ความตกตะลึงของโจวหรูถง

ในขณะที่ทั้งสองกำลังรับประทานอาหารเย็นกันอยู่ พ่อบ้านจากกวานหยุนเฉียนถังก็ขับรถโรลส์รอยซ์มาจอดที่หน้าโรงแรมที่เสิ่นหลินพักอยู่
แน่นอนว่าเสิ่นหลินก็มีเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ มอบให้จีมู่เสวี่ยเช่นกัน
เขาตั้งใจให้พ่อบ้าน เดวิด โทรเรียกพนักงานจากร้านแอร์เมสให้มาด้วย
ทันทีที่เดวิดก้าวลงจากรถ ก็เห็นพนักงานแอร์เมสมากกว่าสิบคน
กำลังเข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยกระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุดของฤดูกาลนี้
“สวัสดีครับ คุณเดวิด ผมชื่อโจวซุ่น เป็นผู้จัดการร้านแอร์เมสสาขาเฉียนหู ไม่ทราบว่าคุณเสิ่นอยู่ที่นี่ใช่ไหมครับ?”
“ผู้จัดการโจว คุณเสิ่นคือเจ้าของโครงการอาคาร T2 แห่งกวานหยุนเฉียนถัง คุณน่าจะรู้ว่าควรให้บริการท่านอย่างไรแล้วนะ ไปกันเถอะ!”
เดวิดตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แล้วจึงพาทุกคนไปยังห้องของเสิ่นหลินในโรงแรม
แต่เขาไม่ได้เข้าไปทันที กลับโทรหานายของเขาก่อน
หลังจากรับสาย เสิ่นหลินกับจีมู่เสวี่ยก็แต่งตัวให้เรียบร้อย
จากนั้นเสิ่นหลินก็หันไปบอกเธอว่า
“พ่อบ้านจะมาถึงแล้วนะ อีกเดี๋ยวเธอเลือกกระเป๋าไปได้สามใบ”
“กระเป๋าเหรอ?”
จีมู่เสวี่ยหันมามองเขาด้วยแววตาสงสัย แต่เสิ่นหลินไม่พูดอะไรมาก เพียงแค่เดินไปเปิดประตูให้เดวิดกับลูกทีมเข้ามา
ทันใดนั้น หญิงสาวก็เห็นชายวัยกลางคนในชุดสูทเรียบร้อยเดินนำทีมเข้ามา
สิ่งที่ทำให้เธอต้องตกใจ คือคนที่ตามหลังเดวิดมานั้น
กลายเป็นพนักงานจากร้านแอร์เมสจริง ๆ
จะไม่ให้รู้ได้อย่างไร ในเมื่อทุกคนต่างก็มีป้ายชื่อแขวนอยู่ชัดเจน
ในตอนนั้นเอง จีมู่เสวี่ยก็เข้าใจแล้วว่ากระเป๋าที่เสิ่นหลินพูดถึงคืออะไร
หัวใจเธอพลันพองโต เพราะเธอเคยเห็นภาพฉากหรูหราแบบนี้แค่ในโทรทัศน์เท่านั้นการที่แบรนด์หรูระดับโลกมาส่งสินค้าให้ถึงบ้าน
ไม่เคยคิดฝันว่าแค่ได้เดินเคียงข้างเสิ่นหลิน เธอก็จะได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษแบบนี้ด้วยตัวเอง
ด้วยความตื้นตัน จีมู่เสวี่ยจึงก้มลงจูบเสิ่นหลินตรงนั้นต่อหน้าทุกคน
หลังจากทั้งสองแยกออกจากกัน เดวิดก็ก้าวขึ้นมาข้างหน้า กล่าวด้วยท่าทีเคารพว่า
“คุณเสิ่น ทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้วครับ”
“โอเค เดวิด วันนี้ขอบใจมากนะ”
เสิ่นหลินกล่าวอย่างสุภาพ
“คุณเสิ่น เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ แต่ว่า ตอนผมเข้ามาเมื่อกี้ เห็นมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้อง คุณรู้จักเธอไหมครับ?”
ได้ยินเช่นนั้น เสิ่นหลินก็หันไปมองจีมู่เสวี่ย
เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิด วีแชท แล้วตอบว่า
“โจวหรูถง!”
