ตายอย่างหมาข้างถนน

แกร๊ก

เสียงล็อคประตูดังแผ่วเบาในบ่ายวันนั้น ขณะที่ดาร์เรน สตีลก้าวเข้ามาในเพนต์เฮาส์ด้วยใบหน้าหม่นหมอง

ในมือของเขามีเพียงกล่องกระดาษใบหนึ่งที่ใส่ข้าวของจากโต๊ะทำงาน และรอยยิ้มที่เคยมีบัดนี้กลายเป็นสีหน้าแสนเศร้าสร้อย

เขาเพิ่งถูกไล่ออกจากตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายการเงินในสมิทเธอร์สกรุ๊ปหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ของรัฐ

แล้วใครเป็นคนลงนามคำสั่งไล่ออกน่ะหรือ? ก็พ่อของแฟนสาวเขาเองแกเร็ธ สมิทเธอร์ส คนเดียวกับที่เป็นเจ้าของเพนต์เฮาส์หลังนี้ และคนเดียวกับที่เขาอาศัยอยู่ด้วยกันกับลูกสาวของเขา ลิลี่

ดาร์เรนจัดแจกันบนโต๊ะให้เข้าที่ แล้ววางกล่องลงข้าง ๆ จากนั้นจึงกวาดตามองไปรอบห้อง หวังว่าจะเห็นลิลี่นั่งดู เน็ตฟลิกซ์ อยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น

เขาภาวนาให้เธอรู้เรื่องแล้ว อาจจะจากเพื่อนร่วมงาน หรือกระทั่งพ่อของเธอเอง แบบนั้นเขาจะได้ไม่ต้องเป็นคนพูดเอง และจะได้ทิ้งตัวลงในอ้อมแขนปลอบโยนของเธอ

แต่สิ่งที่เขาเจอกลับแตกต่างจากที่คิดโดยสิ้นเชิง บรรยากาศในห้องดูอึดอัดเงียบงัน ราวกับมีบางอย่างผิดปกติ

‘หรือเธอออกไปกับเพื่อน?’ ดาร์เรนคิดพลางเงยหน้ามองบันไดขึ้นไปยังชั้นบน และนั่นเองที่เขาได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ เล็ดลอดลงมา

“ลิลี่?” ดาร์เรนเรียก พร้อมกับถอดบัตรพนักงานที่ลืมคืนไว้ โยนลงไปในกล่องอย่างไม่ใส่ใจ

ไร้เสียงตอบรับ

เขาเดินขึ้นบันไดอย่างระวัง ทีละสองขั้น เสียงหัวเราะยังคงดังต่อเนื่อง และเขาก็จำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของลิลี่ เธอกำลังคุยโทรศัพท์อยู่หรือ?

ไม่ ทุกอย่างมันรู้สึกผิดปกติเกินไป

ดาร์เรนเดินไปทางห้องนอน หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกย่างก้าวที่ใกล้เข้าประตูที่แง้มไว้เล็กน้อย และเมื่อเขาผลักมันออก

เขาก็แข็งค้างอยู่ตรงนั้น

ภาพเบื้องหน้าทำเอาลมหายใจของเขาหยุดชะงัก

ลิลี่ของเขา อยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายอีกคน และชายคนนั้น ทำไมต้องเป็นเขาด้วย? ทำไมต้องเป็นไทเลอร์ มูนีย์?

ลูกชายของอาร์ชิบัลด์ มูนีย์ ซีอีโอแห่ง มูน เอนเตอร์ไพรส์ คนเดียวกับที่เคยกลั่นแกล้งเขาตั้งแต่มัธยมยันทมหาวิทยาลัย

เขานั่งอยู่บนเตียงของดาร์เรน เสื้อเชิ้ตเปิดเผยแผงอก ลิลี่เอนซบอยู่บนอกของเขา ขณะที่ไทเลอร์โอบเธอไว้ราวกับของเล่นของตัวเอง

บนใบหน้าของเขายังมีรอยยิ้มเย้ยหยัน มองตรงมาที่ดาร์เรนราวกับกำลังรอให้เขามาเห็นด้วยตัวเอง

