อัศวินล่าถอยหรือ?
เสิ่นหลินตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า เขาจะมอบการ์ดใบนั้นให้กับหวังเว่ยในเวลาที่เหมาะสม
ทำไมต้องเป็นเขาน่ะหรือ?
เพราะตอนนี้หวังเว่ยดูเหมือนจะทำงานอยู่ในธนาคารเพื่อการลงทุน ซึ่งตรงกับคุณสมบัติของการ์ดนี้พอดี
อีกอย่างหวังเว่ยก็คือหนึ่งในสามสหายที่เคยช่วยเหลือเขาอย่างสุดความสามารถในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัย
ด้วยสายสัมพันธ์ขนาดนี้หากไม่ให้หวังเว่ย แล้วจะให้ใครล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้น เสิ่นหลินยังวางแผนไว้แล้วว่า เงินเดือนปีแรกจากความร่วมมือกับธนาคารจำนวน 2 ล้านหยวน รวมถึงรถหรูที่ได้มาในตอนนั้น เขาจะมอบทั้งหมดให้หวังเว่ย เป็นเงินเดือนในปีนั้น
และในปีถัดไป เมื่อเขาเริ่มสร้างธุรกิจของตัวเอง เขาก็จะไม่ลืมตอบแทนพี่น้อง
ขอแค่แบ่งผลกำไรให้หวังเว่ย 5%แค่นี้ก็ทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีได้แล้ว
มันช่างน่าพึงใจเสียจริง!
สิ่งสำคัญที่สุดคือ เสิ่นหลินจะได้มีคนที่ไว้ใจได้อยู่เป็นเพื่อนเคียงข้างในหางโจวด้วย
ที่สำคัญคือ เขาไม่ต้องกังวลว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ เพราะหลังจากรับการ์ดนี้แล้ว หวังเว่ยจะภักดีต่อเขาอย่างไม่มีข้อแม้ในเส้นทางธุรกิจ
และการ์ดนี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัวของอีกฝ่ายเลย
เสิ่นหลินรู้สึกได้เลยว่า การเช็คอินวันนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับดีกว่าการ์ดคืนเงินระดับต้นเสียอีก!
ส่วนเพื่อนสนิทอีกสองคน เสิ่นหลินก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า ถ้าได้การ์ดแบบนี้อีกเมื่อไรเขาจะทำให้พวกนั้นรวยไปพร้อมกัน
ในฐานะพี่น้อง เราควรออกผจญภัยด้วยกันแล้วไต่ถึงจุดสูงสุดด้วยกันเถอะ!
แต่ตอนนี้เสิ่นหลินยังไม่รีบติดต่อหวังเว่ย เขากำลังรอโอกาสที่เหมาะสม
ขอแค่เจ้านั่นบ่นเรื่องงานกับเขาอีกครั้ง
เจ้าวีอากร้า ยินดีด้วยนะ นายกำลังจะได้รับความเมตตาจากพ่อแล้วล่ะ! ฮ่า ๆ ๆ!
ขณะนั้นเอง เมื่อเสิ่นหลินออกจากระบบ เขาก็เห็นจีมู่เสวี่ยเดินออกมาจากห้องนอนในชุดชั้นในลูกไม้สีดำ ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ เขาทันที
“พี่ หนูขอกอดหน่อยสิ ตื่นมาไม่เห็นพี่เลย คิดว่าพี่ทิ้งหนูไปแล้ว”
เสิ่นหลินชอบเหลือเกินเวลาที่ดาวมหาลัยผู้เคยหยิ่งทะนง บัดนี้มาคลอเคลียออดอ้อนอยู่ในอ้อมแขนของเขา
เขายิ้ม ยกตัวเธอขึ้นนั่งบนตักแล้วพูดว่า
“ฉันปลุกหนูเหรอ?”
