การตัดขาดอันเย็นชา

ดวงตาของดาร์เรนกวาดมองลิลี่อย่างสุขุม ขณะสังเกตทุกรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของการแต่งกายของเธอ

เธอสวมเบลเซอร์สีน้ำเงินกรมท่าเข้ารูปทับเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด ชุดทั้งหมดถูกตัดเย็บมาอย่างพอดีเป๊ะ เน้นช่วงเอวและไล่เรียวลงมาถึงชายกระโปรงทรงดินสอที่อยู่เหนือเข่าที่ไม่มีรอยด่างใด ๆ

เพียงชั่วพริบตา ดาร์เรนก็สรุปได้ว่า ‘เธอมาทำธุระอย่างเป็นทางการ’

เธอไม่ได้แต่งตัวเกินความจำเป็น เครื่องประดับมีเพียงนาฬิกาข้อมือเงินเรียบหรู กับต่างหูไข่มุกขนาดเล็ก ไม่มีความฟุ่มเฟือยอย่างที่เธอเคยแต่งในวันที่ไม่เป็นทางการ

จากนั้น สายตาเขาเลื่อนไปที่เอกสารที่เธอกำไว้แน่นในมือ

เพียงแค่เหลือบมองหัวเอกสาร เขาก็เห็นชัด สมิทเธอร์สกรุ๊ป & เวลลิงตัน เรียลตี้

คิ้วของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย เอกสารพวกนั้นคือสัญญา เธอมากับนามของบริษัทพ่อเธอ เพื่อดำเนินการเจรจากับ ซีอีโอ ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งนี้

ลิลี่ ถูกลดระดับให้มาจัดการเรื่องแบบนี้?

โดยพ่อของเธอเอง?

ความจริงข้อนั้นทั้งขมขื่น น่าขัน และน่าสงสาร

ในชีวิตก่อน ลิลี่เคยได้รับตำแหน่งผู้บริหาร ถูกวางตัวให้เป็นทายาทของแกเร็ธ พ่อของเธอ

เหตุผลก็คงไม่พ้นเพราะเธอทำตามที่แกเร็ธต้องการ ควบคุมเขา ทำให้เขาอยู่กับบริษัทต่อ เพื่อจะได้รีดไอเดียและความสามารถของเขาไปต่อยอดได้เรื่อย ๆ

แต่ตอนนี้ เขา ตัดขาด ทุกอย่างแล้ว และเธอก็ มายืนอยู่ตรงนี้ กำลังเจรจาสัญญาการตลาด

นี่คือการลงโทษของแกเร็ธ? หรือเป็นเพียงบททดสอบ?

ดาร์เรนไม่แน่ใจ แต่อย่างน้อยก็ชัดเจนว่า สถานะของเธอเปลี่ยนไปแล้ว

เสียงของลิลี่แทรกความเงียบขึ้นอีกครั้ง

“ดาร์เรน?”

เสียงของเธอแฝงความไม่เชื่อ แต่ลึกลงไปยังแฝงด้วยความเจ็บปวด ความสับสน และความน้อยใจ เธอก้าวเข้ามาใกล้ช้า ๆ สายตาคล้ายกำลังพยายามมองให้แน่ใจว่านี่คือเขาจริง ๆ

ดาร์เรนดูแทบไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่แค่ใบหน้า แต่เสื้อผ้าเรียบเนี้ยบขึ้น ท่าทางมีความมั่นคง และที่สำคัญ เขาหวีผมเป็นแล้ว

“คุณมาทำอะไรที่นี่?” เธอถาม คิ้วขมวด ก่อนจะพูดเร็วขึ้น “แล้วทำไมถึงไม่รับสายฉัน? ไม่ตอบข้อความ? ทำไมถึง”

เสียงของเธอค่อย ๆ แผ่วลง

“ดาร์เรน ฉันเคยไปหาคุณแล้วนะ ฉันเคยเคาะประตูบ้านคุณ อย่าบอกนะว่าคุณไม่อยู่ เพราะฉันรู้ว่าคุณอยู่ในบ้านแน่ ๆ”

เสียงเธอสั่นเล็กน้อย ก่อนจะกลืนน้ำลายแล้วพูดต่อ

“แต่คุณก็เมินฉัน คุณเปลี่ยนไปมาก เย็นชา ทำตัวแย่แบบที่คุณไม่เคยเป็นเลย ทำไมล่ะ? ฉันทำอะไรผิดขนาดนั้นเลยเหรอ?”