“งั้นเธอจัดการเองนะ ฉันขอตัวก่อน วันนี้มีงานต้องทำอีกหลายอย่าง”
เสิ่นหลินพูดจบก็กำชับให้เดวิดดูแลความปลอดภัยของจีมู่เสวี่ย พร้อมกับสั่งงานเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ทันทีที่ก้าวออกมา เขาก็เห็นโจวหรูถงยืนอยู่ตรงมุมหนึ่ง สีหน้าเธอดูอ่อนแรงเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย
เธอเห็นเสิ่นหลินแล้วก็ฝืนยิ้มพลางกล่าวว่า
“คุณเสิ่น สวัสดีค่ะฉันมาหาเสี่ยวเสวี่ย”
แต่เสิ่นหลินก็แค่พยักหน้าให้อย่างเย็นชา ก่อนจะเดินผ่านไปเข้าลิฟต์โดยไม่พูดอะไรอีก
สำหรับเขาแล้ว ผู้หญิงแบบนี้ไม่มีค่าพอจะเสียเวลาสนใจ
โจวหรูถงมองประตูลิฟต์ที่ปิดลงช้า ๆ พลางรู้สึกใจหายวาบ
หลังจากเสิ่นหลินจากไป เดวิดก็เดินออกจากห้องมาเงียบ ๆ เข้ามาหาเธอแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมว่า
“คุณโจว คุณจีเรียกให้คุณเข้าไปพบครับ”
โจวหรูถงหันไปมองเดวิด ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอทันทีว่าชายคนนี้คือพ่อบ้านในตำนานที่เธอเคยได้ยินชื่อ
ความรู้สึกในใจของเธอพลันสับสนวุ่นวายขึ้นมาอย่างรุนแรง
จากนั้นเธอก็สูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย แล้วจึงก้าวเข้าไปในห้อง
มนุษย์นี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดจริง ๆ
ถ้าเป็นคนอื่นส่งพ่อบ้านมาเชื้อเชิญเธอแบบนี้ในวันนี้ โจวหรูถงคงจะตื่นเต้นไม่น้อย และรู้สึกภูมิใจในตัวเองอยู่บ้าง
พร้อมกับความรู้สึกเหมือนได้เปิดโลก
แต่เพราะคนที่ทำเรื่องเหล่านี้กลับเป็นเพื่อนสนิทที่เคยอยู่ด้วยกันมาตลอดสองปีจีมู่เสวี่ย
เมื่อเทียบกับสิ่งที่เธอเคยภาคภูมิใจในอดีต ทุกอย่างก็กลับกลายเป็นเรื่องไร้สาระไปในพริบตา
“ถงถง มาแล้วเหรอ!”
จีมู่เสวี่ยที่อยู่ในห้องเอ่ยต้อนรับอย่างอบอุ่น แม้ว่าตอนเช้าเธอจะเห็นข้อความแย่ ๆ จากโจวหรูถงในโทรศัพท์ก็ตาม
“กินข้าวเช้ารึยัง? ถ้ายังมากินด้วยกันสิ พี่ชายสั่งมาเยอะเลย!”
โจวหรูถงไม่ตอบอะไร สีหน้าก็ดูจะหยิ่งนิด ๆ
แต่เมื่อจีมู่เสวี่ยดึงเธอมานั่งที่โต๊ะอาหาร เธอก็เริ่มเข้าใจถึงชีวิตของเพื่อนสนิทในตอนนี้
อาหารเช้าตรงหน้านั้น ใช้วัตถุดิบชั้นเลิศที่สุด
ทั้งอาหารจีนและอาหารฝรั่งเรียงรายอยู่บนโต๊ะ
มีทั้งขนมปัง นม รังนก หูฉลาม ชีส ล็อบสเตอร์ และเป๋าฮื้อ
ทุกจานถูกจัดอย่างประณีต หรูหราเหลือเชื่อ
ของหลายอย่างเธอไม่เคยแม้แต่จะได้ยินชื่อมาก่อนด้วยซ้ำ
และเธอเชื่อว่า ก่อนหน้านี้จีมู่เสวี่ยก็คงไม่ต่างจากเธอ
แต่ตอนนี้ จีมู่เสวี่ยกลับเป็นเจ้าของโต๊ะอาหารหรูนี้
ความอิจฉาในใจของโจวหรูถงจึงยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ
กระทั่งสายตาของเธอไปหยุดที่เรียวขาของจีมู่เสวี่ย จึงอดถามขึ้นมาไม่ได้ว่า
“เธอให้เขาแล้วเหรอ?”
ได้ยินเช่นนั้น จีมู่เสวี่ยจิบแก้วนมพลางพยักหน้าอย่างไม่คิดจะปิดบัง
“จีมู่เสวี่ย เธอคงไม่ได้คิดไปเองนะว่าผู้ชายแบบคุณเสิ่นจะยอมแต่งงานกับเธอ?”
