กรีนเบบี้
ดาร์เรนก้าวออกจากประตูของบริษัท เวลลิงตัน เรียลตี้ อย่างสง่างาม โดยมีตัวแทนอสังหาริมทรัพย์สาวเดินเคียงข้างไปพร้อมกัน แสงแดดยามบ่ายแก่ๆ สาดส่องเป็นสีทองอร่ามทั่วเมือง ทะลุผ่านตึกสูงระฟ้าและสะท้อนกับรถที่แล่นผ่านไปมา
เขาเหลือบมองเธอครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “ผมไม่ได้ขับรถส่วนตัวมา” เขาปรับปลายแขนเสื้อเล็กน้อย “ทางคุณมีบริการ..”
ยังไม่ทันจะพูดจบ เสียงเครื่องยนต์คำรามนุ่มลึกก็ดึงความสนใจของเขาไป
รถ คาดิลแลค เอสคาเลด สีดำแล่นเข้ามาในสายตา
ดาร์เรนถึงกับตะลึงกับภาพตรงหน้า เขาจำได้ดีว่า คาดิลแลค ถือเป็นรถระดับสูงที่ได้รับความเคารพนับถือในยุคนี้
มันเป็นรถที่ดูทรงพลัง ใหญ่โต หรูหรา โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมกว้างที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ หน้าต่างกรองแสงเพิ่มความเป็นส่วนตัว ล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้วหมุนอย่างนุ่มนวลก่อนหยุดสนิทริมฟุตบาท ไฟหน้า LED กะพริบแผ่วเบาก่อนจะดับลง ปล่อยให้ความรู้สึกหรูหราของรถคันนี้ลอยฟุ้งอยู่ชั่วขณะ
ความอยากเริ่มก่อตัวในใจดาร์เรน ‘บางทีฉันก็ควรเริ่มคิดเรื่องรถของตัวเองบ้างแล้ว’
ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์หันมายิ้มให้เขา “แน่นอนค่ะ เรามีบริการรับ-ส่งพิเศษสำหรับลูกค้า” เธอชี้ไปที่รถ ขณะที่คนขับก้าวลงมาและเปิดประตูให้ “รถคันนี้ทางบริษัทจัดเตรียมไว้ให้คุณ จะพาคุณไปยังบ้านที่เลือกไว้อย่างสะดวกสบาย”
ดาร์เรนพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งด้านใน
กลิ่นหนังแท้และไม้ขัดมันตลบอบอวลไปทั่วห้องโดยสาร ภายในกว้างขวาง ออกแบบมาให้ทั้งผ่อนคลายและเปี่ยมด้วยอำนาจ
เบาะหนังสีดำคุณภาพสูงโอบรับเข้ากับร่างของเขาได้อย่างลงตัว ฝั่งตรงข้าม ตัวแทนสาวนั่งไขว่ห้างอย่างเรียบร้อย สีหน้าภูมิฐานและคอยสังเกตเขาเงียบๆ
คนขับรถเป็นชายวัยกลางคน แต่งตัวในชุดสูทสีดำสะอาดสะอ้าน เขาหันกลับมาเล็กน้อย “สวัสดีครับคุณผู้ชาย ผมจะพาคุณไปยังย่านเศรษฐีที่ได้รับความนิยมที่สุดใน ลอสแอนเจลิส กรีนเบบี้”
ดาร์เรนพยักหน้ารับเบาๆ
รถเคลื่อนตัวออก ถนนทอดยาวไปข้างหน้า เมืองที่สวยงามพร่าไหวอยู่หลังหน้าต่างกรองแสง
เขาถอนหายใจเบาๆ นิ้วเคาะกับที่วางแขนอย่างไร้จุดหมาย ระหว่างการเดินทาง เขาพยายามไม่คิดถึงเธอ
ลิลี่
แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหน ความทรงจำก็ยังคงถาโถมกลับมา
มากกว่าสิบปีที่อยู่ด้วยกัน
พวกเขาผ่านอะไรมามากมาย ไม่ใช่แค่ในฐานะคนรัก แต่ยังเป็นเพื่อนกันด้วย ทว่าทุกอย่างกลับไม่มีความหมายอีกต่อไป
ทุกอย่างพังลงเพราะภาพที่เขาเห็นเธอนอนพิงอยู่บนตักของไทเลอร์ มูนีย์
เขาหลับตาแน่นด้วยความเจ็บปวด แต่ภาพนั้นก็ยังคงอยู่ มันฝังลึกและเจ็บปวดเกินไป
เขาจะไม่มีวันให้อภัยเธอ
ไม่มีวัน
โชคดีที่ความนุ่มนวลของการขับขี่และเสียงเครื่องยนต์แผ่วเบาของ คาดิลแลค ช่วยให้เขาสลัดความคิดเหล่านั้นทิ้งไปได้บ้าง
