กระตือรือร้น
อาเธอร์ไม่มีนิสัยเข้าเว็บไซต์ของอิตาลี แม้จะพูดภาษาอิตาลีได้ดีขึ้นมากแล้ว แต่การอ่านยังค่อนข้างลำบาก แม้แต่การเข้าเว็บไซต์ของอังกฤษเองเขาก็ยังรู้สึกไม่คุ้นชิน ดังนั้นเขาไม่สามารถรับรู้ถึงกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นของตัวเองผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้
วันถัดมา เขายังคงเข้าร่วมการฝึกซ้อมของทีมด้วยความจริงจังเหมือนเดิม ไม่ได้หลงระเริงหรือหยิ่งยโสเพราะยิงประตูได้มากในนัดแรก
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเพื่อนร่วมทีมดีขึ้นเรื่อย ๆ เขาสามารถพูดคุยกับทุกคนได้ และด้วยความที่เขากำลังฝึกฝนภาษาอิตาลี เขาจึงเต็มใจพูดคุยมากขึ้น ขณะที่เพื่อนร่วมทีมมองว่าเขาเป็นคนง่าย ๆ ไม่มีท่าทีหยิ่งผยองเหมือนที่มักเห็นในผู้เล่นอัจฉริยะ
โดยปกติแล้ว ผู้เล่นอายุน้อยที่เติบโตจากอะคาเดมีมักจะหยิ่งผยอง เพราะพวกเขาได้รับคำชมตั้งแต่เด็กจนโต จนคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์เหนือคนอื่น แต่สำหรับอาเธอร์ เขาไม่ได้มีนิสัยแบบนั้น เพราะไม่มีใครเคยชมเขามาก่อน แถมเขายังเอาตัวไม่รอดในลอนดอนด้วยซ้ำ
วันที่ 25 สิงหาคม
เอมิลี่ บลันต์และอาเธอร์กล่าวอำลากันด้วยความอาลัย ก่อนที่เธอจะบินกลับอังกฤษเพียงลำพัง
ครอบครัวของเธอโทรมาสั่งให้เธอกลับไปอยู่ลอนดอนสักพักก่อนเปิดเทอม เพราะพ่อแม่กังวลว่าเธอกับอาเธอร์จะไม่รู้จักควบคุมตัวเอง และอาจเกิดเรื่องใหญ่โตขึ้นมา
ทั้งสองสัญญากันว่าจะติดต่อผ่านอินเทอร์เน็ตบ่อย ๆ อาเธอร์จึงตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์และติดตั้งอินเทอร์เน็ตที่บ้าน
อย่างไรก็ตาม เอมิลี่รู้สึกเศร้าใจ เพราะการคบหากันระยะไกลนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องแยกกันอยู่คนละประเทศเป็นเวลานาน
เธอเองก็ไม่อาจเลือกที่จะไม่กลับอังกฤษได้ เพราะคงไม่มีทางย้ายไปอยู่อิตาลีเพื่ออยู่กับอาเธอร์โดยทิ้งความฝันการเป็นดาราของตัวเอง
ในสถานการณ์ตอนนี้ สิ่งเดียวที่เอมิลี่ทำได้คือพยายามเรียนให้จบโดยเร็วที่สุดและก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ เธอเชื่อว่าเมื่อเริ่มทำงานแล้ว เธอจะสามารถจัดสรรเวลาได้ตามต้องการ
แต่ความจริงคือเมื่อเข้าสู่วงการบันเทิง เธอจะยิ่งยุ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ดาราชื่อดังจะมีงานแสดงต่อเนื่องตลอดเวลา มีเพียงนักแสดงที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่านั้นที่จะมีเวลาว่าง
ด้านอาเธอร์ เขารับปากกับเธอว่าจะสามารถอดทนต่อสิ่งล่อลวงได้ และจะทุ่มเททุกอย่างให้กับฟุตบอล แต่ในใจเขาก็รู้ดีว่าการรักษาความซื่อสัตย์นั้นไม่ง่าย โดยเฉพาะถ้าต้องเผชิญกับสิ่งล่อลวงที่รุนแรง
หากมีผู้หญิงที่มีรูปร่างสุดเซ็กซี่และหน้าตาสวยเหลือเชื่อมาตามจีบอย่างหนัก จะมีผู้ชายคนไหนต้านทานไหว? ยิ่งไปกว่านั้น สภาพร่างกายของเขาในตอนนี้แตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง เขาเต็มไปด้วยพลังงานเหลือล้นในทุก ๆ วัน
