พ่อแม่ของหวังเว่ยถึงกับตะลึง (ฟรี)

พอแม่กับพ่อของหวังเว่ยเห็นลูกชายลุกขึ้น ก็ยังงงๆ ว่าเขาจะไปไหน

แต่ทันใดนั้นเอง พวกเขาก็เห็นหวังเว่ยโบกมือไปทางด้านหลังของพวกเขา

ทั้งสองหันหลังไปอย่างสงสัย แล้วก็ต้องตาโตในทันที

ชายหนุ่มในชุดสูทหรูหรา หน้าตายิ้มแย้ม กำลังเดินเข้ามาหาพวกเขาอย่างสุภาพ

ขณะเดินมาก็พูดอย่างนอบน้อมกับหวังเว่ยว่า

“คุณหวัง! ยินดีต้อนรับครับ! มาถึงไม่บอกล่วงหน้าเลยนะครับ!”

พ่อของหวังเว่ยถึงกับนิ่งอึ้ง มองหน้าลูกชายอย่างงุนงง

“นี่ใครกัน?”

หวังเว่ยหันไปยิ้ม แล้วพูดว่า

“พ่อครับ นี่คือคุณหมิง ผู้จัดการใหญ่ของโรงแรมนี้ครับ”

คุณหมิงพอเห็นว่าคนตรงหน้าคือพ่อแม่ของหวังเว่ย ก็รีบยื่นมือออกมาอย่างนอบน้อม

“ท่านนี้ท่าทางภูมิฐานจริงๆ เป็นคุณพ่อของคุณหวังสินะครับ? ยินดีที่ได้รู้จักครับ!”

พ่อของหวังเว่ยถึงกับเกร็ง รีบยื่นมือไปจับพร้อมรอยยิ้มแห้งๆ

“คุณหมิงไม่ต้องเกรงใจๆ”

แต่สายตายังคงเต็มไปด้วยความมึนงงและตกตะลึง ขณะที่มองลูกชายตัวเอง

แม่ของหวังเว่ยเองก็เริ่มมีแววสงสัยในแววตา

ผู้จัดการโรงแรมเรียกลูกชายตัวเองว่า คุณหวัง?

นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?

คุณหมิงจับมือกับพ่อของหวังเว่ยเสร็จ ก็หันมายิ้มให้แม่ของหวังเว่ยต่อ พร้อมชมอย่างคล่องแคล่วว่า

“คุณแม่ช่างดูสง่างามเหลือเกิน สมกับเป็นคุณแม่ของคุณหวังจริงๆ เป็นเกียรติมากครับ!”

พูดจบก็ยื่นมือออกไปจับอีกคน

แม่ของหวังเว่ยยิ้มแหยๆ แล้วจับมือเขาอย่างงงๆ เช่นกัน สายตาเหลือบมองลูกชายอย่างไม่เข้าใจว่า"นี่มันเรื่องอะไรกันลูก?"

หลังจากทักทายเสร็จ คุณหมิงก็หันมาพูดกับหวังเว่ยด้วยสีหน้านอบน้อมแบบสุดๆ

“คุณหวัง ช่วงนี้ไม่เห็นแวะมาเลยนะครับ ผมนี่ก็ใจเสีย นึกว่าทำอะไรไม่ถูกใจคุณซะอีก!”

พูดไปก็ยิ้มแหยๆ เหมือนกลัวจะทำให้หวังเว่ยไม่พอใจ

พ่อแม่ของหวังเว่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับเหวอหนักกว่าเดิม

ถ้าพวกเขาไม่ได้ตาฝาด

ผู้จัดการโรงแรมหรูกำลังประจบลูกชายของพวกเขาอยู่!?

เดี๋ยวนะ

โลกนี้มันกลับหัวกลับหางไปแล้วรึเปล่า?

ลูกชายพวกเขาน่ะเหรอ? คนที่แม่รู้ดีว่ากี่น้ำหนัก กี่กรัม!?

หรือว่านี่เป็น นักแสดงสมทบ ที่ลูกจ้างมา!?

ขณะที่ความคิดนี้แล่นผ่านหัวแม่ หวังเว่ยก็เดินไปจับมือกับคุณหมิง พลางตบไหล่เขาเบาๆ แล้วหัวเราะ

“คุณหมิง อย่าพูดแบบนั้นสิครับ ผมไม่ได้หายไปไหน แค่ช่วงนี้ยุ่งหน่อย”

“เมื่อวานก็มีเปิดตัวโปรเจ็กต์ใหม่ไป คุณก็น่าจะเห็นข่าวอยู่ เราเพิ่งปรับกลยุทธ์บริษัทน่ะครับ เข้าใจใช่ไหม?”

“โอ้ เข้าใจครับ เข้าใจดีเลยครับ! ไม่เป็นไรเลย”

คุณหมิงหัวเราะประจบ แล้วรีบผายมือเชิญ

“เชิญทางนี้เลยครับคุณหวัง ห้องประจำของคุณยังจองไว้ให้เหมือนเดิม!”

