คลับซูเปอร์คาร์ HK
ทันทีที่เสิ่นหลินพูดจบ จางฮ่าวก็กลอกตาใส่เขา
ให้ตายเถอะ แบบนี้มันเรียกว่าคำพูดของมนุษย์เหรอ?
ซีเบิล ลิซาร์ดรถที่จำกัดแค่ 100 คันทั่วโลกแต่เขากลับพูดหน้าตาเฉยว่า ไม่อยากได้?
ไม่อยากได้งั้นเหรอ? งั้นเอามาให้ฉันก็ได้นะ!
แต่ที่ทำให้จางฮ่าวอึ้งไม่ใช่แค่เรื่องที่เสิ่นหลินกำลังจะได้รถระดับตำนานคันนี้
สิ่งที่ทำให้เขาช็อกกว่านั้นคือคำพูดที่เสิ่นหลินพูดก่อนหน้านี้ว่า เป็นของขวัญจากครอบครัว
เรื่องที่เสิ่นหลินเล่ามาเกี่ยวกับ ซีเบิล ลิซาร์ด จางฮ่าวไม่ได้สงสัยเลยว่าเป็นเรื่องโกหก
เพราะคนระดับนี้ ไม่มีใครเสียเวลามาแต่งเรื่องโกหกเรื่องพวกนี้หรอก
ดังนั้น เขาก็ยังประเมินพื้นเพของเสิ่นหลินต่ำไป
แต่เสิ่นหลินเป็นลูกชายบ้านเสิ่นบ้านไหนกันแน่?
ในประเทศจีน มีตระกูลใหญ่ที่แซ่เสิ่นมากมายเกินจะนับ
จางฮ่าวมองเสิ่นหลินด้วยสายตาลึกซึ้ง โชคดีที่พวกเขาสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย
แต่คิดไปคิดมา เขาก็อดตื่นเต้นไม่ได้
ตอนนี้ถือว่าแน่นอนแล้วว่าเสิ่นหลินจะเข้าร่วมคลับซูเปอร์คาร์ของเขา
ก่อนหน้านี้พวกเขามักจะถูก HZ Club ข่มอยู่เสมอ แต่ถ้าเสิ่นหลินมาร่วมด้วย บางที HK Club อาจจะกลับมาทวงบัลลังก์ได้อีกครั้ง
คิดถึงตรงนี้ จางฮ่าวก็รู้เลยว่าเขาต้องรีบสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเสิ่นหลินให้มั่นคง
ถ้ามีโอกาส เสิ่นหลินอาจกลายเป็นถึงรองประธานไม่สิ คิดเล็กไปแล้ว อาจจะเป็นประธานเลยก็ได้!
“น้องหลิน ฉันขอบอกแค่ว่านายแม่งโคตรเทพ!”
“ไม่ต้องชมมากหรอก รถคันนี้ก็ใช้งานไม่ค่อยสะดวก น้ำมันหมดภายในไม่กี่นาที ขับก็ไม่สนุก เก็บไว้โชว์อย่างเดียว!”
“บางทีฉันก็อยากจะบีบคอนายให้ตายซะตรงนี้เลย!”
เห็นท่าทางอวดแบบ เวอร์ซายส์ ของเสิ่นหลิน จางฮ่าวถึงกับหมดคำจะพูด
โอเค ๆ ฉันรู้แล้วว่านายมี ซีเบิล ลิซาร์ด
ยอมแล้วฉันยกให้นายเป็นพี่เลยก็ได้!
เสิ่นหลินหัวเราะชอบใจ
“พอแล้ว ๆ เลิกเล่นกันได้แล้ว ไปดูคลับของพี่ฮ่าวกันเถอะ!”
“ไป!”
พูดจบ ทั้งสองก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังชานเมืองหางโจว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็ขับรถมาถึงนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในชานเมือง
และหยุดอยู่หน้าตึกโรงงานสูงห้าชั้น
พอลงจากรถ เสิ่นหลินก็หันไปถามด้วยสีหน้างุนงง
“ที่นี่มันดูเหมือนโรงงานในเขตอุตสาหกรรมธรรมดา ๆ เลยนี่?”
จางฮ่าวยิ้มแล้วเดินเข้ามาตบบ่าพร้อมพูดว่า
“อย่ามองแค่ภายนอกนะ ที่นี่ฉันกับถังเฟิงกับติงซินลงทุนไปเยอะเลยล่ะ ข้างในน่ะอีกโลกเลย!”