ฮอร์โมนเพศของนักกีฬามักหลั่งออกมามากกว่าคนปกติ ซึ่งฮอร์โมนนี้ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและเพิ่มความสามารถด้านกีฬา แต่ก็ยังเป็นปัจจัยที่กระตุ้นความต้องการทางเพศ นี่คือหนึ่งในเหตุผลเชิงชีววิทยาที่นักกีฬามักมีข่าวเรื่องนอกใจ เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับ สื่อเคยรายงานข่าวฉาวในหมู่บ้านนักกีฬาโอลิมปิกมานับไม่ถ้วน
วันที่ 26 สิงหาคม
การแข่งขัน โคปปา อิตาเลียน่า ซี กำลังจะเริ่มขึ้น
ฝ่ายบริหารของทีมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายการนี้มากนัก เช่นเดียวกับโค้ชเวียร์โควอดที่วางแผนจะใช้ผู้เล่นชุดสำรองลงสนามเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ เขาตัดสินใจไม่ส่งอาเธอร์ลงเล่น เพราะไม่ต้องการให้เขาเสี่ยงบาดเจ็บในเกมที่ไม่สำคัญ
ในตอนเช้าหลังเวียร์โควอดประกาศรายชื่อผู้เล่นตัวจริง อาเธอร์ก็ยกมือคัดค้านทันที “โค้ชครับ ผมขออนุญาตลงเล่น”
“เหตุผล?” เวียร์โควอดถามกลับ แต่ไม่ได้แสดงความไม่พอใจ เพราะความกระตือรือร้นของอาเธอร์นั้นเข้ากับแนวคิดของเขาที่เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่น
"ก่อนอื่นเลย ผมมีพละกำลังเต็มเปี่ยม ไม่จำเป็นต้องพักผ่อน ประการที่สอง ผมอยากใช้เกมการแข่งขันเป็นการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมตัวสำหรับลีก และสุดท้ายคือเรื่องแท็กติก ปกติทีมเล่นเกมรุกโดยมีผมเป็นศูนย์กลาง ถ้าผมไม่ได้ลงเล่น เพื่อนร่วมทีมอาจจะเล่นได้ลำบาก" อาเธอร์ตอบ พร้อมยกตัวเองขึ้นมาอย่างมีชั้นเชิง
ใช่แล้ว ผมคือหัวใจสำคัญที่ทีมขาดไม่ได้
“เป้าหมายหลักของเราคือการเลื่อนชั้นในลีก ถ้าคุณบาดเจ็บในเกมบอลถ้วยจะทำยังไง?” เวียร์โควอดถามกลับตรง ๆ เพราะเขาไม่อยากเสี่ยงให้อาเธอร์เจ็บในเกมที่ไม่ได้สำคัญมากนัก
“ผมมั่นใจว่าผมจะไม่บาดเจ็บ เพราะตั้งแต่เริ่มเล่นฟุตบอลมา ผมไม่เคยเจ็บมาก่อนเลย ตอนอยู่ที่อาร์เซนอล พวกเขาเคยพูดกันเล่น ๆ ว่าผมยอมสละหนึ่งในสามของไอคิวเพื่อแลกกับร่างกายที่แข็งแกร่งเหมือนหินผา” อาเธอร์ยิงมุกตลกสไตล์อังกฤษ
คำพูดของเขาทำให้นักเตะหลายคนหัวเราะออกมา แม้แต่เวียร์โควอดก็ยังอดหัวเราะไม่ได้ เพราะในปี 2002 เรื่องตลกแบบ "สละไอคิวแลกร่างกาย" ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน
เวียร์โควอดยกมือเรียกความเงียบ พร้อมกล่าวอย่างมีอารมณ์ขัน “งั้นนายไปลงเล่นแทนเฟลิเช่ตัวจริงก็แล้วกัน ตำแหน่งอื่นยังคงเหมือนเดิม”
เฟลิเช่ เอวาคูโอ นักเตะอิตาลีวัย 20 ปี สูง 187 ซม. น้ำหนัก 85 กก. เป็นชาวเมืองปอมเปอีและเล่นตำแหน่งเดียวกับอาเธอร์ แต่ด้วยความสามารถทางกายภาพที่ด้อยกว่า และยังไม่ใช่กองหน้าตัวเป้าที่ดี ทำให้เขาไม่สามารถแข่งขันกับอาเธอร์ได้