พูดจบก็หันไปยิ้มให้พ่อแม่ของหวังเว่ยอย่างสุภาพ พร้อมเดินนำทั้งสามไปยังทางพิเศษ

พ่อกับแม่ของหวังเว่ยมองลูกชายด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม

หวังเว่ยเพียงยิ้ม แล้วพยักหน้าให้พวกเขาเหมือนจะบอกว่า “เดี๋ยวจะเข้าใจเอง”

จากนั้นก็เดินตามคุณหมิงไป

เมื่อพวกเขาเดินไปถึงหน้าลิฟต์ส่วนตัว พนักงานของโรงแรมที่อยู่ใกล้ๆ ก็เห็นแล้วรีบโค้งทักทายทันที

“สวัสดีครับ คุณหมิง!”

“ยินดีต้อนรับครับ คุณหวัง!”

ถึงแม้ว่าหวังเว่ยจะชินกับการถูกปฏิบัติอย่างหรูหราระดับนี้แล้ว แต่สำหรับพ่อแม่ของเขาสองคนนี้เพิ่งเข้าใจได้อย่างเต็มตาว่า

นี่มันไม่ใช่ การจัดฉาก

เพราะบรรดาพนักงานที่พวกเขาเห็นเมื่อกี้ต่างก็ให้บริการลูกค้าคนอื่นจริงๆ ไม่ใช่ตัวประกอบ!

ตอนนี้ทั้งสองคนได้แต่นั่งตะลึง มองลูกชายที่เดินพูดคุยอย่างสบายใจกับ คุณหมิง ผู้จัดการโรงแรมซึ่งในสายตาพวกเขาคือ ผู้บริหารระดับสูง

คนคนนี้ ยังเป็นลูกชายของพวกเขาอยู่ไหม?

เดี๋ยวก่อนเด็กบ้านี่ไปทำอะไรมากันแน่!?

แต่ถึงจะเต็มไปด้วยคำถามในหัว ตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาจะถาม

ในไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงชั้น 36 ของโรงแรม

ภายในห้องวีไอพีขนาดใหญ่

คุณหมิงเชิญหวังเว่ยกับพ่อแม่ให้นั่งลงด้วยตัวเอง แล้วยิ้มพลางพูดอย่างอารมณ์ดีว่า

“คุณหวัง! ตอนเดินออกจากห้องทำงานได้ยินเสียงนกเอี้ยงร้อง จู่ๆ ก็มีโชคมาเข้า ที่แท้เป็นเพราะคุณมานี่เอง!”

“เดี๋ยวผมมีไวน์ดีเก็บไว้ จะเอามาให้คุณชิมสักแก้วนะครับ ว่าแต่วันนี้คุณเจียงก็มาทานข้าวที่ห้องข้างๆ ด้วยนะครับ!”

หวังเว่ยพยักหน้ารับรู้ทันทีว่า คุณเจียง ที่อีกฝ่ายพูดถึงก็คือเจียงเจิ้น หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของกลุ่มบริษัท เยียนหลิน

“อ้อ พี่เจียงก็มาหรอ งั้นเดี๋ยวเรียกเขามานั่งด้วยเลยก็ได้ครับ”

“ยินดีเลยครับคุณหวัง งั้นผมไม่รบกวนแล้ว ถ้าคุณลุงกับคุณป้ามีอะไรไม่สะดวกก็แจ้งพนักงานได้เลยนะครับ ทางเราจะดูแลเต็มที่!”

“อ่า ได้ๆ ขอบคุณครับคุณหมิง!”

พ่อของหวังเว่ยพูดเสียงติดเกร็งเล็กน้อย ยังคงสับสนไม่หาย

คุณหมิงยิ้มทิ้งท้าย ก่อนจะโค้งเล็กน้อยแล้วเดินออกไปพร้อมปิดประตูให้

ทันทีที่เขาออกจากห้องไป

สองตายายก็ถอนหายใจออกมาอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะหันขวับมาจ้องลูกชาย

“ไอ้ตัวดี! จะไม่อธิบายอะไรเลยรึไง!?”

หวังเว่ยยิ้มมุมปาก พูดด้วยน้ำเสียงกวนๆ ว่า

“อธิบายอะไรเหรอครับ?”

“อย่ามาเล่นลิ้น! รู้จักคนระดับนั้นได้ยังไง?”

“ก็มากินบ่อยๆ ก็รู้จักกันเองแหละครับ”

หวังเว่ยตอบเหมือนเรื่องเล็กน้อย

“อะไร?”

เสียงแม่ของหวังเว่ยแทบจะดังไปถึงลิฟต์

“มากินที่นี่บ่อยๆ เนี่ยนะ!?”