“เปล่าค่ะ จริง ๆ แล้วเมื่อกี้โจวหรูถงส่งข้อความมาว่าอยากเลิกคบกับหนู แต่เธออยากพูดกับหนูต่อหน้า หนูไม่รู้จะทำยังไงดีเลย”
มู่เสวี่ยเอ่ยอย่างเศร้าสร้อย
เสิ่นหลินรู้สึกว่าไม่แปลกอะไรถ้าจำไม่ผิด โจวหรูถงเหมือนจะโดนหูหลงลากเข้าโรงแรมไป
ในเรื่องนี้ เสิ่นหลินก็ได้แต่คิดว่าเป็นเวรกรรมของอีกฝ่ายเอง
“ช่างเถอะ อย่าคิดมากนะ มีฉันอยู่ตรงนี้แล้ว อ้อ ฉันก็มีเรื่องจะบอกเหมือนกัน”
ได้ยินเช่นนั้น จีมู่เสวี่ยก็ตั้งใจฟังทันที ดวงตาฉายแววกังวลปนคาดหวัง
เสิ่นหลินยิ้ม แกล้งเอานิ้วเขี่ยจมูกเธอเบา ๆ
“รับรองว่าเป็นข่าวดีสำหรับหนูแน่นอน!”
“พี่จะบอกอะไรเหรอคะ?”
“เมื่อคืนฉันคิดดูแล้ว หนูเองก็ต้องมีอนาคตเหมือนกัน เพราะงั้น วันนี้ฉันจะให้ผู้ดูแลทรัพย์สินพาไปดูบ้าน ราคาอยู่ที่ราว ๆ ห้าล้านหยวน หนูเลือกเองได้เลย ชอบหลังไหนโทรมาบอกฉัน แล้วฉันจะโอนเงินให้และจดชื่อบ้านเป็นชื่อหนูนะเพราะถึงหนูจะสะถานะในชีวิตของฉัน แต่ฉันก็พร้อมจะให้ทุกอย่าง”
“อ้อ แล้วฉันจะให้หนูหนึ่งล้านไว้ซื้อรถนะ แล้วก็โอนให้อีกสองแสนทุกเดือน อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ทั้งหมดนี้มีข้อแม้อย่างเดียวห้ามหักหลังฉันเด็ดขาด ถ้าทำ ฉันให้ได้ฉันก็เอาคืนได้ เข้าใจใช่ไหม?”
ที่เสิ่นหลินใจดีกับจีมู่เสวี่ยถึงเพียงนี้
เพราะเขารู้จักเธอดีเธอเป็นผู้หญิงที่มอบคุณค่าทางอารมณ์ให้เขาได้
ที่สำคัญ เธอก็สละสถานะของตัวเองเพื่อเดินตามเขา จึงสมควรได้รับสิ่งตอบแทนเหล่านี้
ในมุมมองของเขา เงินจำนวนนี้ถือว่าเล็กน้อยมาก
สุดท้ายแล้ว เขาไม่ชอบของของตัวเองที่ถูกคนอื่นแย่งไปแค่คิดก็รู้สึกไม่สบายใจ
เมื่อได้ยินดังนั้น จีมู่เสวี่ยถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างปลื้มปีติก็สิ่งที่เธอต้องการก็คือสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หรือ?
แม้ไม่เคยพูดออกมา แต่ไม่คิดเลยว่าเสิ่นหลินจะพูดมันก่อน
น้ำตาเธอคลอเบ้าอย่างซาบซึ้ง
เธอมองเสิ่นหลินด้วยสายตาแสนหวาน แล้วพูดเบา ๆ
“พี่ใจดีจังเลยค่ะ”
เสิ่นหลินหัวเราะเบา ๆ
“แค่หนูดีกับฉัน ฉันก็ยินดีจะซื้อทุกอย่างให้ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย”
ว่าแล้วเขาก็ยื่นมือจะหยิบบุหรี่ แต่มู่เสวี่ยกลับชิงหยิบออกมาแล้วจุดไฟให้เขาก่อนอย่างรู้งาน
จากนั้น เธอก็โอบกอดเขาแน่น
และในวินาทีนั้น เสิ่นหลินก็เข้าใจได้ทันทีว่า ทำไมกษัตริย์โบราณถึงชอบมีอำนาจไว้ในมือ และหลับใหลอยู่ในอ้อมแขนของหญิงงาม
ชีวิตแบบนี้มันช่างเหมือนอยู่ในความฝัน
“พี่ หนูหิวแล้ว”
เสิ่นหลินกำลังสูบบุหรี่อยู่ พอได้ยินเสียงของจีมู่เสวี่ยก็หันไปมองเธออย่างจนคำจะพูด
“หิวตอนนี้เนี่ยนะ?”