ไม่นาน ตึกสูงก็เริ่มจางหาย กลายเป็นพื้นที่เงียบสงบและหรูหรามากขึ้นของเมือง
ถนนเบื้องหน้ากว้างขวาง เรียบเนียน ปูด้วยแอสฟัลต์ใหม่เอี่ยม มีต้นโอ๊คสูงเรียงรายตลอดแนว ใบไม้เขียวขจีพริ้วไหวตามแรงลมอ่อน
ย่านนี้ชื่อว่า กรีนเบบี้ ไม่ใช่กรีนเบบี้เวนิว หรือกรีนเบบี้เอสเตต แค่ กรีนเบบี้
ไม่เหมือนกับใจกลางเมืองที่วุ่นวาย ที่นี่เต็มไปด้วยความสงบ หรูหรา และมีระดับ ฟุตบาทสองข้างทางมีสวนที่ดูแลอย่างดี ดอกกุหลาบ พุ่มไม้ตัดแต่ง และโคมไฟถนนดีไซน์หรูวางเรียงราย
ถัดไปเป็นเนินเขาที่ทอดตัวสวยงาม เสริมบรรยากาศเงียบสงบให้ย่านนี้มากขึ้น บ้านแต่ละหลังในพื้นที่นี้คือคฤหาสน์หลังโต ไม่ซ้ำกันเลยในแง่ของการออกแบบ ตั้งห่างกันพอสมควร เน้นความเป็นส่วนตัวและความหรูหรา
ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ถือโอกาสพูดขึ้น
“กรีนเบบี้เป็นหนึ่งในย่านที่คนต้องการมากที่สุดในเมืองเลยค่ะ” น้ำเสียงของเธอเริ่มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ “ต้องชมว่าคุณตาถึงนะคะ ที่เลือกทรัพย์นี้ไว้อย่างรวดเร็ว อีกไม่กี่ปี ราคาที่ดินที่นี่จะยิ่งสูงขึ้นอีกค่ะ”
เธอพูดต่อ “บ้านแต่ละหลังที่นี่ถูกสร้างขึ้นเฉพาะตัว และเพื่อนบ้านในย่านนี้ล้วนแต่เป็นบุคคลสำคัญทั้งนั้น ซีอีโอ ผู้ประกอบการ ไปจนถึงดาราดัง”
เธอชี้ไปข้างนอกขณะผ่านคฤหาสน์สไตล์วิกตอเรียนสุดหรู ประตูเหล็กดัดมีไม้เลื้อยคลุมอยู่บางส่วน “คุณอาจจะรู้จักเอวา มอนโร ดาราคนดัง เธออยู่ในคฤหาสน์หลังนั้นค่ะ แต่เธอชอบความเป็นส่วนตัวมาก”
“เหมือนกับบ้านของเธอ ทุกหลังในนี้ได้รับการออกแบบให้ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว มีระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูง และทางเข้าแบบปิด อีกทั้งยังมีศักยภาพในการลงทุนที่สูงมาก อย่างที่บอกและคุณก็น่าจะทราบ ราคาทรัพย์สินที่นี่จะยิ่งพุ่งขึ้นในอีกห้าปีข้างหน้า”
ดาร์เรนฟังอย่างตั้งใจ และไม่นาน รถก็เริ่มชะลอความเร็ว
คนขับเลี้ยวเข้าไปในถนนส่วนตัวที่ปูด้วยหินเรียงตัวอย่างประณีต นำไปสู่คฤหาสน์หลังงดงาม
เมื่อประตูถูกเปิดออก ดาร์เรนก้าวลงจากรถ แหงนหน้าขึ้นมองบ้านตรงหน้า
คฤหาสน์ตั้งตระหง่าน โดดเด่นด้วยผนังปูนสีขาวตัดขอบดำ เผยให้เห็นหน้าต่างบานใหญ่จากพื้นจรดเพดาน เป็นผลงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ผสานกลิ่นอายของยุโรปอย่างลงตัว
ประตูทางเข้าทุกบานถูกออกแบบเป็นทรงโค้ง ระเบียงทำจากเหล็กดัดวิจิตรสวยงาม และมีประตูทางเข้าสองบานขนาดใหญ่ดูสง่างาม หลังคามุงด้วยกระเบื้องแผ่นหินชนวนสีเข้ม ซึ่งตัดกับผนังสีขาวบริสุทธิ์ได้อย่างลงตัว
สวนรอบๆ ตัวบ้านได้รับการจัดแต่งอย่างประณีต มีน้ำพุหินตรงกลาง พุ่มไม้ตัดแต่งเรียบร้อย และทางเดินส่วนตัวที่นำไปสู่ดงไม้เล็กๆ ด้านหลัง
ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ยิ้มขณะเดินเคียงข้างเขา “เห็นกับตาจริงๆ ไม่เหมือนดูแค่ในรูปใช่ไหมคะ?”
