ใกล้เคียง...แต่ห่างไกล

ดาร์เรนเดินผ่านผู้คนไปอย่างไม่ใส่ใจ สายตาจ้องตรงไปข้างหน้า มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า อีกข้างแตะปลายคางเบา ๆ เสียงในโถงโรงพยาบาลยังคงเป็นจังหวะจอแจของคนทำงานที่ขยันขันแข็ง บางคนแอบมองเขาอยู่เงียบ ๆ

ภายนอกดูเหมือนเขาแค่เดินมองทางธรรมดา แต่ที่จริงแล้วพวกเขาไม่เห็นว่าดาร์เรนกำลังจดจ่ออยู่กับอินเทอร์เฟซของระบบที่ลอยอยู่ตรงหน้า

“ผู้สนับสนุนคือเส้นเลือดใหญ่ของธุรกิจเกิดใหม่” เขาพึมพำเบา ๆ ขณะอ่านจากคู่มือเรื่องการขอเงินทุน “ข้อเสนอที่ประสบความสำเร็จต้องย้ำถึงผลประโยชน์ร่วมกัน ผู้สนับสนุนต้องเชื่อว่าพวกเขาจะได้รับมากกว่าที่ให้ การมีผู้สนับสนุนในฐานะเจ้าพ่อธุรกิจจะเพิ่มสถานะและความน่าเชื่อถือของคุณ บริษัทรถยนต์อย่างเฟอร์รารี่และปอร์เช่คือตัวอย่างทุนที่ควรจับตา”

เขาสูดหายใจลึก สีหน้าแสดงความเข้าใจและความเหนื่อยล้า

ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เขาทุ่มเทเวลาศึกษา อัดข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ การหาผู้สนับสนุน และกลยุทธ์การลงทุน

ระบบนี้ไม่ยอมให้เขาผ่านมันไปได้ง่าย ๆ มันอาจจะให้เครื่องมือสู่ความร่ำรวย แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ต้องการให้เขา รู้จริง ว่าจะรักษาความมั่งคั่งนั้นไว้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อมากเกินไป

ติง! ระบบส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นมา

[เวลาสอบ]

[คำถามที่ 1: ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนในการสนับสนุนสตาร์ทอัพคืออะไร?]

ดาร์เรนถอนหายใจเล็กน้อย ง่าย “ความสามารถในการทำกำไรในอนาคต ศักยภาพของตลาด และการประเมินความเสี่ยง”

[ถูกต้อง!]

เขาไม่ได้แสดงความยินดีอะไร แค่รอคำถามต่อไปอย่างเงียบ ๆ

[คำถามที่ 2: วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการรักษาความจงรักภักดีของผู้สนับสนุนระยะยาวคืออะไร?]

ดาร์เรนลังเล ประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอ? ผลตอบแทนที่ชัดเจน? เขาเลือกคำตอบแล้วกด

[ผิด! ผิด!]

ตัวอักษรสีแดงวาบขึ้นมา

[คุณต้องศึกษามากกว่านี้] ระบบตำหนิ

[หากอยากเป็นนักลงทุนระดับต้น ๆ ต้อง เก่ง แต่หากอยากรวยที่สุด ต้อง สมบูรณ์แบบ]

‘โอเค โอเค เข้าใจแล้ว’ ดาร์เรนตอบกลับในใจ ‘เอาคำถามต่อไปมาเลย’

[คำถามที่ 3... ถูกต้อง!]
[คำถามที่ 4... ถูกต้อง!]
[คำถามที่ 5... ถูกต้อง!]
[คำถามที่ 10... ถูกต้อง!]

[ยอดเยี่ยม คุณสอบผ่านด้วยคะแนน 90% ]
[เกรด A รางวัล: ส่วนลด 30% สำหรับการซื้อแบบสุ่มครั้งถัดไป]

รางวัลเล็ก ๆ แบบนี้แหละ ที่เขาใช้ประคองชีวิตแต่ละวัน ซื้อของได้ถูกลง รับเงินคืนบ้างนิดหน่อย

ในช่วงเวลานี้ ดาร์เรนเริ่มเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับระบบนักลงทุน มัน ไม่เคย ให้เงินเขาตรง ๆ ไม่ว่าเขาจะทำอะไร เงินสดไม่เคยเป็นรางวัล มันให้แต่ โอกาส ที่จะหาเงิน และรางวัลที่ช่วยต่อยอด เช่น ลดต้นทุน ลดภาษี หรือเพิ่มผลกำไร