“อ้าว ๆ ดูซิ ใครกลับบ้านมาแล้ว” ไทเลอร์ลากเสียง ยิ้มมุมปาก

ลิลี่หันกลับมา ดวงตาเบิกกว้าง “ดาร์เรน!” เธอผละออกจากไทเลอร์อย่างรวดเร็ว คว้าผ้าห่มมาพันร่างกายไว้

แต่ดาร์เรนยังยืนนิ่ง ราวกับสมองดับสนิท โลกทั้งใบกำลังพังลงตรงหน้า

“อะ... อะไรกันเนี่ย เธอกำลังจะทำอะไร?” เขาถามเสียงตะกุกตะกัก

ไทเลอร์เอนหลังพิงพนักหัวเราะเยาะ “คิดว่าเรากำลังทำอะไรกันล่ะ ฉันให้คำใบ้ได้นะเพื่อน มันไม่ใช่เรตทั่วไปแน่นอน ฮ่า ฮ่า!”

เขาถอนหายใจราวกับพอใจในสถานการณ์ ลุกขึ้นนั่งแล้วเท้าแขนไว้บนเข่า “แย่หน่อยนะที่นายดันกลับมาผิดเวลา”

ดาร์เรนเมินคำพูดเขา หันไปสบตาลิลี่แทน

“ลิลี่” เสียงของเขาแทบไม่ออก “พ่อเธอเพิ่งไล่ฉันออก ฉันกลับมาเพราะ” เขาสะอื้นเบา ๆ “เธอมาทำแบบนี้กับเขาได้ยังไง?”

ลิลี่จับผ้าห่มแน่น แต่ไม่กล้ามองหน้าดาร์เรน “อย่าทำให้มันยากไปกว่านี้เลยดาร์เรน”

“อะไรนะ?” เสียงของดาร์เรนเริ่มดังขึ้น “ยากกว่าที่เป็นอยู่? เธอกำลังพูดเรื่องอะไรเนี่ย?”

“ฉันหมายถึง เราควรจบกันแค่นี้” ลิลี่พูดแน่วแน่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา “มันไปกันไม่รอดแล้ว”

“ไม่รอด?” เสียงของดาร์เรนสั่นพร่า “เธอนอกใจฉันในบ้านของเรา แล้วมีหน้ามาพูดว่ามันไปกันไม่รอด?”

ไทเลอร์หัวเราะแล้วลุกขึ้นยืน “ใจเย็นน่าเพื่อน เธอแค่เปลี่ยนไปเลือกสิ่งที่ดีกว่า ใครจะโทษเธอล่ะ?” เขาชี้ที่ตัวเองอย่างภาคภูมิ

“สิ่งที่ดีกว่า?” ดาร์เรนกำมือแน่น “ลิลี่ นี่มันคือเรื่องจริงใช่ไหม เธอเลือกเขาแทนฉันงั้นเหรอ?”

ไทเลอร์จ้องหน้าดาร์เรนอย่างเหี้ยมเกรียม “เรียกฉันแบบนั้นอีกทีสิ ไอ้หมา!”

เขาทำท่าจะเข้ามาทำร้าย แต่ลิลี่รีบขวางไว้ ใช้มือดันดาร์เรนออกไป

ผ้าห่มที่พันกายหลุดออก แต่ไม่มีใครใส่ใจอีกต่อไป เพราะทั้งสองคนต่างก็เคยเห็นร่างเปลือยของเธอมาแล้ว

ลิลี่หันกลับมามองดาร์เรน ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธและเจ็บปวด

“ดาร์เรน ไทเลอร์คือคนที่สามารถให้ชีวิตที่ฉันต้องการได้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “เขาเป็นลูกชายของอาร์ชิบัลด์ มูนีย์ รู้ไหมว่ามันหมายความว่ายังไงกับบริษัทของพ่อฉัน? กับตัวฉัน? เขามีทุกอย่างที่เธอไม่มี และฉันไม่คิดว่าเธอจะมีมันได้เลย เขามีความทะเยอทะยาน เขาทรงอิทธิพล เขามีคุณค่า”

โอ้ คำพูดเหล่านั้นมันบาดลึกเหมือนใบมีดแทงลงกลางอก ดาร์เรนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมา เขารักเธอ เขาไว้ใจเธอ ทุกสิ่งที่เขาทำ ก็เพื่อเธอทั้งนั้น

