เอสโครว์

‘ราคานั่นโหดเอาเรื่อง’ ดาร์เรนคิดในใจ สายตาเลื่อนไปมองบ้านหลังที่กำลังเป็นประเด็น แล้วเขาก็เข้าใจทันทีว่าทำไม ราคานี้ถึงเหมาะสม บ้านหลังนั้นเป็นทรัพย์สินระดับไฮเอนด์ ดูโมเดิร์น กว้างขวาง สวยงาม สมบูรณ์แบบ

แต่ผู้ชายคนนั้นกลับไม่ยอมจ่ายในราคาหนึ่งล้านเลยแม้แต่น้อย เขาเริ่มจากหกแสน ต่อรองเป็นเจ็ดแสน แล้วก็

“ผมให้แปดแสนก็แล้วกัน” ชายคนนั้นพูดอย่างมั่นใจ โน้มตัวพิงโต๊ะ “อย่าหลอกตัวเองเลย ตลาดมันแข่งกันก็จริง แต่ยังไงก็ไม่มีใครเสนอเงินสดเป็นล้านหรอก”

มุมปากของดาร์เรนยกขึ้น

ตัวแทนสาวที่ดูเหมือนเหนื่อยกับการอธิบายเรื่องราคาคงที่ของบ้านถอนหายใจหนัก “ขอโทษค่ะคุณ ฉันลดไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว นี่คืองานของฉัน”

ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ สะบัดมือเป็นเชิงให้เธอเงียบ “ฟังนะคุณผู้หญิง มันต้องเป็นแบบนี้”

“ผมเอาในราคาเต็มครับ”

เงียบสนิท

ทั้งชายคนนั้นและตัวแทนสาวขมวดคิ้ว พร้อมกันราวกับได้ยินผิด

ใครพูด?

ตัวแทนหันไปมองด้านหลังชายสูท ก่อนที่เขาเองจะหันตามอย่างหงุดหงิด แล้วสายตาก็หยุดอยู่ที่ใบหน้าหนุ่มของดาร์เรน

จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมา เสียงหัวเราะต่ำ ๆ แบบดูถูก ราวกับไม่อาจกลั้นเยาะเย้ยได้

“ไอ้หนู นี่ไม่ใช่ร้านขายรองเท้า เรากำลังพูดเรื่องอสังหาริมทรัพย์กันอยู่นะ นายรู้จักคำว่า เอสโครว์ มั้ยเนี่ย?”

ดาร์เรนไม่กระพริบตา “แล้วคุณล่ะ?”

รอยยิ้มบนหน้าชายคนนั้นกระตุกเล็กน้อย “ฟังนะ ฉันไม่รู้ว่านายกำลังเล่นอะไรอยู่ แต่ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของเศรษฐีจอมปลอม ไปซะ แล้วปล่อยให้ผู้ใหญ่จัดการเรื่องนี้”

ดาร์เรนจ้องเขาตรง ๆ โดยไม่พูดอะไรอีก แล้วหันไปหาตัวแทนหญิง “คุณจะขายให้ผมหรือเปล่า? หนึ่งล้านดอลลาร์”

เธออ้าปากจะตอบ สลับสายตามองระหว่างชายคนนั้นกับดาร์เรน “มันก็แค่...”

ดาร์เรนสอดมือลึกลงในกระเป๋ากางเกง “เอสโครว์ คือข้อตกลงตามสัญญาที่ทรัพย์สินหรือเงินจะถูกถือครองโดยบุคคลกลาง จนกว่าเงื่อนไขที่กำหนดจะได้รับการปฏิบัติตามครบถ้วน”

เขาหันสายตาเย็นชากลับไปยังชายคนนั้น “แต่มันไม่เกี่ยวกับบ้านตรงหน้าพวกเราเลย บ้านแบบนี้ไม่สามารถลดราคาได้ มันสะท้อนถึงมูลค่า หากลด นั่นหมายความว่าทรัพย์สินมีปัญหาที่ส่งผลต่อมูลค่าตามที่ตกลงไว้”

“ในมุมมองด้านการเงิน อสังหาริมทรัพย์ระดับสูงมีอัตราการเพิ่มมูลค่าที่เร็วกว่าอสังหาฯ ระดับล่าง แค่ทำเลอย่างเดียวก็ค้ำประกันว่าราคาจะสูงขึ้นในไม่กี่ปี คนที่รู้จักตลาดดีจะเข้าใจว่า บ้านราคาหนึ่งล้านตอนนี้ อาจเพิ่มขึ้นอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่กี่ปี คุณกำลังต่อรองกับอนาคตอยู่ต่างหาก”

สายตาเขาเหลือบไปยังตัวแทนที่ตอนนี้ดูประทับใจอย่างชัดเจน ก่อนจะหันกลับมาที่ชายคนนั้นอีกครั้ง

“เรื่องคุณภาพชีวิต ความสะดวกสบาย สถาปัตยกรรม สิ่งอำนวยความสะดวก ทำเล บ้านหลังนี้ถูกออกแบบมาอย่างมีประสิทธิภาพและความสะดวกในตัว แค่ดูก็รู้ว่าทำไมราคาถึงคงที่ คุณว่าไหม?”