เพราะฉะนั้นถ้าเขาอยากได้เงินมากขึ้น เขาต้อง หาเงินให้ได้ก่อน แล้วระบบจะช่วยให้เงินก้อนนั้นงอกเงย เงินสดล้วน ๆ ไม่มีวันเป็นรางวัลของระบบนี้

ระบบนี้เป็นระบบที่เข้มงวด และตลอดสามวันที่ผ่านมา ดาร์เรนก็เริ่มฝึกตัวเองให้เข้มงวดเช่นกัน

ทันใดนั้น เขาเกือบเดินชนพยาบาลคนหนึ่ง จึงหลุดจากโลกของระบบ อินเทอร์เฟซหายวับไปจากสายตา

“ขอโทษค่ะ” พยาบาลคนนั้นหันมาพูด แล้วเดินจากไป

ดาร์เรนเลิกคิ้วเล็กน้อย นั่นพยาบาลขอโทษเขาเหรอ? แปลกใหม่ดีแฮะ

เขาล้วงมืออีกข้างใส่กระเป๋า สูดลมหายใจรับกลิ่นโรงพยาบาลที่เขาเกลียด กลิ่นยาฆ่าเชื้อเย็นเยียบ ไร้อารมณ์และห่างไกลจากความเป็นมนุษย์

ทำหน้าขยะแขยงเล็กน้อย เขาเดินต่อไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

และที่นั่นพยาบาลคนเดิม เฮเลน นั่งอยู่

ดาร์เรนไม่ได้แสดงอารมณ์ใดเป็นพิเศษ แค่ยืนประเมินเธอเงียบ ๆ แล้วรออย่างสงบ

เสียงเคี้ยวหมากฝรั่งของเธอดังขึ้นเป็นจังหวะน่ารำคาญอย่างรวดเร็ว แต่เธอก็ยังไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองเขา

“คุณมาเยี่ยมใคร?” เธอถามเสียงเบื่อ

“ผู้ป่วยหมายเลข 157” เขาตอบ

“คุณเป็นญาติ?”

“ใช่”

เธอสไลด์แฟ้มลงมาตรงหน้า “เซ็นตรงนี้”

ดาร์เรนหยิบปากกา นิ้วขยุ้มมันแน่นขณะเริ่มเซ็นชื่อ แล้วก็สังเกตว่าเธอเงยหน้าขึ้นมามองเขาเต็มตาแต่ก็ยังไม่พูดอะไร

มีบางอย่างแปลกไป

เขาจำได้แม่นว่าวันที่เขามาที่นี่ครั้งก่อน มันเลวร้ายแค่ไหน เสียงดูแคลน น้ำเสียงเหยียดหยาม เธอบังคับให้เขาคุกเข่า และหัวเราะขณะที่เขาก้มลงจูบรองเท้าเธอ

แต่วันนี้ไม่มีเลย

พยาบาลเฮเลนคนเดิม กลับปฏิบัติต่อเขาราวกับเป็นผู้มาเยี่ยมทั่วไปคนหนึ่ง

แม้แต่คนรอบข้างก็เช่นกัน ไม่มีใครหัวเราะ ไม่มีเสียงซุบซิบ ไม่มีสายตาเหยียดหยามเหมือนในวันนั้น

แค่เปลี่ยนลุคภายนอกแค่นี้เหรอ? เขาแค่เอาเงินไม่กี่ร้อยดอลลาร์จากที่เหลือมาซื้อเสื้อผ้าใหม่ด้วยส่วนลดและรางวัลเล็ก ๆ เท่านั้นเอง

คนพวกนี้ตื้นเขินกันขนาดนี้เลยเหรอ?

แค่เห็นแจ็คเก็ตหนังเข้ารูป กับผมสีน้ำตาลเรียบเนี้ยบ พวกเขาก็ตัดสินแล้วว่าเขา คู่ควร จะเดินอยู่ท่ามกลางพวกเขา?

ทั้งที่นี่คือ ดาร์เรน สตีล คนเดิม ที่พวกเขาเคยเหยียดหยามเมื่อไม่กี่วันก่อน เพียงแค่ในเสื้อผ้าที่ดีกว่าเดิม!

หรืออาจไม่ใช่แค่เสื้อผ้าอาจเป็น ท่าที ที่เปลี่ยนไป?

แต่จะเปลี่ยนอะไรได้มากมายแค่ในเวลาเพียงสามวัน?

เขาสลัดความคิดออกไป ยื่นเอกสารที่เซ็นแล้วคืนให้

เฮเลนหยิบมันขึ้นมา แล้วสายตาเธอก็เปลี่ยนไปทันทีเมื่อเห็นชื่อ

ขากรรไกรเธอค้าง ก่อนจะหลุดคำพูดออกมา

“ดะ ดาร์เรน สตีล?” เธออุทาน “นี่นายคือไอ้ขี้แพ้คนนั้นเหรอ?”