ดาร์เรนพยักหน้าเบา ๆ แล้วหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “ทุกอย่างที่ฉันไม่มีงั้นเหรอ? ถ้างั้นก็พูดมาตรง ๆ เลยสิ ว่าเธอมันก็แค่ผู้หญิงแพศยา”

“ไอ้สารเลว!” ไทเลอร์พุ่งเข้าหาเขาอีกครั้ง แต่ลิลี่รีบดึงไว้

“นี่มันแผนของพ่อเธอใช่ไหม!” ดาร์เรนคำรามอย่างขมขื่น “เขาเกลียดฉันตั้งแต่ต้น คิดว่าฉันไม่คู่ควรกับลูกสาวเขา ไล่ฉันออกเหมือนขยะ แล้วก็ส่งเจ้าหมอนี่มานั่งแทนที่ฉันราวกับเจ้าชายที่ถูกเลือกไว้แล้ว!”

“เรียกฉันแบบนั้นอีกทีสิ!” ดวงตาไทเลอร์ลุกวาว “ลองดู!”

ดาร์เรนจ้องตาเขากลับด้วยสายตาของคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป “ไอ้ ควาย”

“อึก!” ไทเลอร์โกรธจัด ผลักลิลี่ออกแล้วซัดหมัดใส่ดาร์เรนทันที

หมัดกระแทกเข้าที่กรามของดาร์เรนอย่างแรง แต่ดาร์เรนก็สวนกลับอย่างหนักหน่วงจนไทเลอร์เซถอยไป

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเดินเข้าซ้ำ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นพร้อมร่างของการ์ดรูปร่างใหญ่ที่พุ่งเข้ามากระชากตัวดาร์เรนแล้วอัดเขาเข้าใส่ผนังอย่างแรง

“อั่กกก!” ดาร์เรนครางออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้น มือกุมท้องแน่น ขณะที่เขานอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ลิลี่ยืนมองเขาด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ส่วนไทเลอร์ก็นั่งยอง ๆ ตรงหน้า ลูบคางตัวเองพลางยิ้มเยาะ

“นายยังไม่เข้าใจใช่ไหม? บนโลกนี้ สิ่งที่สำคัญมีแค่สองอย่าง อำนาจกับเงิน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เงินซื้ออำนาจได้ และฉันก็มีเงินเหลือเฟือ ส่วนนายล่ะ? ไม่มีอะไรเลย แม้แต่แฟนก็ไม่มีแล้ว! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

“นายมันก็แค่คนไร้ค่า ดาร์เรน!” ไทเลอร์จ้องตาเขา “ไอ้คนไร้ตัวตน ที่วัน ๆ เอาแต่หมกมุ่นกับตัวเลข กับคริปโตงี่เง่า น่าสมเพช!”

ดาร์เรนเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาเกลียดชังเต็มเปี่ยม เขาหันไปมองลิลี่ แต่เธอก็หลบตา สีหน้าผสมผสานระหว่างความรู้สึกผิดและความแน่วแน่

“นี่แหละคือผลของการที่นายพยายามจะปีนขึ้นไปในที่ที่ไม่ใช่ของตัวเอง” ไทเลอร์พูดต่อด้วยน้ำเสียงสะใจ “จำไว้ให้ขึ้นใจนะ ไอ้ลูกหมา!”

ดาร์เรนครางเบา ๆ แต่ยังฝืนพูดออกมาได้อีก “ฉันแปลกใจนะ ที่นายยังยิ้มออกได้ หลังจากโดนฉันต่อยไปเต็มแรงขนาดนั้น”

ไทเลอร์ยิ้มเยาะ แล้วพยักหน้าเบา ๆ “ดาร์เรน สตีล นายเนี่ยไม่เคยรู้เลยว่า!” เขาชกซ้ำไปที่ท้องของดาร์เรนเต็มแรง “ควรจะหุบปากตอนไหน!”