ขากรรไกรของดาร์เรนตึงแน่น เขาพยายามรักษาสีหน้าให้ราบเรียบที่สุด

“พ่อเธอไม่ได้บอกเหรอ?”

ลิลี่กระพริบตา “บอกเรื่องอะไร?”

ริมฝีปากของเขายกขึ้นอย่างขื่นขม เหมือนพยายามจะเลี่ยงการพูดคุยนี้เต็มที่

“เหตุผลที่ฉันลาออกจากบริษัท เขาไม่ได้บอกเธอเหรอว่า เพราะฉันรู้ความจริง

เธอชะงัก ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง

น้ำเสียงของดาร์เรนยังนิ่งเช่นเดิม “หลังจากที่เขาเห็น GPA ผลสอบ คะแนน CPA ของฉัน เขารู้ทันทีว่าเจอเพชรเม็ดงาม เด็กจบใหม่ที่ฉลาดพอให้เขารีดใช้ประโยชน์ได้ สิ่งเดียวที่เขาต้องทำคือหาวิธีรั้งฉันไว้ไม่ให้หนีไป”

“พอเขารู้ว่าฉันกำลังจีบเธออยู่ มันก็กลายเป็นโอกาสที่ดีที่สุด เขาถึงยอมให้เรา ‘คบกัน’ เธอจะได้คอยดูแลฉัน ทำให้ฉันพอใจ และไม่ลาออกจากบริษัทของเขา”

เขาปล่อยให้ถ้อยคำเหล่านั้นซึมลึก แล้วกดสายตาลงไปมองเธออย่างเฉียบคม

“เธอใช้ฉัน เล่นกับความรู้สึกของฉัน”

ลิลี่ชะงักนิ่ง

มือเธอกำเอกสารแน่น ลมหายใจขาดห้วง

เขารู้ได้ยังไง!?

บทสนทนานั้นเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน มีแค่เธอกับพ่อในห้อง ไม่มีใครคนอื่นอยู่ ไม่มีใครได้ยิน และเธอก็ไม่เคยปริปากพูดเรื่องนั้นกับใครเลย

นี่มันต้องเป็นการเดา ใช่มั้ย?

เขาคงแค่เสี่ยงพูด แล้วเดาถูกแบบบังเอิญ

ลิลี่สูดหายใจลึก แล้วพยายามตั้งสติ เธอสบตาเขาโดยตรงและ

โกหก

“ไม่จริง” เธอพูด น้ำเสียงมั่นคงแม้ภายในจะสับสนวุ่นวาย “ดาร์เรน พ่อฉันอาจจะใส่ใจความสัมพันธ์ของเรา แต่เขาไม่เคยทำแบบนั้นเลย เราเป็นเพื่อนกันมานาน ฉันไม่มีวันทำแบบนั้นกับคุณเด็ดขาด”

ติ๊ง!

[ บุคคลนี้กำลังโกหกคุณ ]

ดาร์เรนไม่แม้แต่จะขยับเปลือกตาเมื่อการแจ้งเตือนของระบบปรากฏขึ้น

เขา ไม่จำเป็นต้องสนใจ

ดวงตาของเขายังคงจ้องเธออย่างเย็นชา รุนแรง และทะลุทะลวง “เธอโกหก”

ลิลี่สะดุ้งเล็กน้อย

“พ่อของเธอไม่แม้แต่จะปฏิเสธ” ดาร์เรนพูดต่อ เสียงของเขาเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง “เขาคิดว่าเธอเป็นคนบอกฉันเองด้วยซ้ำ” เขเอนตัวเล็กน้อย จ้องเธอราวกับจะมองทะลุเข้าไปข้างใน “แต่ดูเหมือนว่า คนเดียวที่ยังพยายามแกล้งทำเป็นไม่รู้ ก็คือเธอ”