“ใช่ครับ เจรจาธุรกิจ นัดกินข้าว สังสรรค์กับหุ้นส่วนก็มาที่นี่ตลอด”

หวังเว่ยพูดหน้าตาย ก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นว่า

“แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมมีสิทธิ์เซ็นบิลโดยตรงได้ เดือนหนึ่งลิมิตอยู่ที่ 3 ล้าน!”

“ลิมิตเซ็นบิล!? ใครให้!?”

“เสิ่นหลินครับ เขาให้ผม 3 ล้านต่อเดือนไว้ใช้สำหรับการเจรจาธุรกิจโดยเฉพาะ”

พอได้ยินชื่อเสิ่นหลินทั้งพ่อและแม่ก็มองหน้ากันทันที แววตาเริ่มเปลี่ยนไปจากความตกใจ เป็น

เริ่มปะติดปะต่อความจริง

พ่อของหวังเว่ยพูดเสียงไม่แน่ใจว่า

“เดี๋ยว บริษัทของเสี่ยวหลินนี่มันประสบความสำเร็จแล้วเหรอ?”

เห็นพ่อเริ่มถามแบบจริงจัง หวังเว่ยก็เปลี่ยนจากท่าทีเล่นๆ เป็นจริงจังขึ้นทันที

“ในที่สุด ก็ถามสักที ผมนึกว่าจะโดนมองเป็นเด็กว่างงานตลอดไปแล้วซะอีก!”

“ไอ้ลูกบ้า! จะเล่นอะไรนักหนาเนี่ย รีบพูดมาให้เคลียร์เลย!”

แม่ถึงกับเสียงเขียว เห็นลูกชายยังเล่นมุกอยู่ก็เริ่มไม่พอใจ

หวังเว่ยยิ้ม แล้วรีบอธิบาย

“แม่ไม่ต้องห่วงครับ ทุกอย่างที่พวกผมทำถูกต้องตามกฎหมายหมดเลย”

“บริษัทที่ผมทำอยู่ชื่อว่า เยียนหลินกรุ๊ป หรือกลุ่มเยียนหลิน ซึ่งก่อตั้งโดยเสิ่นหลินเอง”

“ภายใต้ เยียนหลินกรุ๊ป มีบริษัทในเครือหลายแห่ง อย่างเช่น เยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์ ที่แม่กับพ่อชอบดาราชื่อหลี่ปิงปิงไงครับ เธอเป็นศิลปินในสังกัดเราเลยนะ”

พ่อแม่ถึงกับตาโตทันที

หวังเว่ยพูดต่อ

“ยังมี เยียนหลิน แพนเอนเตอร์เทนเม้นท์ ที่ทำแอปกับธุรกิจบาร์ แม้ยังไม่ดัง แต่มูลค่าบริษัทก็พุ่งเกิน 5,000 ล้านแล้ว”

“แล้วก็มี เยียนหลินไฟแนนซ์ ซึ่งก็คือบริษัทที่ผมดูแลอยู่ตอนนี้ มีเงินทุนที่ผมบริหารอยู่ราวๆ 30,000 ล้านหยวน”

“และก็ เครื่องดื่มแก้เมาที่พ่อกับแม่เคยซื้อมาดื่มนั่นแหละ ก็เป็นของ เยียนหลินในเครือกลุ่มเดียวกัน!”

“สรุปสั้นๆ เลยนะครับลูกชายของพ่อแม่ตอนนี้ เป็นหนึ่งในรองประธานบริหารของ เยียนหลินกรุ๊ป ระดับโลก”

“เสิ่นหลินเชื่อมั่นในตัวผมมาก เลยให้ถือหุ้นด้วย และผมยังเป็นประธานบริษัท เยียนหลินไฟแนนซ์ อย่างเป็นทางการ!”

หวังเว่ยพูดจบ พ่อแม่ของเขานั่งอ้าปากค้างอยู่นาน จนแทบลืมหายใจ

“ถ้ายังไม่เชื่อว่าผมพูดจริงนี่ครับ แอปกงฉาเฉาสำหรับตรวจสอบบริษัททางการ พ่อ แม่ลองดูเองเลยครับ”

หวังเว่ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแอป และยื่นให้ทั้งสองคน

ไม่นานนัก พวกเขาก็เห็นข้อมูลบริษัท เยียนหลินกรุ๊ป ปรากฏขึ้น

พร้อมกับประเมินมูลค่ากิจการไว้เบื้องต้นว่า มากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

พ่อกับแม่มือไม้สั่นทันที

ยิ่งไปกว่านั้นในรายชื่อผู้บริหารระดับสูงของกลุ่ม พวกเขาก็เห็นใบหน้าของลูกชายตัวเองปรากฏชัด พร้อมตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

จนถึงตอนนี้ ทั้งสองถึงได้รู้ว่า

ที่ผ่านมาพวกเขาคิดผิดไปขนาดไหน



ตอนก่อน

จบบทที่ พ่อแม่ของหวังเว่ยถึงกับตะลึง (ฟรี)

ตอนถัดไป