ความหมายของโจวหรูถงก็คือเธอและจีมู่เสวี่ยก็ไม่ได้ต่างกันนัก เป็นแค่ของเล่นของคนรวยเท่านั้น
“ฉันรู้ เขาบอกฉันตรง ๆ แล้วว่าเขาจะไม่แต่งงานกับฉัน”
ได้ยินดังนั้น โจวหรูถงก็รู้สึกเหมือนตัวเองชนะ พลันแสดงท่าทีเหนือกว่าออกมาทันที
“เสี่ยวเสวี่ย เราก็แค่ผู้หญิงที่โชคชะตาเหมือนกัน ยกเว้นว่า”
แต่ยังพูดไม่ทันจบ จีมู่เสวี่ยก็ขัดขึ้นว่า
“แต่พี่ชายฉันบอกว่า นอกจากแต่งงาน เขาสามารถให้ฉันได้ทุกอย่าง!”
คำพูดซื่อ ๆ แต่จริงใจของจีมู่เสวี่ยทำให้โจวหรูถงหลุดหัวเราะอย่างเย้ยหยันออกมา
“เสี่ยวเสวี่ย ขนาดตอนนี้เธอยังไม่ยอมรับความจริงอีกเหรอ? คำพูดของผู้ชายน่ะโกหกทั้งนั้น เธอไม่เห็นเหรอ เขายังใส่กางเกงกลับออกไปแต่เช้าเลย!”
“อ๋อ หมายถึงพี่ชายฉันเหรอ? เขามีธุระต้องไปทำน่ะ ว่าแต่ถงถง วันนี้เธอว่างไหม?”
“มีอะไรเหรอ?”
โจวหรูถงที่เริ่มรู้สึกดีขึ้น จึงเปลี่ยนท่าทีพูดกับจีมู่เสวี่ยให้ดูอ่อนลงเล็กน้อย
“ไปดูบ้านรถกับฉันหน่อยสิ พี่ชายบอกว่าบ้านสักห้าล้าน รถสักล้านนึงน่าจะพอ”
ทันทีที่จีมู่เสวี่ยพูดจบ โจวหรูถงก็เบิกตากว้าง มองเธออย่างไม่อยากเชื่อ
แต่สักพักก็หัวเราะในใจ เพราะไม่เชื่อว่านี่จะเป็นเรื่องจริง
เธอไม่คิดว่าคุณเสิ่นจะยอมเปย์อะไรขนาดนั้น
ขณะที่โจวหรูถงกำลังจะพูดบางอย่างเพื่อลบล้างความโม้ในความคิดของเธอ
“คุณจีครับ เราจัดกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถเข้าไปดูได้เลยครับ”
เสียงของผู้จัดการร้านแอร์เมส โจวซุ่น ดังขึ้นในห้องอาหารอย่างสุภาพ
จีมู่เสวี่ยได้ยินแล้วก็ตาเป็นประกาย รีบดึงโจวหรูถงขึ้นทันที
“ถงถง ไปดูด้วยกันเร็ว พี่ชายบอกให้ฉันเลือกสามใบ เผื่อเธอด้วยนะ ถึงพี่ชายจะบอกว่าช่วยเธอไม่ได้ แต่ฉันคิดว่าให้กระเป๋าเธอสักใบ น่าจะพอเอาไปใช้คืนเงินคุณหูได้!”
จนกระทั่งถูกจีมู่เสวี่ยลากไปที่ห้องรับแขก แล้วได้เห็นกระเป๋าแอร์เมสเรียงรายอยู่ตรงหน้า
ในตอนนั้นเอง โจวหรูถงก็เพิ่งรู้สึกตัวว่า ตัวเองที่แสดงท่าทีเย้ยหยันก่อนหน้านี้นั้น ดูน่าขันเพียงใด
จีมู่เสวี่ยเห็นกระเป๋าที่เธอเคยเห็นแค่ในรูปภาพอินเทอร์เน็ต วางอยู่ตรงหน้าเธอจริง ๆ
ดวงตาก็เป็นประกาย แล้วตะโกนด้วยความดีใจว่า
“ฉันรู้เลยว่าพี่ชายฉันดีที่สุดในโลก!”
เห็นจีมู่เสวี่ยดีใจจนเหมือนคนจะเป็นบ้า โจวหรูถงที่อยู่ข้าง ๆ เองก็แทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่
เธอกำหมัดแน่น แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว ก็นึกถึงคำพูดของจีมู่เสวี่ย แล้วค่อย ๆ คลายมือลง
ดูเหมือนว่าตอนนี้ คนเดียวที่สามารถช่วยเธอได้ก็คือจีมู่เสวี่ย
แต่ถึงอย่างนั้น ความอิจฉาก็ยังไม่หายไปไหนเลย
ทำไมจีมู่เสวี่ยถึงได้ทุกอย่างแบบนี้นะ?

ตอนก่อน

จบบทที่ ความตกตะลึงของโจวหรูถง

ตอนถัดไป