนพุ่งไปรับลูกบอล” และที่สำคัญคือ มีผู้หญิงอีกหลายคนที่ตามจีบเขา แต่เขาก็ปฏิเสธไปทั้งหมดเช่นกัน

ในอนาคตของจีน วงการบันเทิงถึงกับมีการ "คัดเลือกนางสนม" บนโต๊ะเหล้า และนักเขียนบางคนก็ใช้ชีวิตเหมือน "หมาตัวเล็ก" ที่ทำตัวใหญ่โตเกินฐานะ เมื่อเปรียบเทียบกับคนพวกนี้ อาเธอร์ก็ดูเหมือนจะทิ้งพรสวรรค์ที่ตัวเองมีไปอย่างน่าเสียดาย

ตัวตนก่อนหน้านี้ของอาเธอร์นั้น เล่นฟุตบอลได้แค่การเป็นผู้รักษาประตู รับลูกอย่างเดียว ยิงลูกไม่เป็น และไม่สามารถสร้างสรรค์เกมรุกได้เลย ในชีวิตจริง ต่อให้เขาเจอโอกาสทองแบบง่าย ๆ ที่สามารถทำคะแนนได้โดยไม่ต้องพยายาม เขาก็ยังเลือกที่จะไม่ยิง

ยิ่งไปกว่านั้น การที่เขาสามารถเมินเฉยต่อเอมิลี่ สาวสวยแสนดีขนาดนี้ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน นี่มันคือความสามารถพิเศษที่ทำให้เขาเป็นโสดโดยสมบูรณ์แบบจริง ๆ!

อาเธอร์รู้สึกขำ บางทีตัวตนก่อนหน้านี้ของเขาอาจเป็นเพียงเครื่องมือที่ระบบสร้างขึ้นมาเท่านั้น

สิ่งที่ดึงดูดผู้หญิงให้เข้าหาเขามีเพียงแค่ใบหน้าหล่อเหลาและรูปร่างที่ดูดีเท่านั้น แต่เขาไม่มีจิตวิญญาณที่ลึกซึ้งแต่อย่างใด "ร่างกายที่ดูดีนั้นหาได้ยากก็จริง แต่มันก็แค่เปลือกนอกเท่านั้นเอง"

น่าเสียดายที่อาเธอร์ยังต้องรออีกสักพักถึงจะได้เจอ เอมิลี่ เพราะเธอเพิ่งย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัยที่เมือง ฮูฟเวอร์ฮันตัน ในแถบมิดเวสต์ ช่วงนี้เธอยุ่งมาก ทั้งเรียนหนังสือและร่วมแสดงละครเป็นครั้งคราว ทำให้ทั้งสองคนทำได้เพียงแค่แชตคุยกันออนไลน์เป็นบางครั้ง

ส่วนเรื่องการที่เขามาสิงร่างนี้ที่ไม่มีพ่อแม่ อาเธอร์ไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาไม่ได้มีความผูกพันกับพวกเขาตั้งแต่แรก

ระหว่างทางกลับบ้าน อาเธอร์กับสตีฟคุยกันเรื่องทีมฟุตบอลชื่อดังในลอนดอนอีกหลายทีม สตีฟแนะนำอาเธอร์อีกครั้งให้ตั้งเป้าหมายที่ต่ำลง โดยไปลองทดสอบฝีเท้าในทีมที่อยู่ระดับล่าง เพราะทีมเยาวชน U18 ของสโมสรในพรีเมียร์ลีกที่เขาคุ้นเคย มักจะมีการแข่งขันบ่อยครั้งและรู้ฝีเท้ากันดี

พูดง่าย ๆ คือ อาเธอร์เป็นผู้รักษาประตูที่แย่ที่สุดในทีมเยาวชนของพรีเมียร์ลีกเหล่านี้ แล้วทีมชุดใหญ่จะเซ็นเขาได้อย่างไร?