สายตาของเฮเลนไล่มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ความตกตะลึงฉายชัดบนใบหน้า เธอสังเกตเห็นผมสีน้ำตาลเข้มของเขาที่วันนี้ถูกเซ็ตเรียบเนี้ยบ แทนที่จะยุ่งเหยิงเหมือนเมื่อก่อน กรามของเขาคมชัด ผิวพรรณกระจ่างใส เปล่งประกายสุขภาพดีเสียจนแทบไม่เชื่อว่าเป็นคน ๆ เดียวกับวันนั้น เขาดูสูงขึ้นด้วยซ้ำ หรืออาจเพราะไหล่เขากว้างขึ้น?

“ก็ยังพอดูออกว่าเป็นนาย แต่ก็ดูเหมือนเป็นคนละคนเลยนะ”

ดาร์เรนไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะปรายตามามองคำพูดนั้น เขาเพียงแค่จัดปกเสื้อแจ็คเก็ตให้เข้าที่ แล้วเหลือบมองทางเดินที่นำไปยังห้องพักผู้ป่วยของแม่เขา

เฮเลนกระแอมเบา ๆ กลับเข้าสู่โทนเสียงปกติของเธอ “ว่าแต่สุดท้ายก็จ่ายค่ารักษาได้สินะ? พระเจ้าที่นายบูชา คงจะเมตตาขึ้นมาทันใดแหละสิ”

ดาร์เรนหันมามองเธอเล็กน้อย ยกคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง แต่ก็ยังคงเงียบ ไม่ปริปากแม้คำเดียว

“ทำไมดูเปลี่ยนไปหมดเลยล่ะ? มันผ่านมาแค่กี่วันเอง สามวั” เธอพูดยังไม่ทันจบ ดาร์เรนก็ไม่สนใจอีกต่อไป

เขาหันหลังให้ แล้วเริ่มเดินตรงไปตามทางเดิน

‘หาาาาา?’ เฮเลนกะพริบตาถี่ มองตามหลังเขาอย่างไม่เชื่อสายตา “เฮ้!” เธอผุดลุกขึ้นจากโต๊ะ ชะเง้อมองชายหนุ่มที่เดินผ่านไปด้วยท่วงท่าสงบนิ่งอย่างมีอำนาจ จนใคร ๆ ก็ยอมหลีกทางให้โดยไม่รู้ตัว

เขาเดินไปอย่างไร้อารมณ์ มือยังอยู่ในกระเป๋าเสื้อ ไม่แยแสสายตาใคร

เฮเลนขมวดคิ้ว ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามหลัง “เฮ้! ขอทางหน่อยค่ะ”

แต่ดาร์เรนก็ยังคงเดินต่อไป ไม่แม้แต่จะชายตามอง ไม่พูด ไม่หยุด

‘หมอนี่เป็นอะไรไป?’ เธอคิดพลางก้าวฉับ ๆ ตาม ‘ไม่มีทางเขาไม่กล้าเมินฉันหรอกใช่ไหม?’

มันชัดเจนแล้วว่ามีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปอย่างมหาศาล แต่ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่อยู่ในสายตาของเขาอีกแล้ว

“หยุดเดี๋ยวนี้!” เธอตะโกนเสียงห้วน “เฮ้! ฉันพูดกับนายนะ!”

แล้วในวินาทีนั้นเอง ดาร์เรนหยุดเดิน

จู่ ๆ ความเงียบก็ปกคลุม เฮเลนชะงักเท้าเช่นกัน ความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบวูบมาถึงตัว ราวกับเธอสัมผัสได้ถึงพลังที่แผ่ออกมาจากเขา

ไม่มีความโกรธไม่มีความเคียดแค้น

มีเพียงอย่างเดียว

ความเย็นชาอันน่าหวาดหวั่น

“คุณต้องการอะไร?” เขาหันหน้ากลับมาเล็กน้อย ถามด้วยน้ำเสียงเรียบเนียนเหมือนคมมีด

เฮเลนรู้สึกใจสั่นกับท่าทีของเขา แต่ก็พยายามแข็งใจตอบกลับ “ฉันพูดกับนาย แล้วนายก็แค่เดินหนีไป แบบนี้มันหยาบคายมากเลยนะ!”



ตอนก่อน

จบบทที่ ใกล้เคียง...แต่ห่างไกล

ตอนถัดไป