“ไม่รู้เลยว่าหนูหิวแบบไหนกันแน่”
“เหอ ๆ ๆ พี่คิดมากจัง หนูแค่หิวข้าวจริง ๆ นี่นา”
จีมู่เสวี่ยยิ้มหวานให้เขา เสิ่นหลินจึงดับบุหรี่แล้วว่า
“งั้นไปล้างหน้าล้างตาก่อน เดี๋ยวฉันให้คนจัดอาหารเช้าให้”
“เย้ งั้นหนูไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
จีมู่เสวี่ยทำท่าจะลุกขึ้น แต่ดูเหมือนเธอจะประเมินความสามารถของเสิ่นหลินต่ำเกินไป
พอลุกขึ้นได้เพียงครู่เดียว ก็ต้องทรุดนั่งลงอย่างหมดแรง ขาแทบจะยืนไม่อยู่ เธอเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาเว้าวอน:
“พี่ หนูอยากให้พี่อุ้ม”
“ได้สิ ฉันอุ้มเอง”
เห็นสีหน้าทั้งอ้อนทั้งเหนื่อยของเธอ เสิ่นหลินก็ได้แต่หัวเราะกลั้ว ถอนหายใจ แล้วช้อนตัวเธอไปยังห้องน้ำ
ทั้งคู่ใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าหนึ่งชั่วโมง
หากไม่ใช่เพราะอาหารเช้ามาส่ง คงไม่รู้เลยว่าจะออกมากันเมื่อไหร่
……
ที่โต๊ะอาหาร จีมู่เสวี่ยนั่งตักเสิ่นหลินอย่างอารมณ์ดี มองอาหารหลากหลายชนิดตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย:
“อู้วว อยู่กับพี่แล้วหนูมีความสุขที่สุดเลย!”
“อยากโดนตีอีกหรือไง?”
เสิ่นหลินพูด มือก็หยุดการบิดตัวไปมาของเธอไว้
พอเห็นว่าเขาไม่ได้พูดเล่น จีมู่เสวี่ยก็รีบปรับตัวนั่งนิ่งแล้วเริ่มลงมือกินข้าว
ระหว่างนั้น เสิ่นหลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรหาผู้จัดการทรัพย์สินของกวานหยุนเฉียนถัง เพื่อสั่งการเรื่องที่เขาเพิ่งสัญญากับจีมู่เสวี่ยไปเมื่อเช้า
จากนั้นเขาก็เปิดแอปดูโซเชียล และเห็นข้อความแจ้งเตือนมากมายเต็มหน้าจอ
ด้วยความอยากรู้ เขาจึงเปิดเข้าไปดู สตอรี่
พอดีในตอนนั้นเอง จีมู่เสวี่ยก็ยื่นกับข้าวให้เขาพอดี แต่ไม่ทันไร เสิ่นหลินก็ทำเสียง แค่ก! ขึ้นมา
เกือบสำลัก!
“พี่! เป็นอะไรน่ะ? ดูอะไรอยู่ ทำไมขำขนาดนั้นจนจะสำลักเนี่ย!”
เสิ่นหลินหันไปมองโพสต์ของเฉียนฟางหยวนใน สตอรี่ แล้วก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง
“อัศวินของเธอถอนตัวแล้ว!”
“หือ? อะไรนะคะ???”
จีมู่เสวี่ยทำหน้างุนงง เสิ่นหลินเลยยื่นโทรศัพท์ให้เธอดูโพสต์ของเฉียนฟางหยวน
พออ่านจบ จีมู่เสวี่ยถึงกับพูดไม่ออก
“พี่นี่ใจร้ายจังเลย แต่ว่าเฉียนฟางหยวนน่ะ เขาเห็นโพสต์เราจริง ๆ เหรอ? อัศวินอะไรกันล่ะ เขาน่ะพูดดีแต่ปากมากกว่า!”
จีมู่เสวี่ยมองโพสต์ของเฉียนฟางหยวนแล้วก็อดรู้สึกดีไม่ได้ที่วันนั้นเธอไม่ตอบตกลงกับเขา
คนที่โพสต์อะไรแบบนี้ได้ ถ้าไม่ได้มีพ่อแม่คอยเลี้ยงดู คงไม่มีปัญญากินอะไรดี ๆ แน่
“พี่อย่าไปสนใจเขาเลยนะ อ้าปากเร็ว”
พูดจบ จีมู่เสวี่ยก็ยื่นชิ้นเนื้ออีกชิ้นให้เสิ่นหลินด้วยรอยยิ้ม
ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า
มีเงินมันดีแบบนี้นี่เอง!