อาเธอร์ถามขึ้นว่า “ถ้าฉันเลิกเป็นผู้รักษาประตูแล้วลองเปลี่ยนไปเล่นตำแหน่งอื่นล่ะ นายคิดว่าจะมีทีมไหนเซ็นฉันบ้างไหม?”

“เป็นไปได้ยังไง?” สตีฟเลิกคิ้วอย่างไม่เชื่อว่าเพื่อนของเขาจะเปลี่ยนตำแหน่งได้ “เราสองคนเล่นกันมาตั้งนาน นายเป็นเหมือนหัวมังกร ฉันเป็นหางมังกร เราเป็นคู่ดูโอ้ขนาดนี้ แต่นายเพิ่งจะคิดเปลี่ยนตำแหน่งตอนนี้ มันสายไปแล้ว”

“นั่นเพราะนายไม่รู้จัก วาคาชิมาสึ เคน นายประตูคาราเต้จากญี่ปุ่น”

“ฉันรู้จักนะ ฉันเคยอ่านมังงะ ‘กัปตันซึบาสะ’ แต่เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเล่นตำแหน่งอื่นไม่ใช่เหรอ?”

“……” อาเธอร์ประเมินความนิยมของ ‘กัปตันซึบาสะ’ ต่ำเกินไป เพราะแม้แต่ในยุโรปก็มีคนอ่านมังงะญี่ปุ่นเรื่องนี้มากมาย และในปี 2002 วาคาชิมาสึ เคน ในเรื่องก็ยังไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งมาเป็นกองหน้าแต่อย่างใด

ทั้งสองคนคุยกันเรื่องฟุตบอลตลอดทาง สตีฟตั้งตารอ ฟุตบอลโลก 2002 ที่กำลังจะเริ่มในอีกสองเดือนข้างหน้า เขามั่นใจว่า ทีมชาติอังกฤษ จะโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมและคว้าแชมป์โลกมาครองได้

ทีมชาติอังกฤษผ่านรอบคัดเลือกด้วยการบุกไปเอาชนะ เยอรมนี 5-1 ถึงถิ่น ทำให้แฟนบอลอังกฤษนับไม่ถ้วนเชื่อมั่นในทีมชุดนี้ โดยมองว่านี่คือ "ยุคทอง" ของทีมชาติอังกฤษ ที่มีขุมกำลังสุดแข็งเเกร่งในทุกตำแหน่ง

แม้อาเธอร์จะรู้ผลการแข่งขันล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่เขาก็เลือกที่จะคุยตามน้ำไปกับสตีฟ เพราะ อังกฤษ มักถูกยกให้เป็นทีมเต็งแชมป์ทุกครั้งที่ลงเล่นฟุตบอลโลก ด้วยทีมที่เต็มไปด้วยสตาร์ระดับโลก แต่เมื่อจบทัวร์นาเมนต์ แฟนบอลอังกฤษก็มักเปลี่ยนจากการเชียร์มาเป็นด่ากันเละ พร้อมตั้งฉายาให้ทีมว่า "สามแมวเหมียว"

ในความทรงจำของอาเธอร์ ตอน ฟุตบอลโลก 1998 เขากับสตีฟเคยด่าทอ เดวิด เบ็คแฮม อย่างหนัก หลังจากที่เขาโดนใบแดงในเกมสำคัญ แต่ตอนนี้สตีฟกลับกลายเป็นแฟนคลับของเบ็คแฮม แถมยังฝันอยากติดทีมชาติอังกฤษและได้ลงเล่นร่วมกับเบ็คแฮมใน ฟุตบอลโลก 2006

สตีฟคิดว่าอาเธอร์คงตื่นเต้นเกินไปเพราะฟุตบอลโลกใกล้เข้ามา เขาเองยังเป็นห่วงว่าอาเธอร์จะเสียใจหนักหลังจากที่ต้องออกจากทีมอาร์เซนอล