ในการฝึกซ้อม เฟลิเช่ทำผลงานได้ไม่ดีเท่ากับ อาเธอร์, ริกาโน่ หรือฟาบิโอ กวายาเรลล่า แม้แต่อเลสซานโดร ตูเช็ตต้า (สูง 180 ซม.) และบิสมาร์ค เอคเย กองหน้าชาวกานาที่เล่นริมเส้นได้ ก็ยังมีความสามารถทางเทคนิคที่ดีกว่าเฟลิเช่
ดังนั้น เฟลิเช่จึงเป็นเพียงกองหน้าลำดับที่หกของทีม
ในตอนนี้ เขาได้แต่นั่งตาลอยอย่างหมดอาลัยตายอยาก เขาแทบจะชาไปแล้ว เพราะแม้แต่ใน โคปปา อิตาเลียน่า ซี เขายังไม่มีโอกาสลงสนาม แล้วในอนาคตเขาจะได้เล่นเมื่อไหร่กัน? สำหรับเขา นี่คือ "วันสิ้นโลกแห่งปอมเปอี" อย่างแท้จริง
หลังจากการประชุมทีมสิ้นสุดลง ผู้ช่วยโค้ช ดาเนียล หัวเราะเบา ๆ แล้วพูดขึ้นว่า “เขาช่างกระตือรือร้นจริง ๆ แถมยังกล้าหาญเหลือเชื่อ ผมคิดว่าทั้งทีมคงมีแค่เขาคนเดียวที่กล้าออกมาขอเปลี่ยนแผนผู้เล่นตัวจริงของคุณแบบนี้”
เวียร์โควอด ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า “เพราะแบบนี้ เขาถึงเป็นคนเดียวในทีมที่มีโอกาสกลายเป็นซูเปอร์สตาร์”
“คนอ่อนแอยอมจำนนต่อชะตากรรม ส่วนคนแข็งแกร่งกำหนดชะตากรรมของตัวเอง”
ดาเนียลถามต่อ “คุณคิดว่าที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า? ที่เขาไม่เคยบาดเจ็บเลยน่ะ”
“อาจจะจริง ถ้าไม่อย่างนั้นคงอธิบายไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงซ้อมหนักขนาดนั้นได้ เขาไม่เชื่อว่าเขาจะเจ็บได้เลยสักนิด” เวียร์โควอดยิ้มก่อนพูดต่อ “พอเขาได้เล่นคู่กับริกาโน่ ผมมั่นใจว่าเกมนี้เราชนะชัวร์”
ผู้จัดการทีมกัลลี เสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ควรให้ริกาโน่ได้ลงเล่นมากขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจกับอาเธอร์ เพราะฟาบิโอ กวายาเรลล่า เป็นเพียงนักเตะที่ยืมตัวมา และระยะเวลาการยืมตัวก็ไม่นาน แม้ว่าเขาจะเล่นได้ดี แต่โตริโน่ก็ไม่มีทางขายเขาให้
หากทีมขาดกองหน้าที่แข็งแกร่ง ก็อาจให้กวายาเรลล่าเป็นตัวหลักได้ แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ ทีมไม่ขาดจุดทำประตู พวกเขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องช่วยโตริโน่ปั้นนักเตะ
ทั้งฝ่ายบริหารและโค้ชเห็นตรงกันว่า อาเธอร์มีศักยภาพเหนือกว่ากวายาเรลล่าอย่างชัดเจน เมื่อครบกำหนดสัญญายืมตัว กวายาเรลล่าก็แค่กลับไปเป็นตัวสำรองที่โตริโน่ต่อไป
ได้ลงสนาม อาเธอร์ก็รู้สึกพอใจ เพราะการแข่งขันเป็นวิธีเดียวที่เขาจะได้ "แต้มเกม" เพื่อพัฒนาตัวเอง ยิ่งแข่งมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเก่งขึ้น เขาไม่จำเป็นต้องพัก เพราะฟิออเรนติน่าไม่มีโปรแกรมแข่งในยุโรป ฤดูกาลนี้จึงไม่ได้มีเกมมากนัก
การแข่งขันเริ่มขึ้นเวลา 18.00 น. คู่แข่งในวันนี้คือทีม บรูเซโร
จำนวนผู้ชมในสนามเจ้าบ้านเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 คนในทันที โดยมีรายงานว่านักข่าวจำนวนไม่น้อยก็เข้ามาร่วมชมเกมนี้ด้วย