จากนั้นเขาก็พาเสิ่นหลินเดินไปยังตัวอาคาร แล้วรูดบัตรผ่านประตูเข้าไป
ทันทีที่ประตูเปิดออก ภาพตรงหน้าก็ทำให้เสิ่นหลินถึงกับตะลึง
แม้ภายนอกจะดูเหมือนตึกสำนักงานธรรมดาห้าชั้น แต่ภายในกลับเป็นโลกอีกใบอย่างแท้จริง
ล็อบบี้ชั้นล่างเต็มไปด้วยเครื่องมือแต่งรถที่ทันสมัยสุด ๆ ตกแต่งราวกับโรงจอดรถของราชารถแต่งแห่ง ลอส ซานโตส ในเกมที่เขาชอบ
ชั้นสองเจาะเพดานสูงโปร่ง มีลิฟต์ขึ้นไปถึงชั้นสาม ซึ่งเป็นโซนพักผ่อน
มีทั้งกาแฟ โปรเจ็กเตอร์ เครื่องเล่นเกม ตู้ไวน์ ห้องซิการ์ ครบครันทุกความหรูหรา
ชั้นสี่ยิ่งตะลึงเข้าไปใหญ่ เพราะตั้งเครื่องซิมูเลเตอร์แข่งรถระดับโปรไว้ถึงสิบเครื่อง แบบจำลอง 1:1 ที่หาได้ยากยิ่ง
ส่วนชั้นห้าเป็นระเบียงเปิดโล่ง
ขณะเดินสำรวจไปด้วยกัน จางฮ่าวก็เล่าไปด้วยว่า
“พวกเราลงทุนปรับปรุงกันเยอะมาก เดิมที่นี่เคยเป็นโกดังโรงงานที่ไม่มีใครใช้ พวกฉันกับถังเฟิง ติงซินเลยเทกโอเวอร์มาทำ HK Supercar Club นี่แหละ”
“คลับนี้ให้บริการรถหรูครบวงจร ทั้งดูแล ซ่อมแซม ปรับแต่ง อย่างเปลี่ยนบอดี้คิท หรืออะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น พอรถเฟอร์รารี่แปลก ๆ โผล่มา คนก็จะออกมาแนะนำให้ทันที คนขับรถทดสอบก็ล้วนเคยแข่งรายการระดับ WTCR มาก่อน ค่าแรงแพงมาก!”
“ไปดูข้างหลังกันต่อเลย!”
หลังจากจางฮ่าวพูดจบ เขาก็พาเสิ่นหลินเดินไปยังด้านหลังของตัวอาคาร ซึ่งเป็นลานกว้างขนาดมหึมา ประมาณสามสนามเด็กเล่นต่อกัน ที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นสนามแข่งรถ
“ที่นี่เอาไว้ให้สมาชิกฝึกขับรถกันปกติ ถ้ามีเวลาว่าง คลับของเราจะจัดทริปไปที่สนามแข่งนานาชาติเซี่ยหนิงอย่างน้อยเดือนละสองครั้ง จองสนามไว้ขับรถกันให้หนำใจ”
“ปกติฉันก็ฝึกขับที่นี่ล่ะ เป็นไงบ้าง ดูดีใช่ไหม?”
จางฮ่าวพูดอย่างภาคภูมิใจพลางมองเสิ่นหลิน
“ไม่เลวเลย แล้วทำไมไม่เห็นมีสมาชิกหรือครูฝึกคนอื่นเลยล่ะ?”
“ครูฝึกจะเริ่มงานบ่ายสองเป็นหลัก ส่วนสมาชิกส่วนใหญ่ก็ยุ่งกับงานกันช่วงกลางวัน ถ้าเป็นช่วงบ่ายถึงเย็นคนจะเยอะกว่านี้”
เสิ่นหลินพยักหน้า แล้วหันมาพูดกับจางฮ่าวว่า
“สุดยอดจริง ๆ พี่ฮ่าว แอบทำเรื่องใหญ่โดยไม่บอกใครเลยนะ!”
เขายอมรับตามตรงว่า รู้สึกทึ่งไม่น้อย เพราะการสร้างสถานที่แบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพียงแค่มองดูสนามแข่งตรงหน้า แม้จะไม่ใหญ่มาก แต่ก็ครบครันด้วยอุปกรณ์มืออาชีพทุกอย่าง
“มา เดี๋ยวจัดการลงทะเบียนสมาชิกให้เลย ฉันแจ้งสมาชิกในกลุ่มไว้แล้ว ถ้าใครว่างช่วงเย็นจะได้มาทำความรู้จักกัน!”
“โอเค!”