ตั้งแต่พ่อแม่ของอาเธอร์ประสบอุบัติเหตุ เขามักจะมีสีหน้าวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้หลังจากที่ต้องออกจากทีมไป เขากลับดูผ่อนคลายลง สตีฟไม่เข้าใจว่าเพื่อนของเขาทำไมถึงดูเปลี่ยนไป แต่ก็รู้สึกดีใจจริง ๆ ที่อาเธอร์ดูเหมือนจะก้าวข้ามความทุกข์ไปได้

ในความเป็นจริง อาเธอร์มีแต่จะรู้สึกดีใจ

เพราะเขาอยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นคนที่เก่งสองภาษาโดยไม่ต้องเสียเวลาศึกษา นอกจากนี้เขายังได้ร่างกายที่เหมาะสมสำหรับการลงเล่นในลีกระดับสูง โดยไม่ต้องเสียสติปัญญาใด ๆ ไปแลกมาอีกด้วย!

เมื่อคนเรามีความสามารถ ก็ย่อมมีความมั่นใจ

อีกไม่นาน ฉันจะได้เลื่อนตำแหน่ง ได้ขึ้นเงินเดือน กลายเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของโลก คว้ารางวัลบัลลงดอร์ จีบสาวไฮโซสุดเพอร์เฟกต์ และก้าวขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของชีวิต แค่คิดก็อดตื่นเต้นไม่ได้!

บ้านล้มละลายจะเป็นอะไรไป? ก่อนหน้านี้ฉันก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรอยู่แล้ว เพียงแค่ยังไม่ถึงขั้นต้องไปอาศัยบ้านคนอื่นก็เท่านั้น

ตอนนี้อาเธอร์พักอยู่กับครอบครัวของคุณลุงใน เขตนิวแฮม ย่านฝั่งตะวันออกของลอนดอน ซึ่งถือว่าเป็นย่านที่คนรายได้น้อยอาศัยอยู่

อย่างไรก็ตาม เขตนิวแฮมถือว่ามีอนาคตที่สดใส ในอนาคตจะมี สนามกีฬาโอลิมปิกปี 2012 ศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และอพาร์ตเมนต์ใหม่ ๆ ผุดขึ้นมากมาย ย่านนี้จะกลายเป็นแหล่งอสังหาริมทรัพย์ที่ราคาพุ่งสูงขึ้น และเหมาะแก่การลงทุน

แต่ในตอนนี้ หลายพื้นที่ในนิวแฮมยังไม่ได้รับการพัฒนา ประชากรยังไม่หนาแน่น ถนนหนทางก็กว้างขวาง แม้แต่สตีฟที่ขับรถมาสด้าก็ยังไม่เจอรถติดเลย ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึงบ้านได้อย่างราบรื่น มันช่างเหมือนลางดีที่บอกว่าโชคของอาเธอร์กำลังจะเปลี่ยนไป

อาเธอร์มองออกไปนอกหน้าต่างรถ ดูวิวสองข้างทางพลางนึกถึงความทรงจำบางอย่าง

ก่อนหน้านี้ เขาเคยอาศัยอยู่ในใจกลางเมืองลอนดอน ส่วนตระกูลหวังของเขาเดิมทีอาศัยอยู่ในเมืองแมนเชสเตอร์ พ่อของเขา จอห์น ย้ายมาลอนดอนก่อนเพื่อเริ่มต้นธุรกิจและสร้างครอบครัว หลังจากนั้นลุงคนที่สองก็พาครอบครัวมาอยู่ที่นี่ด้วย มีเพียงลุงคนที่สามที่ยังอยู่ที่แมนเชสเตอร์ และต่อมาก็ย้ายไปตั้งรกรากที่สหรัฐอเมริกา

การเจอกับ "ญาติ" หลังจากข้ามมิติมาครั้งแรก อาเธอร์กลับไม่รู้สึกประหม่าแม้แต่นิดเดียว เพราะในความทรงจำของเขา ครอบครัวของลุงคนที่สองนั้นเป็นพวกตลกขี้เล่น และเข้ากับคนง่ายมาก

ตอนก่อน

จบบทที่ ออกจากศูนย์ฝึกโคลนี่ย์

ตอนถัดไป