ดาร์เรนร้องอย่างเจ็บปวด รู้สึกลมหายใจหายวาบจากแรงกระแทก เขาเงยหน้ามองไทเลอร์ มูนีย์อีกครั้ง “นายเคยพูดใช่ไหม ว่าฉันเหมือนคนอยากตายอยู่ตลอดเวลา”

ไทเลอร์ยักไหล่ ยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะลุกขึ้น ปรับแขนเสื้อให้เรียบร้อย แล้วหันไปพยักหน้าเรียกการ์ด

“ลากมันออกไปซะ”

“ไปลงนรกซะ ไทเลอร์” ดาร์เรนพึมพำลมหายใจสุดท้าย “ไปลงนรกกันให้หมด”

การ์ดกระชากตัวเขาขึ้นจากพื้น พาเขาออกไปที่หน้าประตู ขณะที่ไทเลอร์กับลิลี่เดินตามออกมา

จากนั้น การ์ดก็โยนเขาลงบนถนนหน้าตึก

“ค่อยกลับมาเก็บของแล้วกัน ดาร์เรน” ลิลี่ตะโกนตามหลัง

แต่ดาร์เรนไม่สนใจ เขาไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไป สิ่งเดียวที่เขาต้องการตอนนี้ คือพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าเธอทำผิดพลาดมหันต์ที่สุดในชีวิต

“ใช่เลย โอมาร์!” ไทเลอร์หัวเราะเสียงดัง “ส่งหมาตัวนี้กลับไปที่ถนนที่มันควรอยู่!” เขาชูนิ้วกลางให้ดาร์เรนอย่างสะใจ

นั่นแหละที่จุดชนวนในใจของดาร์เรน เขาหันกลับไปด้วยสายตาเคียดแค้น

แต่การ์ดกลับผลักเขาแรงกว่าเดิม

แรงมากเสียจนเขาเซถลาล้มลงไปกลางถนนตรงทางของรถบัสที่วิ่งมาด้วยความเร็ว

“ไม่นะ!” เสียงกรีดร้องของลิลี่ดังก้องไปทั่ว

ดาร์เรนหันไปตามเสียงแตรรถ เขาเบิกตากว้างเมื่อเห็นรถบัสพุ่งตรงเข้ามา

แต่มันสายเกินไปแล้ว

ปัง!

แรงกระแทกมหาศาลกระแทกใส่ร่างของเขา ราวกับทั้งโลกหมุนกลับด้าน ร่างของเขากระเด็นไถลไปกระแทกพื้นอีกครั้ง

ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง เสียงแหลมแสบหูดังขึ้นในหัว ขณะที่เขานอนจมกองเลือด ภาพตรงหน้าค่อย ๆ มืดลง

“ว้าว!” เสียงไทเลอร์ร้องขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “โคตรบ้าเลยว่ะ!”

“พระเจ้า! พระเจ้า!” ลิลี่เริ่มสติแตก “โทรเรียกรถพยาบาลเร็ว!”

ดาร์เรนได้ยินทุกอย่างนั้น ขณะที่ชีวิตค่อย ๆ ละทิ้งเขาไป

เขาไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือจุดจบ จริงเหรอ? เขาจะตายแบบนี้เหรอ? หลังจากผ่านอะไรมาทั้งหมด?

มันยุติธรรมตรงไหน? ถ้ามันไม่ยุติธรรม แล้วทำไมชีวิตถึงโหดร้ายได้ขนาดนี้?

ภาพสุดท้ายที่เลือนรางในสายตาของเขาคือไทเลอร์ มูนีย์ เดินเข้ามาในมุมมอง มือซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง มองเขาด้วยรอยยิ้ม

“อย่าลำบากเลยลิลี่” เขาบอก “หมอนี่ตายไปแล้ว”

เขาหัวเราะในลำคอ ยิ้มกว้างใส่ใบหน้าที่กำลังจะตายของดาร์เรน “เหมือนหมาจริง ๆ เลยนะตายอยู่ข้างถนน ลาก่อน ไอ้ขี้แพ้”

แล้วดาร์เรน ก็หมดลมหายใจ

ความโกรธและความเกลียดชังคือสิ่งสุดท้ายที่เขารู้สึก ก่อนหัวใจจะหยุดเต้น และใบหน้าสุดท้ายที่เขาเห็นคือไทเลอร์ มูนีย์

แต่แล้ว ดวงตาของดาร์เรนก็ลืมขึ้นอีกครั้ง



ตอนก่อน

จบบทที่ ตายอย่างหมาข้างถนน

ตอนถัดไป