แววตาของลิลี่ฉายแววตื่นตระหนกชั่ววูบ

เธอเพิ่งรู้ว่า... พลาด
ทำไมถึงต้องโกหกด้วยซ้ำ?
ทั้งที่ก็เห็นอยู่แล้วว่า ดาร์เรนคนนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
ทั้งที่ควรจะรู้ว่า เขาไม่มีทางเชื่อคำพูดหวานลวงๆ ของเธออีกแล้ว

พ่อของเธอมีแค่คำสั่งเดียว จัดการเรื่องนี้ ไม่ใช่ทำให้มันแย่ลง

แต่ตอนนี้ เธอกลับทำตรงกันข้าม

“ไม่ ไม่ ดาร์เรน ฉันแค่… ฉันผิดเอง ให้ฉันอธิบายก่อน”

ไม่

เสียงของเขาเฉือนคำเธอเหมือนคมมีด

“ฉันมันโง่ ที่เชื่อว่าเธอรักฉัน” เขาพูดพลางส่ายหัวอย่างขมขื่น แล้วในใจเขาก็เสริม ‘โง่มาตลอดสิบปีเต็ม’

จากนั้นเขาก็ถอนหายใจแรง ยืดตัวขึ้น “แต่ต่อไปนี้ มันจะไม่เกิดขึ้นอีก”

“ดาร์เรน”

“มันจบแล้ว ลิลี่”

น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและเด็ดขาด จนเธอแทบหายใจไม่ออก

เขามองเธอด้วยสายตาเย็นชา “อย่างเป็นทางการ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป”

เธอจ้องเขาอย่างตกตะลึง ราวกับร่างถูกตรึงไว้กับที่ ประโยคนั้นยังดังก้องในหัว ‘ดาร์เรน…บอกเลิกฉัน?’

เธอไม่เคยจินตนาการเลยว่า หากต้องมีใครสักคนพูดคำนี้ขึ้นมา คน ๆ นั้นจะเป็นเขา เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน คนที่ ‘เหนือกว่า’ ก็คือเธอเสมอ ทั้งโลกก็คิดแบบนั้น

แต่กลับกลายเป็นว่า เขา คือคนที่เดินจากไป

เขาเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ?

เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนอย่างชัดเจน ดึงเธอออกจากภวังค์ ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์กลับมาแล้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“เอกสารพร้อมแล้วค่ะคุณลูกค้า” เธอกล่าวข้าง ๆ ดาร์เรน “เราจะไปตรวจสอบบ้านกันเลยไหมคะ?”

ลิลี่สะดุ้ง หันขวับไปมองหญิงสาวทันที ดวงตาเบิกกว้าง บ้าน?

เธอหันกลับมามองดาร์เรนอีกครั้ง สีหน้าของเขายังคงนิ่งเฉย จับความคิดไม่ได้เลย

“คุณมาที่นี่ทำไม ดาร์เรน?” เธอถาม น้ำเสียงเกือบสั่น

เขาถอนหายใจเบา ๆ

จากนั้นก็สบตาเธอเป็นครั้งสุดท้าย

“เพราะฉันไม่อยากเห็นหน้าเธออีกแล้ว ลิลี่”

สิ้นประโยคนั้น เขาก็เดินต่อไปยังประตู ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์เดินตามข้างเขา ก่อนจะหันกลับมาเหลือบมองอีกครั้ง แล้วทั้งคู่ก็หายลับไปในทางเดิน

ลิลี่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ร่างกายแข็งทื่อ ดวงตาจับจ้องแผ่นหลังของเขาที่ค่อย ๆ ไกลออกไป ปลายนิ้วของเธอสั่นเบา ๆ หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก

แล้วในที่สุด เสียงที่แทบไม่พ้นลำคอก็หลุดออกมา

“คุณคิดผิดนะ ดาร์เรน”

มือเธอกำแน่นข้างลำตัว

“คุณคิดผิด เพราะฉันรักคุณจริง ๆ”


ตอนก่อน

จบบทที่ การตัดขาดอันเย็นชา

ตอนถัดไป