ดาร์เรนพยักหน้าเบาๆ “ใช่เลย”
เธอนำเขาขึ้นบันไดไขประตูใหญ่ แล้วผายมือเชิญให้เขาเข้าไป
ภายในโถงทางเข้ากว้างขวางจนแทบลมหายใจสะดุด แชนเดอเลียร์คริสตัลขนาดใหญ่ห้อยลงมาจากเพดานสูง สะท้อนแสงระยิบระยับบนพื้นกระเบื้อง บันไดโค้งพร้อมราวตกแต่งหรูหรานำขึ้นสู่ชั้นสอง การออกแบบแบบเปิดโล่งทำให้บ้านหลังนี้ดูโปร่งกว้างไร้ที่สิ้นสุด
“ให้ฉันพาเดินชมรอบๆ นะคะ” เธอกล่าวพร้อมก้าวนำ
ระหว่างเดินชม ดาร์เรนสังเกตทุกซอกมุม ห้องนั่งเล่นที่มีเพดานออกแบบอย่างวิจิตรและหน้าต่างบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานที่มองออกไปเห็นสระว่ายน้ำหลังบ้าน
ห้องครัวที่มีท็อปหินอ่อนอิตาลี ตู้ไม้โอ๊คสั่งทำพิเศษ และเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ ห้องนอนหลักที่มีระเบียงส่วนตัว ห้องแต่งตัวแบบวอล์กอิน และห้องน้ำในตัวที่ดูเหมือนสปาส่วนตัวมากกว่าห้องน้ำธรรมดา
แต่แม้จะชมบ้านอย่างตั้งใจ ดาร์เรนก็ยังรู้สึกถึงบางอย่าง
น้ำเสียงของตัวแทนเวลาพูด สายตาที่มองมาเป็นระยะ การสัมผัสปลายนิ้วแผ่วเบาขณะชี้อะไรบางอย่าง รอยยิ้มที่ดูขี้เล่นเวลาสบตากัน
ชัดเจนเลย
เธอกำลังจีบเขาอยู่
แม้จะพยายามรักษาความเป็นมืออาชีพ แต่ความลังเลบางจังหวะ ความเขินเล็กๆ มันบอกหมดแล้วว่าเธอสนใจ
เขาไม่รู้ว่าเธอสนใจอะไร ตัวเขา? หรือสิ่งที่เขาอาจจะเป็น? แต่ดาร์เรนก็ยังคงเฉยชา
ไม่ใช่ว่าเขาตาบอด เธอสวยก็จริง ผมดำยาว ดวงตาสีฟ้าคมกริบ รูปร่างสมส่วนแต่งามสง่า แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจ
ไม่ใช่เรื่องนี้
สิ่งที่เขาคิดถึงกลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง
ราคา
เขาสังเกตว่าทุกอย่างถูกกว่าช่วงสิบปีข้างหน้าอย่างชัดเจน บ้านหลังนี้ในเส้นเวลาเดิมของเขาน่าจะพุ่งไปอีกเกือบล้าน บางทีอาจถึงสามล้านด้วยซ้ำ
และนั่นคือข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของการย้อนเวลากลับมา
ทุกอย่าง ถูกลงหมด
เมื่อการเยี่ยมชมบ้านจบลง ตัวแทนสาวก็หันมาหาเขาพร้อมรอยยิ้มสดใส “ว่าไงคะ?” เธอพูดอย่างคาดหวัง “คุณคิดยังไงกับที่นี่?”