ดีเอโก เดลลาวัลเล่ ประธานสโมสรคนใหม่ และ โดเมนิกิ นายกเทศมนตรีเมืองฟลอเรนซ์ ก็เข้ามาชมการแข่งขันในสนามด้วยเช่นกัน ทุกคนอยากรู้ว่าทีมใหม่ที่เพิ่งตั้งขึ้นนี้มีศักยภาพแค่ไหน และสามารถเลื่อนชั้นได้หรือไม่ คู่แข่งก่อนหน้านี้อ่อนแอเกินไป แต่ บรูเซโร เป็นทีมแข็งแกร่งของลีกเซเรีย ซี 2 และเป็นตัวเต็งเลื่อนชั้นในฤดูกาลนี้
นอกจากนี้ ยังมีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่มาเพื่อดูอาเธอร์โดยเฉพาะ หลายคนหวังว่าเขาจะทำประตูต่อเนื่องได้อีก
เมื่อการแข่งขันเริ่มต้น นักเตะฟิออเรนติน่าทุกคนแสดงพลังเต็มที่ ไล่กดดันอย่างดุดันในแดนกลาง ในเกมรุก พวกเขาพยายามเปิดเกมทางริมเส้นแล้วครอสบอลเข้ากลางเพื่อหาอาเธอร์และริกาโน่ที่ยืนรออยู่ในเขตโทษ
แท็กติกของ เวียร์โควอด เรียบง่ายและตรงไปตรงมา แก่นแท้คือการให้ผู้เล่นทุกคนสู้สุดใจในสนาม วันนี้ โรแบร์โต้ ริป้า กองหลังตัวเก๋าไม่ได้ลงเล่น ผู้เล่นที่อายุเกิน 25 ปีในสนามมีเพียงริกาโน่และผู้รักษาประตู อีวาน เท่านั้น
สไตล์การเล่นที่เวียร์โควอดวางไว้ในวันนี้ คล้ายกับทีม ซามพ์โดเรีย ชุดคว้าแชมป์แบบพลิกล็อกในฤดูกาล 1990-1991
ในตอนนั้น อินเตอร์ มิลาน มีสามทหารเสือเยอรมันอย่าง โลธาร์ มัทเธอุส, อันเดรียส เบรห์เมอ, และ เยอร์เกน คลินส์มันน์ เป็นกำลังสำคัญ ขณะที่ นาโปลี นำทีมโดย ดิเอโก มาราโดนา ส่วน เอซี มิลาน ก็มีสามทหารเสือชาวดัตช์ที่คนทั้งโลกรู้จัก แต่การที่ทีมซามพ์โดเรียชุดดาวรุ่งสามารถคว้าแชมป์เซเรียอาได้ในฤดูกาลนั้นถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์
จานลูก้า วิอัลลี่ ยิงไป 19 ประตู คว้าตำแหน่งดาวซัลโวของฤดูกาล ขณะที่ โรแบร์โต มันชินี่ ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของอิตาลี
ความได้เปรียบของผู้เล่นอายุน้อยอยู่ที่ร่างกายที่แข็งแรงและพละกำลัง พวกเขาสามารถใช้ความมุ่งมั่นและการวิ่งไล่ทำเกมเพื่อชดเชยข้อบกพร่องด้านเทคนิคและประสบการณ์ได้ แต่ข้อเสียของนักเตะอายุน้อยก็ชัดเจน คือมักเกิดความผิดพลาดง่าย
เริ่มเกมไปเพียง 8 นาที ฟิออเรนติน่าก็เสียประตูแรกจากความผิดพลาดของ ลูก้า อาเรียติ แบ็กซ้ายของทีม เขาส่งบอลพลาดในแดนตัวเอง ทำให้คู่แข่งตัดบอลได้และโต้กลับทันที กองหน้าบรูเซโรหลุดเดี่ยวไปยิงอย่างง่ายดาย สกอร์กลายเป็น 0-1
ดาเนียล ผู้ช่วยโค้ชส่ายหัวเบา ๆ เขาเคยเตือนเวียร์โควอดแล้วว่าไม่ควรให้อาเรียติลงเล่นตำแหน่งแบ็กซ้ายตัวจริง และควรหาคนอื่นมาแทน แต่เวียร์โควอดไม่ได้ฟัง
อาเรียติ จริง ๆ แล้วเป็นผู้เล่นในตำแหน่งปีกซ้าย ไม่ใช่แบ็กซ้ายธรรมชาติ การจับเขามาเล่นตำแหน่งนี้เป็นความจำเป็นของทีม เพราะในบรรดาผู้เล่นที่มาทดสอบฝีเท้า ส่วนใหญ่เป็นกองหน้าและกองกลาง มีผู้เล่นตำแหน่งกองหลังเพียงไม่กี่คน และผู้ที่ได้รับการเซ็นสัญญาก็มีฝีเท้าไม่ค่อยดีนัก
อย่างไรก็ตาม หลังเสียประตู ผู้เล่นฟิออเรนติน่าไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองและยังเล่นตามเกมได้ดี เพราะในสนามมี "เสาหลัก" อย่างอาเธอร์ช่วยพยุงทีม