จากนั้นจางฮ่าวก็พาเสิ่นหลินขึ้นไปชั้นสาม ซึ่งเป็นโถงบริการของคลับ
เขาเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแล้วลงทะเบียนชื่อเสิ่นหลิน จากนั้นก็พูดขึ้นว่า
“คลับเรามีประเภทสมาชิกอยู่สามระดับระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง นายจะเลือกแบบไหน?”
“แล้วพี่ว่าไงล่ะ?”
เสิ่นหลินนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ จิบน้ำส้มพลางมองเขา
“ระดับต้น ค่าสมาชิกปีละห้าแสน เข้าสนามของคลับได้ฟรี ปีนึงแต่งรถได้สามครั้งฟรี หลังจากนั้นลด 20% ได้สิทธิ์จองสนามแข่งจริงฟรีปีละหนึ่งครั้ง แต่ไม่มีสิทธิ์ลงสมัครตำแหน่งในคลับ และต้องมีรถระดับ Porsche 911 GTS ขึ้นไป”
“ระดับกลาง ค่าสมาชิกหนึ่งล้านหยวน เข้าสนามฟรี แต่งรถฟรีห้าครั้งต่อปี หลังจากนั้นลด 30% ได้จองสนามแข่งจริงฟรีปีละสามครั้ง สมัครแข่งได้ มีสิทธิ์เข้ากลุ่มคอนเนคชั่นชั้นดี ถ้ามีงานหรือต้องการความร่วมมือก็แจ้งคลับได้เลย คลับจะจัดมีตติ้งพิเศษให้ รถต้องระดับห้าล้านขึ้นไป”
“ส่วนระดับสูง ค่าสมาชิกหนึ่งล้านห้า เข้าสนามฟรีเช่นกัน แต่งรถฟรีสิบครั้งต่อปี หลังจากนั้นลด 40% ได้จองสนามจริงปีละหกครั้ง สามารถสมัครตำแหน่งใหญ่ในคลับได้ทั้งเลขานุการ รองประธาน มีสิทธิ์เข้าถึงโปรเจกต์ลงทุนก่อนใคร หากมีโครงการดี ๆ ที่ต้องการเงินทุน และผ่านการประเมินว่าคุ้มค่า คลับจะจัดหาทุนให้เอง โดยอาจระดมทุนในกลุ่มหรือหานักลงทุนมืออาชีพมาร่วมด้วย แต่ต้องมีรถหรูระดับห้าล้านขึ้นไป และมีสมาชิกระดับกลางสองคนค้ำประกัน”
“อ้อ ตอนนี้คลับเราลงทุนไปแล้วห้าโปรเจกต์ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ วิดีโอสั้น โฆษณา เช่ารถหรู และซีรีส์ออนไลน์ สมาชิกสามารถร่วมลงทุนหรือจับมือกันทำธุรกิจได้เลย”
เสิ่นหลินพยักหน้ารับ เข้าใจถึงแก่นของคลับนี้ชัดเจนแล้ว
นี่ไม่ใช่แค่คลับซูเปอร์คาร์ธรรมดา แต่มันคือพื้นที่แลกเปลี่ยนสายสัมพันธ์ทางธุรกิจชั้นยอด
ลูกคนรวยไม่มีใครธรรมดาจริง ๆ
“แล้วของผมล่ะ? เป็นสมาชิกระดับไหน?”
เสิ่นหลินถามพลางยิ้มบาง ๆ
“แน่นอนว่าเป็นระดับสูง ฉันกับถังเฟิงอและติงซินคุยกันไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าจะค้ำให้ แถมตอนนี้นายมี ซีเบิล ลิซาร์ด แล้วด้วย ถ้าเป็นสมาชิกระดับสูง ฉันจะตั้งให้นายเป็นรองประธานเลย นายว่ายังไง?”
“แล้วตำแหน่งรองประธานต้องทำอะไรบ้าง? ผมไม่ค่อยมีเวลานะ”
เสิ่นหลินถามอย่างตรงไปตรงมา
“ก็แค่ตำแหน่งเฉย ๆ เอาไว้เพิ่มเครดิตและสถานะในวงการ พนักงานคลับจะเป็นคนดูแลทุกอย่างเอง”
จางฮ่าวอธิบาย เสิ่นหลินพยักหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า
“งั้นก็จัดตำแหน่งรองประธานให้เลยแล้วกัน”
“ว่าแต่ ซีเบิล ของนายจะมาถึงเมื่อไหร่?”
จางฮ่าวเพิ่งถามจบ โทรศัพท์ของเสิ่นหลินก็ดังขึ้นทันที เป็นเบอร์จากประเทศจีน
เสิ่นหลินหันไปยิ้มให้จางฮ่าวพลางพูดว่า
“พูดถึงก็มาเลย!”