เขามองไปยังตัวแทนสาวที่หน้าแดงขึ้นทันที “ค่ะ เห็นด้วยค่ะ”

“งั้นคุณจะขายให้ผมไหม?”

เธอลังเล แม้จะอยากตอบว่าใช่ แต่ก็รู้ว่ามันเสี่ยงเกินไป เธอคุ้นชินกับคนที่บอกว่าจะซื้อบ้าน แต่สุดท้ายพอเห็นสถานที่จริง กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แค่ต้องการ ‘สัมผัส’ ความรู้สึกเหมือนได้ซื้อบ้านหรูเท่านั้นเอง

แต่เด็กหนุ่มตรงหน้าเธอ ถึงจะดูอายุน้อย แต่เขากลับดูมั่นใจ และรู้ดีว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

ที่สำคัญ เธอปิดการขายได้แค่หนึ่งดีลตลอดเดือนนี้ ขณะที่เพื่อนร่วมงานทำได้ตั้งแต่สามขึ้นไป เธอ ต้องการ ยอดขายนี้มาก

“จ่ายครึ่งหนึ่งตอนนี้ อีกครึ่งหลังจากตรวจสอบบ้านเสร็จ” ดาร์เรนพูดแทรก ขณะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วเขาเริ่มแตะหน้าจอ “ผมจะโอนห้าแสนเข้าบัญชีบริษัทเดี๋ยวนี้”

“ว่าไงนะ?!” ชายคนนั้นร้องอย่างโมโห “มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก เขาต้องล้อกันเล่นแน่ ๆ” เขาหัวเราะอย่างประหม่า “เขาล้อกันแน่ ๆ”

หญิงสาวก็ดูสับสนและลังเลอย่างมาก แต่แล้ว

ติ๊ง!

คอมพิวเตอร์ที่โต๊ะเธอสว่างขึ้น เธอกลั้นหายใจเมื่อเห็นการแจ้งเตือน

‘ได้รับธุรกรรม: $500,000 – จากคุณ ฟักลี่ดักลิ่ง’

เธอเงยหน้าขึ้นทันที สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “ขอโทษที่ลังเลนะคะคุณลูกค้า! กรุณารอสักครู่ ฉันจะไปเอาเอกสารมาให้ทันทีค่ะ!”

แล้วเธอก็หายตัวเข้าไปในห้องด้านหลังอย่างรวดเร็ว ดูตื่นเต้นไม่น้อย

ชายในชุดสูทยืนนิ่งตัวแข็ง

แววตาเขาเปลี่ยนเป็นมืดมน ขณะหันมามองดาร์เรน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความระแวง “เขาโอนเงินครึ่งล้านง่ายขนาดนี้ได้ยังไง?”

“แกเป็นใครกันแน่?”

ดาร์เรนเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า สีหน้ายังนิ่งเหมือนเดิม “ฉันเป็นใคร มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ”

เขามองอีกฝ่ายแบบผ่าน ๆ “ฉันแค่รู้จักประเมินทรัพย์สินที่มีค่า และไม่ลังเลเมื่อเห็นโอกาสดี ๆ เพราะโอกาสบางอย่าง ไม่ได้วนกลับมาบ่อยนัก”

จมูกของชายคนนั้นขยับแรงด้วยความโกรธ “นี่แกสอนฉันเหรอ? แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? แกรู้ไหมว่าแกกำลังท้าชนใครอยู่?”

ดวงตาของดาร์เรนยังสงบนิ่ง เขาสอดมือลงในกระเป๋า พูดด้วยเสียงเนิบอย่างมั่นใจ

“ผมรู้ดีว่า คุณคือใคร คุณคือผู้ชายที่เพิ่งเสียบ้านให้กับเด็กคนหนึ่ง”

แล้วเขาก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ชายคนนั้นยืนอึ้ง พ่ายแพ้อย่างหมดรูป

ติ๊ง!

[ คุณได้รับ โบนัสลักษณะนิสัย ]

ดาร์เรนแทบไม่สนใจสายแจ้งเตือน เพราะสายตาของเขาหันไปยังตัวแทนหญิงที่กำลังโบกมือให้เขา ราวกับบอกว่าเอกสารพร้อมแล้ว

เขากำลังจะก้าวไปหาเธอ แต่ทันใดนั้น

ปึ๊ก!

“อ๊ะ!”

“โอ๊ย—!”

เอกสารกระจายเกลื่อนพื้น

ดาร์เรนยังไม่ทันได้ขยับตัว เสียงแหลมก็ดังขึ้นก่อน

“ตาบอดหรือไง?! เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลย!”

ผู้หญิงคนนั้นรีบก้มลงเก็บเอกสารพลางบ่นงึมงำ “นี่! จะยืนบื้อทำไมล่ะ? ช่วย”

สายตาเธอเงยขึ้นสบกับใบหน้าของเขา

เธอชะงัก

หัวใจร่วงวูบ ริมฝีปากอ้าเล็กน้อยด้วยความตกใจที่แทนที่ความหงุดหงิด

“ดาร์เรน?”

ขากรรไกรของดาร์เรนขบแน่น

ลิลี่



ตอนก่อน

จบบทที่ เอสโครว์

ตอนถัดไป